จากลีกเอิงสู่ซูเปอร์สตาร์ : โคลด มาเกเลเล

Getty
ก่อนจะค้าแข้งกับเชลซีและเรอัล มาดริด มีคนตั้งชื่อตำแหน่งตามชื่อของเขา จากผลงานพานองต์สู่ความยิ่งใหญ่ในลีกเอิงและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ

โลกไปนี้มีเทคนิคที่ตั้งชื่อตามนักเตะมากมาย ทั้งครัฟฟ์เทิร์น, จุดโทษปาเนก้า, วอลเลย์ปาแป็ง, มาราโดนา 360 หรือ ซีดาน รูเล็ตต์

แต่ไม่ว่าใครก็ไม่เคยมีชื่อตำแหน่งตามชื่อของเขา ยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญในการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งต่อมาคนเรียกขานตำแหน่งและบทบาทที่เขาเล่นในสนามว่า ตำแหน่งมาเกเลเล

บทบาทของเขาในสนามอาจดูไม่โดดเด่นเหมือนคนอื่นๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็นนักเตะที่ขาดไม่ได้ในทีม สตีฟ แม็คมานามาน กองกลางเรอัล มาดริด เคยกล่าวถึงมาเกเลเลเอาไว้ว่า เป็นนักเตะที่สำคัญที่สุด แต่ได้รับการยอมรับน้อยที่สุดในสโมสร

Claude Makelele Nantes 13091995

ซีเนดีน ซีดาน ยิ่งวิพากษ์วิจารณ์แรงกว่านั้น ตอนที่ประธานเรอัล มาดริด ฟลอเรนติโน เปเรซ ปล่อยมาเกเลเล ออกจากทีมเพื่อคว้าเดวิด เบ็คแฮมเข้ามา เขาบอกว่า "จะพ่นสีทองบนรถเบนท์ลีย์เพิ่มอีกชั้นทำไม ถ้าเราเสียเครื่องยนต์ไปหมดแล้ว?"

จากบ้านเกิดที่ กินชาซา เมืองหลวงของซาอีร์ ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก้ เขาย้ายมาอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ที่ปารีสตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความมีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ทำให้เขาได้ลงเล่นในลีกเอิงเมื่อปี 1991 หลังจากร่วมทีมนองต์ตั้งแต่อายุ 18 ปี

"เราพบตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขามากๆ" Jean-Claude Suaudeau โค้ชในตำแหน่งของทีมน็องต์กล่าวทาง told Presse Ocean “เขาเลิกที่จะพยายามเลี้ยงหรือจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายไปเลย และมาพยายามหยุดคู่แข่งแทน ซึ่งมันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพราะเกมของเขาก็พัฒนาขึ้นตั้งแต่นั้น"

ตลอด 4 ปี มาเกเลเลกลายเป็นห้องเครื่องของทีมน็องต์ที่คว้าแชมป์ลีกเอิงเมื่อปี 1995

"เราคว้าแชมป์ลีกเมื่อปี 1995 และถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกในปีถัดมา” มาเกเลเลกล่าวทาง The Guardian 

Claude Makelele Marseille 13121997

“สำหรับทีมพลังหนุ่มจากสโมสรเล็กๆ อย่างนองต์ ที่ได้เล่นรอบรองชนะเลิศกับยูเวนตุส มันสุดยอดมาก เราแพ้ 4-3 แต่มันเป็นการผจญภัยที่สวยงามมาก และมันทำให้ผมมีความทะเยอทะยานมากขึ้น ผมมองเห็นตัวเองที่จะย้ายไปเล่นในทีมใหญ่และได้ถ้วยรางวัลมากมาย”

เมื่อเวิลด์คัพที่บ้านเกิดของตัวเองรออยู่ ทำให้มาเกเลเลตัดสินใจปฎิเสธข้อเสนอจากต่างแดนและเลือกเล่นให้มาร์กเซย เพื่อให้โค้ชมีโอกาสได้เห็นฝีเท้ามากกว่า ทว่ามันกลับเป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยดีนัก

"แรงกดดันมันเยอะมาก ทำให้ทีมทำผลงานได้ไม่ดีนัก และเป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก" มาเกเลเลยอมรับ

ทีมมาร์กเซยที่มี โลรองต์ บล็องก์, วิลเลียม กัลลาส, คริสตอฟ ดูการ์รี และฟาบริซิโอ ราวาเนลลี จบฤดูกาลด้วยอันดับสี่ และมาเกเลเลก็ถูก เอมเม ฌักเกต์ โค้ชทีมชาติมองข้ามในหน้าร้อนปีนั้น

หลังจากลงสนามไปมากกว่า 200 นัดในลีกเอิง มันก็ถึงเวลาที่จะก้าวต่อไปสู่บ้านใหม่ในลีกใหม่ มาเกเลเลย้ายไปเล่นในสเปนกับเซลต้า บิโก้

"หลังจากมาร์กเซย ผมกลับมาสนุกกับฟุตบอลอีกครั้งที่บิโก้ ผมมาอยู่กับสโมสรที่ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่ มันจึงเป็นการผจญภัยที่ตื่นเต้นมากๆ”

Claude Makelele - Real Madrid

อ่านบทความต่อด้านล่าง

ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาทำให้เขาย้ายไปเล่นในเรอัล มาดริด ซึ่งเขามีส่วนสำคัญอย่างเงียบๆ ด้วยการปิดทองหลังพระพาทีมคว้าแชมป์ลีกสองสมัย รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกหนึ่งสมัย

อย่างไรก็ดี เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ต้องการนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านี้ "เขาไม่ใช่นักเตะที่โหม่งเก่ง และแทบไม่เคยผ่านบอลเกิน 3 เมตรเลย" คำพูดของเปเรซในวันที่ตัดสินใจปล่อยมาเกเลเลไปถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วงในภายหลัง "พวกนักเตะหนุ่มๆ จะเข้ามา และทำให้ใครๆ ก็ลืมมาเกเลเลไปอย่างแน่นอน"

แต่มาเกเลเลไม่เคยถูกลืม ทุกคนเรียกชื่อตำแหน่งหนึ่งในสนามตามชื่อเขาเสียด้วยซ้ำ

ปิด