ล็อคถล่ม! ฉลามหนุ่มโค่นบุรีรัมย์2-1 ลิ่วชิงบอลช้างรอบ 7 ปี

Goal

วันที่ 7 เมษายน 2564  ศึกช้าง เอฟเอ คัพ 2020 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นการเจอกันระหว่าง ชลบุรี เอฟซี อดีตแชมป์ 2 สมัย พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 4 สมัย โดยยังเปิดให้แฟนบอลเข้าชมได้ 50%  

ฉลามชล มีสถิติที่ดีในการลงเล่นรอบรองชนะเลิศ เมื่อ 3 ครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยแพ้คู่แข่ง เช่นเดียวกับ ปราสาทสายฟ้า ที่มีผลงานยอดเยี่ยม ยามลงเล่นที่สนามแห่งนี้ หลังไม่เคยเสียท่าให้ใคร ตั้งแต่ปี 2010 รวม 19 นัด ชนะถึง 16 นัด และ เสมอ 3 นัด 

ขณะที่เกมนี้ สะสม พบประเสริฐ กุนซือฉลามชล หมดสิทธิ์ใช้งาน เรนาโต เคลิช ที่ติดสัญญายืมตัว ทำให้ส่งดาวรุ่ง ทรงชัย ทองฉ่ำ ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ จูเนียร์ เอลด์สตอล พร้อมทิ้ง เอลิอันโดร กอนซากา ที่เพิ่งทำแฮตทริคนัดที่แล้ว เป็นกองหน้าตัวเป้า 

ส่วน อเล็กซานเดร กามา เฮดโค้ชปราสาทสายฟ้า ได้ ดิเกา ที่เจ็บซ้ำจากเกมที่แล้ว ผ่านความฟิตลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง ด้านสามประสานแนวรุกเป็น ศุภชัย ใจเด็ด , สุภโชค สารชาติ และ ซามูเอล โรชา 

เปิดฉากเป็น ปราสาทสายฟ้า ขึงเกมเข้าใส่ทันที แต่นาทีที่ 13 กลับเป็น ฉลามชล ได้ลุ้นจะแจ้งก่อน ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว รับหน้าที่ซัดฟรีคิกหน้าเขตโทษ บอลข้ามคานออกไป

และนาทีที่ 25 ฉลามชล ก็ขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะโต้กลับขึ้นมา เอลิอันโดร กอนซากา จ่ายออกซ้ายให้ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว พาบอลลุยขึ้นหน้า แล้วปาดเข้าเขตโทษมาถึง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ซัดเหน่งๆ เข้าไปไม่เหลือซาก 

ฉลามชล ดีใจไม่นาน นาทีที่ 28 ปราสาทสายฟ้า ตีเสมอทันควัน 1-1 รัตนากร ใหม่คามิ วางบอลขึ้นหน้าให้ สุภโชค สารชาติ หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนล็อคเข้าขวา แล้วยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น

จบครึ่งแรกสกอร์เสมอกันอยู่ 1-1 

กลับสู่ครึ่งหลัง นาทีที่ 56 ฉลามชล ได้ทักทายก่อน กฤษดา กาแมน เล่นฟรีคิกลูกสูตร เปิดออกมาซ้ายมาที่ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์  ได้วอลเลย์ในเขตโทษ บอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียวว

ก่อนที่นาทีที่ 59 ฉลามชล ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 กฤษดา กาแมน ตะบันฟรีคิกหน้าเขตโทษ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน รับกระฉอก และเป็น จูเนียร์ เอลด์สตอล วิ่งมาซ้ำเผาขนเข้าไปง่ายๆ 

จากนั้น ปราสาทสายฟ้า พยายามโหมเกมบุกมากขึ้น นาทีที่ 62 ไมค่อน มาร์เกวซ ไหลให้ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม วิ่งมาซัดด้วยขวาในเขตโทษ แต่บอลก็ยังข้ามคานออกไป

นาทีที่ 81 ฉลามชล เกือบได้ประตูที่สาม จากจังหวะโต้กลับขึ้นมา เอลิอันโดร กอนซากา ได้บอลหลุดขึ้นหน้า ก่อนจี้เข้าเขตโทษ แล้วยิงด้วยขวา บอลชนเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย 

เวลาที่เหลือ ปราสาทสายฟ้า พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตีเสมอ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จบเกม ชลบุรี เอฟซี เป็นฝ่ายชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และ ทำให้ ปราสาทสายฟ้า แพ้คู่แข่งที่สนามแห่งนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2010 

ผู้เล่นตัวจริง

ชลบุรี เอฟซี : ชนินทร์ แซ่เอียะ (GK) - ทรงชัย ทองฉ่ำ , กฤษดา กาแมน, จูเนียร์ เอลด์สตอล - นพนนท์ คชพลายุกต์ (ภานุพงศ์ พลซา น.56) - รังสรรค์ วิรุฬศรี , สหรัฐส สนธิสวัสดิ์ , ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์   - วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ , เอลิอันโดร กอนซากา , ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว (สัมพันธ์ เกษี น.88)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) - ชิติพัทธ์ แทนกลาง (ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา น.65) , ดิเกา , พรรษา เหมวิบูลย์ - นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , รัตนากร ใหม่คามิ , แบรนดอน โอนีล (ปิยพล ผานิชกุล น.59) , ศศลักษณ์ ไหประโคน - สุภโชค สารชาติ , ซามูเอล โรชา (จักรกฤษ ลาภตระกูล น.86) , ศุภชัย ใจเด็ด (ไมค่อน มาร์เกวซ น.59)

อ่านบทความต่อด้านล่าง

ผู้ตัดสิน : ศิวกร ภูอุดม

ชลบุรี - บุรีรัมย์