อาร์เนอ ชล็อต กุนซือ ลิเวอร์พูล มองว่าผลการแข่งขันเกมพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ไม่ได้สะท้อนทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยพวกเขามักเจอคู่แข่งที่ทำประตูได้มากกว่าที่ควรจะเกิดขึ้น
เกมนัดแรกหลังเบรคทีมชาติ ทัพหงส์แดงบุกไปพ่าย เรือใบสีฟ้า แบบขาดลอย ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ และเป็นการแพ้นัดที่ 15 รวมทุกรายการ
โดย ชล็อต ได้ชี้ให้เห็นสถิติที่ไม่ได้เป็นรองทั้งเกม แต่เป็นจังหวะชี้เป็นชี้ตายที่พวกเขาทำไม่ได้ แต่คู่แข่งที่มักได้ประตูเกินจากค่า xG อยู่เสมอ (เกมนี้อยู่ที่ แมนฯ ซิตี้ (2.82) 4-0 (1.55) ลิเวอร์พูล
ซึ่งเขายังตั้งเป้าไปให้ไกลที่สุดในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่จะพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
“สิ่งที่สำคัญคือเราต้องคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าให้ได้
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 3-4 วัน ซึ่งมีไม่กี่อย่างที่เราพอจะทำได้ และหนึ่งในนั้นคือถ้าเราต้องเจอกับทีมระดับปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือแมนฯ ซิตี้ เราจำเป็นต้องเล่นเกมรับให้ดีกว่าช่วง 20 นาทีที่เราเสีย 4 ประตูในวันนี้
“ผมคิดว่าคงไม่มีใครจำเรื่องนี้แต่ในช่วง 35 นาทีแรก มีหลายอย่างที่ผมชอบจากทีมของผม และมันคงจะดีถ้าเราสามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้
“ยิ่งไปกว่านั้น เราเจอกับทีมที่ทำผลงานได้เกินค่า xG (โอกาสทำประตูที่คาดหวัง) ไปไกลมาก มันเกิดขึ้นกับเราตลอด ในขณะที่เรากลับทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานนั้นเสมอ
“แต่ถ้าคุณอยากมีโอกาสชนะปารีสฯ คุณต้องทำได้ดีกว่านี้ทั้งสองส่วน คือถ้าสร้างโอกาสได้ก็ต้องยิงให้เข้า คุณจะปล่อยให้โดนยิง 4 ประตูง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ ซึ่งอันที่จริงคือ 3 ประตู เพราะอีกลูกเป็นจุดโทษรวมอยู่ในนั้น”




