ข่าว ไลฟ์สกอร์
ไทยลีก

ย้อนรอยตำนานไทยลีก : สุรัตน์ สุขะ แข้งอาเซียนคนแรกในเอลีก

17:33 GMT+7 12/6/21
สุรัตน์ สุขะ
ฟูลแบ็คผู้ไต่เต้าจากอคาเดมี่ฉลามชล ก่อนยกระดับสู่ แข้งอาเซียนคนแรกในเอลีกและในฐานะตำนานไทยลีก...

"ถ้าคุณต้องการคนตามประกบ สตีเว่น เจอร์ราร์ด คุณต้องหาคนที่เล่นอย่างมีวินัยแบบเขา"

ประโยคข้างต้นคือคำกล่าวถึง สุรัตน์ สุขะ ของ แกรี โคล ผู้อำนวยการสโมสรเมลเบิร์น วิคตอรี ในวันที่ดาวเตะชาวไทยย้ายไปค้าแข้งที่ออสเตรเลีย

“ปาน” สุรัตน์ สุขะ เป็นชาวอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เขาคือน้องชายฝาแฝดของ สุรีย์ สุขะ โดยทั้งคู่เลือกเดินบนเส้นทางลูกหนังตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อตัดสินใจออกจากบ้านเกิดไปล่าฝันเข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี สถาบันฟุตบอลขาสั้นชื่อดังที่บ่มเพาะเยาวชนฝีเท้าดีป้อนสู่ทีมชาติไทย

สุรัตน์ เรียนอยู่ในรุ่นเดียวกับ สุรีย์ สุขะ และ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ซึ่งถือเป็นรุ่นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะคู่แฝดตระกูล สุขะ ที่ฝีเท้าโดดเด่น เขาช่วยสถาบันคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียน รุ่นอายุ 18 ปี ประเภท ก. ก่อนจะไต่ระดับสู่มืออาชีพ เมื่อถูกเรียกติดทีม ชลบุรี เอฟซี ซึ่งถือเป็นบันไดขั้นแรกของชีวิตนักฟุตบอล

ด้วยการพัฒนาระบบอคาเดมีที่มีมายาวนานบวกความพยายามยกระดับให้เป็นสโมสรอาชีพเต็มตัวตั้งแต่ยุคแรก ส่งผลให้ ฉลามชล คือสโมสรระดับบิ๊กเนมที่นักฟุตบอลหลายคนอยากเซ็นสัญญาด้วย ดังนั้นการได้อยู่ในทีม ชลบุรี ของ สุรัตน์ ตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งจึงถือเป็นความสำเร็จหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เขามีดีพอกับการเล่นลีกอาชีพ

สุรัตน์ พัฒนาฝีเท้าไปพร้อมๆกับ ชลบุรี ที่ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ในปี 2007 เมื่อสามารถคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก มาครองอย่างยิ่งใหญ่ ในเวลานั้นเขากลายเป็นไอคอนประจำทีมทั้งในสโมสร และทีมชาติ โดย สุรีย์ ประจำการแบ็คขวา ขณะที่ สุรัตน์ เล่นได้ทั้งกองกลาง และแบ็คซ้าย

ฤดูกาลถัดมา สุรัตน์ มีส่วนพา ฉลามชล จบรองแชมป์ไทยลีก ก่อนที่ปี 2009 ช่วงเลกสองกลายเป็นปีแห่งความทรงจำของเขา เมื่อถูก เมลเบิร์น วิคตอรี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกเอลีก ออสเตรเลีย คว้าตัวไปร่วมทัพ หลังได้เห็นฟอร์มการเล่นของเขาในเกมลีก และฟุตบอลถ้วยของเอเชีย ส่งผลให้ สุรัตน์ กลายเป็นผู้เล่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนแรกที่ได้เซ็นสัญญากับสโมสรในเอลีก

โอกาสได้ค้าแข้งกับ เมลเบิร์น ทำให้ สุรัตน์ ได้รับการจับตามองจากสื่อไทย และออสเตรเลีย แต่ก็มาพร้อมความกดดัน เพราะแม้มีดีกรีเป็นนักเตะแถวหน้าของไทย แต่การค้าแข้งต่างแดนหนแรกย่อมต้องเจออุปสรรค โดยเฉพาะการปรับตัวกับต้นสังกัดใหม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆที่ต่างไปจากเดิม แต่ สุรัตน์ สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อบ่างรวดเร็ว ก่อนถูกส่งลงสนามนัดแรกในเกมเสมอ บริสเบน รอร์ 3-3 ในเกมเอลีก นัดที่ 2 ของฤดูกาล โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 79

หลังจากนั้น สุรัตน์ กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของสโมสร เขาไม่ได้ไปเพราะเรื่องการตลาด แต่เขามาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งยอดแข้งชาวไทยแสดงให้ลีกระดับเอเชียเห็นว่า เขาทำได้ โดยตลอด 2 ฤดูกาล เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 32 นัด ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับมาเล่นที่บ้านเกิดอีกครั้ง โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่ทุ่มคว้าตัวเขามาร่วมทีม

การมาของ สุรัตน์ ถือเป็นบิ๊กดีลที่ ปราสาทสายฟ้า คาดหวังมาเติมเต็มความสำเร็จ อีกทั้งยังได้เล่นร่วมกับ สุรีย์ สุข แฝดผู้พี่อีกครั้ง ซึ่งเขาไม่ทำให้ผิดหวัง

ตลอดช่วงเวลากับ บุรีรัมย์ สุรัตน์ กวาดทุกทุกแชมป์ในไทย เข้าช่วยทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 4 สมัย , ช้าง เอฟเอคัพ 4 สมัย , โตโยต้า ลีกคัพ 3 สมัย , ถ้วยพระราชทาน ก. 4 สมัย , โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 3 สมัย และ แม่โขงคลับ แชมเปี้ยนส์ชิพ อีก 1 สมัย

ด้วยวัยที่มากขึ้นโอกาสลงสนามเริ่มน้อยลง สุรัตน์ อำลา บุรีรัมย์ เพื่อย้ายไปอยู่กับ อุบล ยูไนเต็ด ตามด้วย ศรีสะเกษ เอฟซี ก่อนจะตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดไปอย่างเงียบๆ ในวัย 37 ปี และหันไปทำธุรกิจร้านขายของชำที่จังหวัดสระแก้ว

ปัจจุบัน สุรัตน์ ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายกับธุรกิจที่เขาสร้างจากน้ำพักน้ำแรงที่ได้จากฟุตบอล ส่วนในวงการลูกหนังชื่อของเขาก็ยังคงถูกพูดถึงเสมอ แม้จะเลิกเล่นไปแล้ว เมื่อประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งผลงาน และเส้นทางค้าแข้งที่น่าสนใจ

โดยปี 2020 สโมสรเมลเบิร์น วิคตอรี เพิ่งลงบทสัมภาษณ์ของ แกรี โคล ผู้อำนวยการสโมสรที่ตัดสินใจคว้าตัว สุรัตน์ สุขะ ไปร่วมทีมว่า "ผมเซ็นเขามาร่วมทีมเพราะเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นฟูลแบ็กหรือกองหลังตัวกลาง หรือกองกลางตัวเก็บบอล ส่วนในทีมชาติไทยเขาเป็นกองกลางตัวรับเท่านั้น"

"ถ้าคุณต้องการหาคนที่ตามประกบ สตีเว่น เจอร์ราร์ด คุณคงต้องหาคนที่เล่นอย่างมีวินัยแบบนี้"

เขาทำให้คนไทย และต่างชาติยอมรับ อีกทั้งแสดงให้เห็นว่า นี่คือนักเตะต้นแบบของความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ไม่แปลกหากวันนี้ เขายังคงถูกจดจำในฐานะตำนานไทยลีก...