ย้อนรอยตำนานไทยลีก : สุธี สุขสมกิจ แข้งไทยที่เกือบได้เล่นให้ เชลซี

สุธี สุขสมกิจ
Goal Thailand
เขาคือนักฟุตบอลคนแรกที่คว้าดาวซัลโวไทยลีก 2 ปี ติดต่อกัน และครั้งหนึ่งเกือบได้เซ็นสัญญากับ เชลซี มหาอำนาจลูกหนังของ อังกฤษ

“เบิร์ท” สุธี สุขสมกิจ คือหนึ่งในปีกซ้ายที่ดีที่สุดเท่าที่ไทยเคยมีมา คำยกย่องนี้ไม่ได้เกินจริง เขาเคยวาดลวดลายน่าตื่นตาตื่นใจด้วยเท้าซ้ายสุดฉมังฝากความทรงจำให้แฟนบอลชาวไทยมายาวนานทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ

จุดเริ่มต้นของ สุธี คือการตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดจังหวัดตราด มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อคัดตัวกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สถาบันลูกหนังขาสั้นชื่อดัง ก่อนจะประเดิมฟุตบอลอาชีพกับ ธนาคารกสิกรไทย ช่วงแรกในสังเวียนอาชีพของเขาเป็นไปได้สวย เขาคือผู้เล่นปีกกึ่งกองหน้าที่มีทักษะเหลือร้าย สไตล์การลากเลื้อยพริ้วไหว คล่องแคล่วทำให้คู่แข่งรับมือยาก โดยเฉพาะจังหวะเลี้ยงตัดเข้าในยิงประตู อันเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนบอลหลายคนจดจำได้ดี

สุธี ยังเพิ่มความยอดเยี่ยมของตัวเอง เมื่อพัฒนาตัวเองจนเป็นนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดคนหนึ่ง โดยมีเบื้องหลังคือการฝึกหนัก ทุกครั้งก่อนที่ทีมจะฝึกซ้อม เขาจะถึงสนามก่อนเวลาเสมอเพื่อซ้อมยิงฟรีคิกคนเดียว โดยผลงานในช่วงค้าแข้งกับ ธนาคารกสิกรไทย เป็นที่น่าจดจำ เพราะเป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัลดาวซัวโว 2 ปี ติดต่อกันคือในฤดูกาล 2542 ยิงไป 13 ประตู และฤดูกาล 2543 ที่ยิงไป 16 ประตู นอกจากนี้ยังพาธนาคารกสิกรไทย คว้าอันดับ 3 ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

ช่วงเวลานั้นฟุตบอลไทยยังไม่เป็นลีกอาชีพเต็มตัว ผิดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีลีกฟุตบอลแข็งแกร่งกว่าทั้งเวียดนาม , สิงคโปร์ และด้วยฝีเท้าบวกการันตีผลงานของ สุธี ทำให้เขาได้รับข้อเสนอจากต่างแดน กระทั่งย้ายไปเล่นในศึกเอสลีก สิงคโปร์ ในฤดูกาล 2544 กับสโมสรตันจง ปาการ์ ยูไนเต็ด

เช่นเดียวกับเส้นทางทีมชาติที่ไปได้สวย โดยก่อนหน้านี้สมัยยังเป็นเยาวชน เขาเป็นหนึ่งในขุนพลชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ประเทศอียิปต์ ก่อนจะก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในเวลาต่อมา ที่ฝากผลงานไปทั้งสิ้น 19 ประตู จาก 64 นัด และเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ทำประตูในเอเชียนคัพ ได้ เมื่อปี 2004 ในเกมที่พ่ายญี่ปุ่น 1-4

สุธี สุขสมกิจ

ในช่วงที่ค้าแข้งใน เอสลีก เขาย้ายจาก ตันจง ปาการ์ ยูไนเต็ด สู่ โฮม ยูไนเต็ด และด้วยเหตุผลที่ สุธี ยังคงรักษามาตรการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เวลานั้นเกือบเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตนักฟุตบอลของเขากับโอกาสพลิกผันสู่เวทียุโรป…

"ตอนเขาอยู่ (สุธี สุขสมกิจ) ที่โฮม ยูไนเต็ด ผมส่งเขาให้เชลซีที่ต้องการเซ็นสัญญากับเขา และ ส่งเขาไปให้ เบรนด์ฟอร์ต ยืมตัวหนึ่งปี แต่น่าเศร้าที่มันมีปัญหาเรื่องวีซ่าอีกครั้ง" สตีฟ ดาร์บี้ กุนซือ โฮม ยูไนเต็ด เปิดเผยกับสื่อเมื่อปี 2019 ว่าครั้งหนึ่งอดีตปีกซ้ายชาวไทย เคยตกเป็นเป้าหมายของ เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเขาเป็นผู้ที่ส่งชื่อของ สุธี ให้กับ เชลซี แต่น่าเสียดายที่มันไม่เกิดขึ้นจริงด้วยเหตุผลบางอย่าง

"ใบอนุญาตทำงานของสหราชอาณาจักรทำให้นักเตะไทยหลายคนไม่ได้มาเล่นที่อังกฤษ ทั้งที่หลายคนมีฝีเท้าดี”

“ดูอย่าง รีดดี้ (ปีเตอร์ รีด) และ ร็อบโบ้ (ไบรอัน ร็อบสัน) ก็เคยพูดว่านักเตะไทยหลายคนสามารถเล่นในลีกแชมเปี้ยนชิพ หรือ ลีกที่ต่ำกว่าพรีเมียร์ลีกได้"

สุธี ได้ฝึกวิชาลูกหนังที่อังกฤษหนึ่งเดือน และได้รับโต๊ะกับดาวดังยุคนั้นทั้ง แฟรงก์ แลมพาร์ด , จอห์น เทอร์รี , โคล้ด มาเกเลเล่ ฯลฯ แม้จะพลาดโอกาสได้เล่นในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลทุกคนต่างใฝ่ฝัน แต่ก็เป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา

หลังกลับจากอังกฤษ สุธี ปักหลักค้าแข้งต่างแดนต่อไป โดยปี 2009 เมลเบิร์น วิคตอรี ทีมดังแห่งศึก เอลีก ออสเตรเลีย คว้ามาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัวเป็นระยะเวลา 3 เดือน จากสโมสรแทมปิเนส โรเวอร์ส ช่วงสั้นๆ และถือเป็นนักฟุตบอลไทยคนที่สองที่ค้าแข้งใน เอลีก ต่อจาก สุรัตน์ สุขะ ที่เล่นให้ทีมเดียวกัน

สุธี สุขสมกิจ

ปี 2010 หลังเก็บประสบการณ์ฟุตบอลต่างแดนจนอิ่มตัว สุธี ตัดสินใจเดินทางกลับมาค้าแข้งที่ประเทศไทยเป็นหนแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งเวลานั้นฟุตบอลลีกอาชีพของไทยแข็งแกร่งขึ้น มีรายได้มั่นคง และหลายสโมสรยะระดับให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น โดยเซ็นสัญญากับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่มีสุรชัย จตุรภัทรพงษ์ เป็นกุนซือใหญ่

แม้ผลงานหลังหวนคืนบ้านเกิดจะไม่ประสบความสำเร็จมากนักในแง่ของโทรฟี่แชมป์ แต่ฝีเท้าของเขายังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลเช่นเคย อย่างไรก็ตามด้วยวัยที่มากขึ้น สุธี ย้ายลงไปเล่นในดิวิชั่น 1 กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ตามด้วยอดีตทีมระดับตำนานอย่าง ยาสูบ เอฟซี

กระทั่งปี 2015 สุธี สุขสมกิจ ตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ ในวัย 37 ปี โดยเล่นให้ กระบี่ เอฟซี เป็นทีมสุดท้าย ก่อนจะผันตัวไปรับงานโค้ชกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในฐานะผู้ช่วยกุนซือ ธงชัย สุขโกกี เป็นทีมแรก ตามด้วย บางกอก เอฟซี, ลำปาง เอฟซี และ เชียงราย ยูไนเต็ด

อ่านบทความต่อด้านล่าง

ในปี 2019 สุธี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ พีทีที ระยอง อะคาเดมี่ แม้เขาจะยอมรับว่า เป็นง่านที่ไม่ชอบในช่วงแรก เพราะมีความฝันอยากคุมทีมในระดับไทยลีกมากกว่า แต่หลังได้สัมผัสการทำงานอคาเดมีก็เปลี่ยนความคิดไป

ปัจจุบัน สุธี ยังคงมุ่งมั่นสร้างเยาวชนไทยสู่เวทีฟุตบอลอาชีพเพื่อหวังว่า สักวันจะได้เห็นภาพเยาวชนเหล่านี้ก้าวไปในเส้นทางลูกหนังระดับสูงเหมือนที่เขาเคยผ่านมาแล้ว

สุธี สุขสมกิจ

ปิด