นัดอำลา! "ภานุพงศ์" ประกาศแขวนสตั๊ดนัดชิงช้าง เอฟเอ คัพ

คอมเมนต์()
อดีตกัปตันทีมชาติไทย เตรียมยุติการค้าแข้งยาวนานาน ตลอด 15 ปี ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ 2017

ภานุพงศ์ วงศ์ษา ปราการหลัง แบงค็อก ยูไนเต็ด ประกาศเตรียมแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ หลังจบนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลถ้วย ช้าง เอฟเอ คัพ 2017 โดยจะผันตัวเองไปทำหน้าที่ ผู้ช่วยโค้ช ให้กับต้นสังกัดแทน

แนวรับวัย 34 ปี โลดแล่นในฟุตบอลาชีพนานถึง 15 ปี กับสโมสรต่างๆ ทั้ง เชียงใหม่, ตำรวจ, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, เมืองทอง ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี และ แบงค็อก ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกมาครอง 3 สมัย ติดทีมชาติไทย 27 และเคยทำหน้าทีเป็นกัปตันทีมทีมชาติด้วย

“ผมเริ่มต้นในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเมื่อปี 2545 เป็นเวลา 15 ปีแล้วที่ผมมาได้ไกลเกินกว่าที่คาดฝันไว้อย่างไม่น่าเชื่อ จากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่มีความฝันว่าอยากจะลงเล่นในสนามศุภชลาศัยสักครั้ง หรือการได้ลงเล่นในฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี"


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


"แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 15 ปีเป็นสิ่งที่มากกว่าที่ผมฝันเอาไว้ การได้รับโอกาสเป็นกัปตันทีมชาติไทยถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุด รวมถึงการได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมของสโมสรชั้นนำในประเทศไทยคือช่วงชีวิตที่มหัศจรรย์.

"แผนการแรกของผมคือการลงเล่นต่ออีกหนึ่งปี แต่เมื่อได้ปรึกษากับผู้บริหารรวมถึงสต๊าฟโค้ชของสโมสร ก็ได้ความเห็นว่าอยากให้ผมมาช่วยงานโค้ชที่นี่ เป็นสิ่งที่ผมกลับไปคิดทบทวนอยู่นานและเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างยาก แต่ผมคิดอยู่เสมอว่าอยากจะแขวนสตั๊ดกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด.

"การรับบทบาทในฐานะผู้ช่วยโค้ชของทีมจะเป็นการช่วยสโมสรได้มากขึ้น ผมจึงตัดสินใจยุติอาชีพนักฟุตบอลไว้ในปีนี้

เกมสุดท้ายของผมหวังว่าจะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ การได้ชูถ้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด จะเป็นการปิดฉากอาชีพนักฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด"

โปรแกรมนัดชิงชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ 2017 ระหว่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด แข่งขันวันเสาร์ที่ 25 พฤจิกายน 2560 เวลา 19.00น. ที่สนามศุภชลาศัย

บทความต่อไป:
พวกโง่เง่า! โบนุชชีแรงสวนแฟนโห่ใน'ซาน ซีโร'
บทความต่อไป:
ไม่แก่เกินเรียน! ป็อกบาหัดว่ายน้ำตอนอายุ 25
บทความต่อไป:
ปลุกฝันนักเตะ! กัลฟ์จับมือบุรีรัมย์คัดแข้งจิ๋วฝึกทักษะกับดอร์ทมุนด์
บทความต่อไป:
เล่นครึ่งเดียว! โค้ชสวีเดนอัพเดพอาการลินเดเลิฟ
บทความต่อไป:
ยุคตกต่ำ! อิตาลีไม่ชนะในบ้านนานสุดในประวัติศาสตร์
ปิด