Goal.com
สด
Toyota Banner AFC

จับตาดาวรุ่งโตโยต้า ไทยลีก : อิรฟาน ดอเลาะ ความภูมิใจของชาวนราธิวาส

ผ่านครึ่งทางของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 เลกแรก นอกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังประสบความสำเร็จ ในแง่ผลงานด้วยการนำเป็นจ่าฝูงแล้ว พวกเขายังประสบความสำเร็จ ในแง่การพัฒนาเยาวชน ขึ้นมาใช้งานเรื่อยๆ ตามปรัชญาของ เนวิน ชิดชอบ ที่ประกาศชัดเจนว่า บุรีรัมย์ยุคใหม่ ‘เน้นสร้างมากกว่าซื้อ’ .. เห็นได้จากผู้เล่นอย่าง สุภโชค สารชาติ , รัตนากร ใหม่คามิ , ศุภชัย ใจเด็ด , ศศลักษณ์ ไหประโคน และ  ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่สอดแสรกขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมเต็มตัว

และนอกเหนือจาก รายชื่อทั้งหมด ที่เรากล่าวมาแล้วนั้น ยังมีดาวรุ่งอีกหนึ่งรายที่น่าสนใจ นั่นคือ อิรฟาน ดอเลาะ เด็กหนุ่มจากนราธิวาส - ดาวรุ่งรายนี้ เป็นใครมาจากไหน ติดตามได้ที่นี่ 

อิรฟาน ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ และนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะคุณพ่อของเขา คือ มะยูนัยนัน ดอเลาะ อดีตกัปตันทีมกอและพิฆาต ซึ่งช่วงนั้น เขาจะตามคุณพ่อไปทุกที่ ที่มีฟุตบอล ไม่เว้นแม้แต่ ในช่วงที่ คุณพ่อ ย้ายไปเล่นที่มาเลเซีย และ นั่นทำให้ DNA ลูกหนัง ส่งต่อมาถึงเจ้าตัวทุกอย่าง

“เท่าที่จำความได้ ผมก็ชอบและเล่นฟุตบอล มาตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ ส่วนสำคัญ ที่ทำให้ผมชอบ ก็คือพ่อครับ เพราะตอนนั้นพ่อ เป็นนักฟุตบอล ตอนที่พ่อเล่นอยู่ที่ไทย หรือ ที่มาเลเซีย ช่วงหนึ่ง ผมก็ตามพ่อไปหมด อย่างตอนพักครึ่ง ผมก็มีโอกาสลงไปในสนาม มันได้ซึบซับ อะไรหลายๆอย่าง จนทำให้เป็นผมทุกวันนี้ครับ”

“ส่วนตัวผมกับพ่อ ไม่ค่อยสนิทกันมากเท่าไหร่ครับ แต่พ่อ ก็สอนผมเกี่ยวกับฟุตบอลหลายอย่างครับ ตอนเด็กๆ ที่จำได้ พ่อก็สอนเบสิคพื้นฐานให้ ทั้งการแปบอล , จับบอล และ ยิงประตู แล้วพ่อก็สอนการใช้ชีวิตว่า การเป็นนักกีฬา ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ เรื่องระเบียบวินัยสำคัญที่สุด และ พ่อจะไม่ให้ผมนอนเกินสี่ทุ่ม รวมถึง การกินอาหาร ก็ต้องให้ครบ 5 หมู่ครับ ซึ่งทุกอย่างที่พ่อบอก ผมก็ทำตามทุกอย่างครับ”

ระหว่างที่อยู่ นราธิวาส ‘อิรฟาน’ ก็พยายามมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เขามีโอกาสเป็นตัวแทนจังหวัดผ่านรายการสำคัญๆ มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบฟุตซอล หรือ ฟุตบอล กระทั่ง จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้น ในรายการฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่จังหวัดเชียงใหม่  เมื่อ นราธิวาส อยู่ในกลุ่มเดียวร่วมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี่

นัดนั้น อิรฟาน ในวัยย่าง 16 ปี เป็นหนึ่งในคนที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นที่สุดในสนาม และ แม้ว่าผลสุดท้าย จะแพ้จุดโทษไปด้วยสกอร์รวม 2-4 หลังจากเสมอในเวลา 0-0 แต่ ฝีเท้าของเขาก็ไปเข้าตา เหล่าสตาฟฟ์โค้ช บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี่ และ ชักชวนให้เดินทางมาทดสอบฝีเท้า

“ตอนนั้น ไม่เชื่อเลยครับ นึกว่ามาแซวผมเล่น เพราะภาพของผม ที่มองบุรีรัมย์ตอนนั้น คือเป็นทีมที่ดีที่สุดในประเทศ มีเด็กกี่แสนคนไม่รู้ ที่อยากไปที่นั่น แล้วจู่ๆ ผมกลับถูกชักชวนไป ก็ยอมรับว่าเซอร์ไพรส์ และ ตื่นเต้นมากครับ”

“ส่วนตัว ตอนนั้นอยากไปมากครับ เพราะคิดไว้แล้วว่า ถ้าที่นั่นไม่ติดต่อมา ผมก็อยากเข้ามาคัดที่โรงเรียนในกรุงเทพ จากนั้น ปรึกษาครอบครัว เขาก็สนับสนุนครับ ซึ่งผมไปอยู่ที่บุรีรัมย์ พร้อมกับเพื่อนอีกคน ประมาณ 1 อาทิตย์  แล้ว สโมสรเรียกผมมาเซ็นสัญญา ส่วนเพื่อนอีกคน ไม่ติดครับ”

อิรฟาน ก้าวเข้าสู่บันไดลูกหนังอาชีพเต็มตัว แต่ทุกอย่าง ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อระบบ ฟุตบอลอคาเดมี่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแปลงความคิด และ ทัศนคติ ของเขาไปแทบทั้งหมด 

“ช่วงแรกที่เข้ามา เหมือนผมมาเจออีกโลกของฟุตบอล จากที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่พอมาที่นี่เหมือนสู้ใครไม่ได้เลย แถมทุกคืนต้องถูกเก็บโทรศัพท์ ตอนนั้น ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเก็บด้วย ยอมรับว่าท้อมากครับ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ผมก็ปรับตัวได้ และ เข้าใจว่า ทุกอย่างที่ผ่านมา มันหล่อหลอมให้เด็กหลายๆคน มีวินัย และ ส่วนหนึ่ง ที่ผมผ่านมาได้ ก็เพราะกำลังใจจากครอบครัวครับ แม่ผมจะสอนตลอดว่า ถ้าเราทำอะไรเต็มที่แล้ว เราก็ไม่ต้องเสียใจกับมัน”

กระทั่งในที่สุด ความพยายามก็ไม่เคยทำร้ายใคร เมื่อช่วงเลกสอง ของฤดูกาล 2017 อิรฟาน ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ พร้อมกับ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ก่อนได้รับโอกาสประเดิมสนามในโตโยต้า ไทยลีก ครั้งแรก ในปีถัดมา ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย จากเกมที่บุกไปชนะ ราชนาวี เอฟซี 4-0 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2018 

“ผมยังจำวันนั้นได้ดีครับ ตอนที่ลงไป ผมตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าจะทำได้มั้ย หรือ ถ้าทำเสีย จะโดนด่ามั้ย แต่พ่อเน (เนวิน ชิดชอบ) ก็บอกว่า ให้ผมกล้าเล่น เสียไม่เป็นไร ถึงตัวจะเล็ก แต่ใจต้องใหญ่ ซึ่งผมก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ ก็ต้องขอบคุณโอกาสจากสตาฟฟ์โค้ชด้วยครับ เพราะ มันเหมือนเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ผม มีแรงผลักดันมากขึ้น”

ก่อนที่ซีซั่นนี้ อิรฟาน จะเริ่มมีบทบาทกับทีมมากขึ้น เมื่อมีชื่อช่วย ปราสาทสายฟ้า แทบทุกนัด โดยล่าสุดเพิ่งถูกส่งลงสนาม ในนัดส่งท้ายเลกแรก ที่เปิดบ้านชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 4-0 และก่อนหน้านี้ ยังได้โอกาสเป็นตัวจริง ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม ที่บุกไปเสมอ ชุนบุค ฮุนได มอร์เตอร์ส 0-0 ซึ่งเป็นผู้เล่นชาวนราธิวาส รายแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีโอกาสสัมผัสศึกฟุตบอลถ้วยใหญ่เอเชีย

“ผมพยายามสู้ และ พยายามทำงานหนักมาตลอดครับ ไม่ว่าจะได้รับโอกาสลงสนามกี่นาที ผมก็เต็มที่ และ ดีใจมากๆครับ หลังจากนี้ ผมยังไม่ได้คาดหวังอะไรไว้สูง ผมแค่อยากทำวันต่อวันให้ดีที่สุด และ เป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ของทีมแบบนี้ไปเรื่อยๆ และ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากติดทีมชาติไทยชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต”

“ผมภูมิใจที่มีแต่คนทักว่าเป็นลูกพ่อ แต่ผมไม่ได้อยากอยู่ใต้ร่มเงาของพ่อ บางทีผมก็แอบน้อยใจ ดังนั้น ผมจะพยายามพิสูจน์ตัวเอง เพื่อวันหนึ่งให้ทุกคนจดจำชื่อผมให้ได้” อิรฟาน ปิดท้าย

และนี่คือดาวรุ่งน่าจับตาประจำเดือนมิถุนายน ของเรา อิรฟาน ดอเลาะ

Toyota Banner AFC
โฆษณา
0