นี่คือประสบการณ์ครั้งใหม่ที่ท้าทาย อี จอง-ซู (Lee Jung-soo) อดีตกองหลังดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ ในการก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ของพลังกาญจน์ เอฟซี สโมสรในไทยลีก
จากผู้ช่วยโค้ชของ คิม ซัง-ซิก ในการทำงานร่วมกันที่ทีมชาติเวียดนาม อี จอง-ซู กำลังจะได้โชว์ฝีมือคุมทีมในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า ไม่ว่าพลังกาญจน์ เอฟซี จะลงเล่นในลีกระดับใดในซีซั่นหน้าก็ตาม
จากแนวรับทีมชาติเกาหลีใต้ สู่หนึ่งในโค้ชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมชาติเวียดนาม ก่อนรับงานสุดท้าทายที่เมืองไทย… อี จอง-ซู เป็นใคร? เราจะพาแฟน ๆ ไปรู้จักเขาให้มากขึ้น ติดตามไปพร้อมกัน
🟡 เฉิดฉายสมัยเป็นนักเตะ
สมัยเป็นผู้เล่น อี จอง-ซู คือกองหลังมากประสบการณ์ที่ผ่านการค้าแข้งในลีกบ้านเกิดอย่างโชกโชนกับ อินชอน ยูไนเต็ด และ ซูวอน บลูวิงส์ รวมถึงในลีกต่างแดนทั้งญี่ปุ่น, กาตาร์ และ สหรัฐอเมริกา
ขณะที่ในนามทีมชาติเกาหลีใต้ อี จอง-ซู เคยผ่านสมรภูมิฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว เมื่อปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ เขาทำผลงานส่วนตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยิงไป 2 ประตูในฐานะกองหลัง พาทีมผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ ก่อนจะจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการแพ้ต่อ อุรุกวัย 1-2
เมื่อย้อนอดีตกลับไปในยุคนั้น เพื่อนร่วมทีมของ อี จอง-ซู เป็นนักเตะระดับสตาร์ทีมชาติเกาหลีใต้ทั้งนั้น อาทิ พัค จี-ซอง, พัค ชู-ยอง, อี ชุง-ยอง, อี ยอง-เพียว, ชา ดู-รี, กี ซุง-ยอง, อี วอน-แจ ฯลฯ
ดีกรีของ อี จอง-ซู ไม่ธรรมดา ในระดับสโมสรเขาประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์เคลีก กับ ซูวอน บลูวิงส์ ฤดูกาล 2007/08 และ คว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ อัล ซาดด์ (กาตาร์) ในปี 2011
🟡 มุ่งหน้าสู่งานโค้ช
อี จอง-ซู อำลาผืนหญ้าในฐานะพ่อค้าแข้งเมื่อปี 2018 ก่อนจะเดินหน้าเข้าสู่งานโค้ชอย่างเต็มตัว โดยค่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วยโค้ชไปเรื่อย ๆ
จุดเริ่มต้นในสายงานนี้ของ อี จอง-ซู ชัดเจนตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นผู้ช่วยโค้ชของ จอง แฮ-ซอง อดีตประธานเทคนิคของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ เมื่อครั้งทำงานร่วมกันในทีมโฮจิมินห์ ซิตี้ ในวีลีก เวียดนาม ระหว่างปี 2018-2020
ต่อมา อี จอง-ซู จึงขยับขยายไปเป็นผู้ช่วยโค้ชของ คิม โด-คยุน ในทีมซูวอน เอฟซี สโมสรชั้นนำในบ้านเกิด
ด้วยความที่เจ้าตัวเริ่มต้นงานโค้ชที่เวียดนาม อี จอง-ซู จึงมีความผูกพันกับประเทศนี้เป็นพิเศษ แม้ไม่ใช่แผ่นดินแม่ก็ตาม นั่นทำให้หน้าที่การงานของเขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเวียนมาบรรจบที่นี่อีกครั้ง
🟡 เบื้องหลังความแข็งแกร่งของทีมชาติเวียดนาม
ในปี 2025 อี จอง-ซู ได้รับการทาบทามจาก คิม ซัง-ซิก โค้ชรุ่นพี่ สมัยร่วมงานกันในนามทีมชาติเกาหลีใต้เมื่อหลายปีก่อน นี่เป็นโอกาสที่เจ้าตัวไม่อาจปฏิเสธได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในฐานะผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเวียดนาม
ในการทำงานภายใต้สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม (VFF) นี้เอง ทำให้ อี จอง-ซู ได้แสดงศักยภาพ ความรู้ ความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่
ไม่เพียงแค่ อี จอง-ซู เท่านั้น แต่ อี วอน-แจ (Lee Woon-jae) อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานทีมชาติเกาหลีใต้ ก็ถูกชวนมาเป็นทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของ คิม ซัง-ซิก ที่นี่ด้วย
ในบทบาทและหน้าที่ของ อี จอง-ซู เขาได้รับการยกย่องจาก คิม ซัง-ซิก ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแท็คติก แม้ว่าในสมัยเป็นนักเตะจะเล่นฟุตบอลตำแหน่งกองหลัง แต่เจ้าตัวคือคีย์แมนสำคัญในการซ้อมและวางกลยุทธ์เกมรุกให้ทัพดาวทองทั้งชุดใหญ่และ U23
การที่ อี จอง-ซู เคยเป็นนักเตะมาก่อน เขาจึงซื้อใจและได้รับการเคารพจากเหล่าผู้เล่นทัพดาวทองเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่แค่ทฤษฎีเท่านั้น แต่เจ้าตัวยังมีเคล็ดลับเรื่องลูกเซ็ตพีซและลูกกลางอากาศมาเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมด้วย
“เราได้เรียนรู้จากคนที่เข้าใจและแข็งแกร่งในเรื่องลูกตั้งเตะ โค้ชอี จอง-ซู ให้ความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเกมรับ เขาเข้าใจว่าการทำประตูเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ได้เน้นย้ำถึงวิธีการป้องกันไม่ให้เสียประตูด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นลูกตั้งเตะ” คิม ซัง-ซิก เคยให้สัมภาษณ์ถึงมือขวาของเขา
ครั้งหนึ่ง สำนักข่าว Dongpo News ของเกาหลีใต้ เคยเผยแพร่บทความชื่นชม อี จอง-ซู และ อี วอน-แจ ว่าเป็นมดงานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังฟอร์มอันแข็งแกร่งของทีมชาติเวียดนาม U23 ซึ่งการันตีได้จากความสำเร็จทั้งเหรียญทองซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย และ ก้าวขึ้นไปจบอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 รุ่น U23 รวมถึงในทีมชุดใหญ่ ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เอเชียน คัพ 2027
🟡 งานท้าทายกับพลังกาญจน์
จากบ้านเกิดสู่บ้านที่ผูกพัน (เวียดนาม) วันนี้ อี จอง-ซู กำลังก้าวออกมาเผชิญกับโลกลูกหนังใบใหม่ที่ประเทศไทย หลังจากที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเฮดโค้ช (ใหญ่) ของ พลังกาญจน์ เอฟซี ในช่วงโค้งสุดท้ายของไทยลีก 2025/26
นี่คือการก้าวออกจากคอมฟอร์ท โซน ของอดีตปราการหลังทีมชาติเกาหลีใต้ ในการเป็นหัวเรือใหญ่แบบเต็มตัว
น่าสนใจว่าโค้ชที่มีของดีอยู่ในตัวแบบเขา จะนำประสบการณ์และความสามารถที่มี มาช่วยยกระดับพลังกาญจน์ เอฟซี ได้อย่างไรบ้าง ไม่ว่าม้าเหล็กตัวนี้จะอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดหรือไม่
เมื่อเปิดโปรแกรมแข่งขันของพลังกาญจน์ เอฟซี ดู ก็ถือว่าน่าสนใจและตื่นเต้นไม่น้อย เพราะ อี จอง-ซู กำลังจะได้โชว์ฝีมือคุมทีมเกมแรก เปิดบ้านพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมแชมป์ไทยลีก ในวันที่ 26 เมษายนนี้
ดังนั้นในช่วงที่ทีมไม่มีโปรแกรมแข่ง ประกอบกับช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์พอดี ทำให้พลังกาญจน์จะมีเวลาซ้อม ปรับจูนทีมแบบเต็ม ๆ กว่าสองสัปดาห์เลยทีเดียว
ความท้าทายใหม่ของ อี จอง-ซู ในลีกฟุตบอลที่โหดหินไม่แพ้ที่ไหนในโลก กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาจะยกระดับทีมได้ดีแค่ไหน…เวลาเท่านั้นจะเป็นบทพิสูจน์
