ลูก้า โมดริช : จากดาวรุ่งที่ถูกเมินสู่กองกลางที่ดีที่สุดในโลก

คอมเมนต์()
Getty Images
เจ้าของแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยกับเรอัล มาดริด กองกลางกัปตันทีมชาติโครเอเชีย ได้อันดับสามใน Goal 50 ปีนี้ และนี่คือชีวิตค้าแข้งที่ผ่านมาของเขา

ลูก้า โมดริช เป็นนักเตะที่ยิ่งอายุมากยิ่งเล่นดี กองกลางเรอัล มาดริด เพิ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีม FIFPro ประจำปีนี้ และเขาได้รับเสียงโหวตเป็นอันดับสามใน Goal 50 ประจำปีนี้ เป็นรองเพียง คริสเตียโน โรนัลโด้ และจานลุยจิ บุฟฟอน เท่านั้น เขายอดเยี่ยมเบอร์นั้นแหละ

กัปตันทีมชาติโครเอเชียเพิ่งพาทีมโลส บลังโกส คว้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัย ในรอบ 4 ฤดูกาล นับตั้งแต่ย้ายจากท็อตแนมมาเล่นในสเปนเมื่อหน้าร้อนปี 2012 เวลานี้ เขาอาจจะเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ทว่าเส้นทางสู่สุดยอดไม่ได้ราบรื่นเสมอไป

โมดริชเกิดในวันที่ 9 กันยายน 1985 ในเมืองซาดาร์ แต่เติบโตมากับครอบครัวในหมู่บ้านโมดริชี มันเป็นเรื่องปกติที่ชาวโครเอเชียจะตั้งนามสกุลตามชื่อหมู่บ้าน ทว่าในอีกหลายปีหลังจากนั้น โมดริชก็สร้างชื่อให้ตัวเองโด่งดังกว่าบ้านเกิดของเขาไปแสนไกลทีเดียว

luka modric kid zadar

ตอนอายุ 10 ขวบ โมดริชและมาริโอ เกอร์กูโรวิช เดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับทีมไฮจ์ดุ๊ก สปลิต ทว่าแมวมองของไฮจ์ดุ๊กมองว่าโมดริชตัวบางและอ่อนแอเกินกว่าจะกลายเป็นนักเตะในระดับสูงได้

"เราได้พบกับพวกเด็กๆ ในทีมเยาวชนของซาดาร์ เราทั้งสองคนอยู่ร่วมกันสั้นๆ ในทีมไฮจ์ดุ๊ก และเคยอยู่ในทีมเยาวชนของโครเอเชียด้วยกันมาตลอด" เกอร์กูโรวิชเล่าให้ Goal ฟัง "ผมได้รับการประเมินค่าว่ามีพรสวรรค์สูงกว่าในเวลานั้น แต่ฟุตบอลก็แบบนี้แหละ มีคนที่มีพรสวรรค์มากกว่าลูก้าและผมหลายคนที่ไม่ได้เล่นอาชีพด้วยซ้ำ"

เกอร์กูโรวิชในวัยเยาว์ได้รับการยอมรับจากไฮจ์ดุ๊ก แต่โมดริชโดนปฏิเสธ เขาเล่าให้ฟังว่า "ตอนเราจบชั้นประถม เราเลือกเล่นให้ซาดาร์แล้วก็เอาชนะไฮจ์ดุ๊กได้ นั่นคือตอนที่คนจากไฮจ์ดุ๊กมาชวนผมไปร่วมทีม ส่วนลูก้าตามมาที่ไฮจ์ดุ๊กหลังจากนั้นครึ่งปี แต่ได้อยู่ที่นั่นแค่ 15 วันเท่านั้น

"ผมคงไม่พูดว่าเขาล้มเหลวกับไฮจ์ดุ๊กหรอกนะ เรามองคุณภาพของเด็กในช่วงเวลาสั้นๆ ขนาดนั้นไม่ได้หรอก แต่ความจริงก็คือเขากลับไปอยู่กับซาดาร์ และอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น เขาก็ย้ายไปอยู่กับดินาโม ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้เป็นนักเตะอาชีพ

"ตอนเป็นเด็ก เขาก็เป็นเด็กทั่วๆ ไป ไม่ได้ทำอะไรโดดเด่นนอกสนาม แต่เขาสนใจแต่ฟุตบอลเท่านั้น ผมไม่เคยเชื่อเลยตอนที่ใครพูดว่าพวกเขารู้ดีว่าลูก้าจะกลายเป็นนักเตะชั้นยอดตั้งแต่ตอนที่เห็นเขาเล่นตอนเด็กๆ ไร้สาระสิ้นดี ต้องหลังจากตอนที่เขาเป็นผู้นำทีมดินาโมแล้วเท่านั้นแหละ ที่ชัดเจนว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะชั้นนำ"  

หลังจากนั้น โทมิสลาฟ บาซิช ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลจากซาดาร์ ได้แนะนำโมดริชให้ทีมมามิชและดินาโม ซึ่งเป็นที่ที่ลูก้าย้ายไปร่วมทีมเมื่อปี 2000 บาซิชได้รับการนับถือเหมือนเป็นพ่อของโมดริช เขาเคารพนักเตะรายนี้เสมอ แม้กระทั่งตอนที่โมดริชเป็นนักเตะของเรอัล มาดริด แล้ว ทั้งคู่ก็ยังติดต่อกันจนกระทั่งบาซิชถึงแก่กรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ซึ่งโมดริชได้ไปร่วมพิธีศพของอดีตผู้เล่นรายนี้ด้วย

luka modric - zrinjski - 2003

luka modric - inter - 2004

การย้ายไปเล่นให้ดินาโมคือกุญแจสำคัญ แต่การถูกยืมไปเล่นให้ อินเตอร์ ซาเปรซิช คือที่ที่โมดริชเริ่มได้แสดงฝีเท้า ด้วยการช่วยให้ทีมเล็กๆ ทีมนี้ได้มีโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนั้น ถึงแม้พวกเขาจะจบเพียงอันดับสอง หลังจากที่ลูก้ากลับไปอยู่สโมสรต้นสังกัดในเดือนธันวาคม

"เขาย้ายเข้ามาพร้อมเวดราน ชอร์ลูก้า ผมบอกพวกเขาว่าต้องสู้เพื่อแย่งตำแหน่งในทีมนะ และถ้าพวกเขาทำได้ตั้งแต่ตอนอายุ 18 ปี พวกเขาจะกลายเป็นนักเตะที่ดีได้แน่นอน" ซเร็คโก บ็อกดาน อดีตโค้ชอินเตอร์ ซาเปรซิช กล่าวกับ Goal

"ลูก้าแย่งตำแหน่งตัวจริงมาได้โดยใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ผมบอกเขาว่าอย่ากลัว ผมหนุนหลังเขา มันไม่สำคัญว่าเขาจะเล่นดีหรือไม่ในสามสี่นัดแรก ผมอยากเห็นเขาทำงานอย่างหนัก เห็นเขาต่อสู้ และสำหรับตัวเขาแล้ว มันไม่มีอะไรน่ากังขาเลย

"แม้กระทั่งในตอนนั้น เขาก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันนี้ วันไหนที่เขาเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งทีมจะเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ในทีมอินเตอร์ของผม เขาเล่นหลังกองหน้า และมักจะเข้าไปในกรอบเขตโทษของคู่แข่ง จุดอ่อนของเขาเหรอ เขาไม่ค่อยเก่งเวลาดวลตัวต่อตัว แต่เขาก็เลี่ยงการดวลตัวต่อตัวได้เก่งมาก

"เขาเล่นเพื่อทีมเสมอและผมมั่นใจว่าเราจะเป็นแชมป์หากเขาอยู่กับเราจนถึงจบฤดูกาล อย่างที่เราตกลงกับดินาโมไว้ก่อนหน้านั้น ตอนอยู่กับผม เขาไม่เคยเล่นเป็นกองกลางตัวรับเลย ผมอยากให้เขาอยู่ใกล้เขตโทษมากกว่า เพื่อนร่วมทีมทุกคนรักเขา เขายุติธรรมและซื่อสัตย์ ใครๆ ก็ชอบ และในสนาม เขาก็เป็นนักเตะที่ดีที่สุดเสมอ"

"บ็อกดานเชื่อว่าโมดริชได้รับพรสวรรค์ของเขามาจากข้างถนน และเชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่จะเห็นโครเอเชียสร้างนักเตะแบบโมดริชขึ้นมาได้อีกในทุกวันนี้

"เขามั่นใจมากและรู้เป้าหมายของตัวเอง ผมดีใจมากที่ได้ทำงานกับเขา ทุกวันนี้ ผมทำงานกับพวกเด็กๆ ในอินเตอร์ และมันยากกว่าเดิมมาก ตอนที่โมดริชเติบโตขึ้นมา พวกเด็กเติบโตด้วยการเล่นฟุตบอลตามข้างถนน และเราก็แค่ขัดเกลาให้พวกเขากลายเป็นนักเตะอาชีพเท่านั้น แต่ทุกวันนี้พวกเด็กๆ ไม่เล่นบอลกันตามท้องถนนอีกแล้ว"

Luka Modric | Tottenham

Luka Modric UEFA Champions League

และถึงแม้จะมีพรสวรรค์มากขนาดนั้น เขาก็ไม่ได้คิดว่าโมดริชจะกลายเป็นสุดยอดนักเตะเหมือนอย่างทุกวันนี้" มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าเราคาดหวังว่าจะเห็นเขากลายเป็นนักเตะอย่างที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้ ผมบอกได้แค่ว่าตอนที่เขากลายเป็นกำลังหลักให้ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เราถึงได้รู้ว่าเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมาก"

โมดริชยังเคยถูกยืมตัวไปเล่นในบอสเนีย และ Stjepan Deveric เฮดโค้ชของทีม Zrinkski เล่าให้ Goal ฟังว่า "สำหรับผม ไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่ทีมเยาวชนของดินาโม หรือกับทีม Zrinjski ลูก้าคือมิดฟิลด์ตัวกลางมาโดยตลอด เขามีความสร้างสรรค์และมีความสามารถพิเศษในการหาหนทางทำให้ตัวเองโดดเด่นได้เสมอ

"เขาเทคนิคสมบูรณ์แบบและแม้กระทั่งบนสนามแข็งๆ ในลีกบอสเนียก็ไม่มีผลกับเขาเลย เขากลายเป็นผู้นำในสนาม และมันเป็นเรื่องยากมากที่จะมีนักเตะอายุ 18 ปีเป็นผู้นำในทีม เขาแข็งแกร่งขึ้นมากในลีกบอสเนีย

"เขามืออาชีพมากและเงียบมากด้วย เขาทำให้ตัวเองโดดเด่นในสนาม แต่ในตอนอื่นๆ คุณแทบจะไม่สังเกตเห็นเขาเลย" 

"อีกเหตุผลสำคัญมากๆ สำหรับชีวิตค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมของเขาคือเขาเติบโตขึ้นมาโดยที่ไม่มีอาการบาดเจ็บเลย มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกตั้งแต่ตอนนั้นว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะอย่างที่เขาเป็นทุกวันนี้ นักเตะบางคนก็พอใจในทันทีที่พวกเขาได้เงินก้อนแรกหลังจากย้ายไปเล่นในลีกใหญ่ แต่มีเพียงคนที่ดีที่สุดเท่านั้นที่อยู่รอดไปได้ตลอดทาง อย่างที่ลูก้าทำได้"

Slaven Bilic Luka Modric Football Oscars

ในช่วงระหว่างค้าแข้งกับดินาโม สลาเวน บิลิช อดีตโค้ชทีมชาติโครเอเชียเป็นอีกหนึ่งคนที่มีอิทธิพลต่อโมดริชอย่างมากในช่วงต้นของชีวิตค้าแข้ง เขามอบบทบาทสำคัญให้โมดริชในทีมชาติโครเอเชียชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี รวมถึงในทีมชุดใหญ่ และโมดริชก็มักจะเอ่ยถึงบิลิชในฐานะโค้ชที่ดีที่สุดที่เขาเคยมีมาอยู่เสมอ

โมดริชได้ลงเล่นให้ทีมชาติโครเอเชียนัดแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2006 โดยเผชิญหน้ากับอาร์เจนตินาและเมสซี ลูก้าเล่นได้โดดเด่นในเกมที่โครแอตเอาชนะไปได้ 3-2 และเป็นผู้เล่นคนสำคัญภายใต้การนำทีมของบิลิชที่คว้าโควต้าไปลุยยูโร 2008 ด้วยการคว่ำอังกฤษตกรอบ

อ่านบทความต่อด้านล่าง

และถึงแม้เขาจะได้รับเลือกให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว แต่โมดริชมักจะไม่ค่อยได้รับเสียงชื่นชมนักในทีมชาติโครเอเชีย ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่เขาจะได้รับการยอมรับในบ้านเกิด บางคนบอกว่าเขาทำประตูได้น้อยเกินไป บางคนบอกว่าเขาไม่เคยเป็นตัวหลักให้ทีมได้เลย และอีกหลายๆ คนบอกว่าเขาเล่นในระดับสโมสรได้ดีกว่านี้

แต่ในทุกวันนี้ ไม่มีใครพูดแบบนั้นอีกแล้ว ถึงแม้เขาจะยิงได้เพียง 11 ประตูตลอด 5 ฤดูกาลกับเรอัล มาดริด เขาก็ได้รับการยอมรับอย่างสูงในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว รวมถึงในบ้านเกิดของเขาด้วย

ด้วยวัย 32 ปี แน่นอนว่าไม่มีใครคงอยู่ตลอดไป แต่แฟนบอลโลส บลังโกส รวมถึงชาวโครเอเชีย คงหวังให้โมดริชรักษาฟอร์มระดับมาสเตอร์คลาสเช่นนี้ไปได้อีกอย่างน้อย 2-3 ปีต่อจากนี้

ปิด