
NXGN ในยูโร 2020: กระบวนการสร้าง เปดรี้ ดาวรุ่งแห่งสเปน
โดย ริค ชาร์มา

ความเป็นจริงก็คือ เปดรี้ไม่ได้มาจากระบบลา มาเซีย อคาเดมีฝึกฟุตบอลชื่อดังของบาร์เซโลนา ถึงแม้ว่าสไตล์การเล่นอาจจะทำให้คุณเข้าใจผิดไปแบบนั้น
แข้งวัย 18 ปี ซึ่งอยู่ในอันดับ 4 ของรายชื่อ NXGN ของ Goal เมื่อเดือนมีนาคม ถือว่าดาวดวงใหม่ของลาลีกาประจำฤดูกาล 2020-21 ที่ทำให้หลุยส์ เอ็นริเก้ เฮดโค้ชทีมชาติสเปนไม่มีทางเลือก นอกจากจะเรียกเขาติดธงไปเล่นในยูโร 2020
คำถามในตอนนี้คือ เขาจะได้เป็นตัวหลักในทีมชาติสเปนหน้าร้อนนี้เลย หรือว่าเขาจะตัวเลือกลำดับท้ายๆ ที่แทบไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนาม
มีไม่กี่คนที่คาดการณ์ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นฤดูกาล ก่อนหน้านี้เพียงปีกว่าๆ เขาได้ประเดิมสนามในเซกุนด้าลีกกับลาส พัลมาส ด้วยวัย 16 ปี และพัฒนาฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ตอนนั้น
เปดรี้ได้ลงสนามให้บาร์เซโลนา 52 นัด ในฤดูกาลแรกของเขากับยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลัน แถมติดทีมชาติสเปนอีก 3 นัด เขากลายเป็นคู่ขาที่รู้ใจกับลิโอเนล เมสซี และกลายเป็นคนที่อาจมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เมสซีกลับใจอยู่ในถิ่นคัมป์นูต่อไปในฤดูกาลหน้า
เรื่องราวของเปดรี้นั้นเริ่มต้นที่หมู่เกาะคานารี ห่างจากบาร์เซโลนาถึง 2,500 กิโลเมตร ถึงแม้ใครจะมองว่าเขามีสไตล์การเล่นที่เหมือนจะถอดแบบมาจาก ลา มาเซีย มากแค่ไหนก็ตาม
เปโดร กอนซาเลซ โลเปซ เกิดที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีประชากรอยู่ราวๆ 11,000 คนบนเกาะเตเรนิเฟ เขาเป็นนักเรียนที่ผลการเรียนกลางๆ แต่ทันทีที่เสียงระฆังเลิกเรียนดัง ก็จะเป็นเวลาที่เขาได้เล่นฟุตบอลที่เขารักอย่างจริงจังในสนาม และเขาก็ตั้งเป้าที่จะมุ่งสู่การเป็นนักเตะแถวหน้ามาตั้งแต่ตอนอายุยังน้อย
มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้เกิดหลังฟุตบอลโลก 2002 ไม่นานนัก ในครอบครัวที่คลั่งไคล้สโมสรบาร์เซโลนาเป็นอย่างมาก เขาได้ดูเปโดร เด็กหนุ่มที่มาจากหมู่เกาะคานารีเช่นกัน แจ้งเกิดกับบาร์ซา ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ในตำแหน่งปีก และมีอันเดรส อิเนียสต้า เป็นต้นแบบในเชิงลูกหนัง นอกจากนี้ พ่อของเขา เฟอร์นานโด กอนซาเลซ ยังชอบให้เขาดูวิดีโอของไมเคิล เลาดรู๊ป อยู่บ่อยๆ นั่นคือที่มาถึงสไตล์การเล่นที่เหมือนถอดแบบมาจากลา มาเซีย ของเขา
เปดรี้เริ่มต้นกับทีมท้องถิ่น Juventud Laguna ในปี 2015 และมีฝีเท้าที่เหนือกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด เขาโดดเด่นภายใต้เสื้อหมายเลข 8 เบอร์เดียวกับอิเนียสต้า
“เปดรี้รักลูกบอล” อโยเซ เอร์นานเดซ โค้ชของเปดรี้ในปีสุดท้าย ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ ลาส พัลมาส ในปี 2018 กล่าวกับ Goal “เขาอยากจะได้อยู่กับลูกบอลตลอดเวลา ทั้งก่อนซ้อม, หลังซ้อม หรือในระหว่างซ้อม เขาก็มักจะเล่นตรงกลางสนามเสมอ
“ผมคิดเสมอว่าถ้ามีโชค เขาคงได้เล่นฟุตบอลอาชีพ แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าพออายุ 18 เขาจะได้ไปเล่นให้บาร์ซา นับตั้งแต่วันที่เขาจากเราไป จนถึงวันที่บาร์ซาเซ็นสัญญากับเขา เราต่างก็ประหลาดใจกันมาก มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากในช่วงเวลาสั้นๆ
“เพื่อนร่วมทีมของเขายังอยู่ในรุ่นจูเวนไนล์ (ต่ำกว่า 18 ปี) อยู่เลยในตอนนี้ แต่เขาอยู่กับบาร์ซาไปแล้ว ตอนที่เขายังอยู่ลาส พัลมาส พอมีเวลาว่าง เขาก็จะมาหาพวกเรา ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ที่นี่ แล้วตอนนี้พวกเพื่อนๆ ของเขายังอยู่ทีมจูเวนไนล์ ส่วนเขาอยู่กับบาร์ซาแล้ว ลองคิดดูสิ”
🎭 @Pedri putting on a show pic.twitter.com/8iit7DYt6Q
— FC Barcelona (@FCBarcelona) December 4, 2020




เปดรี้เป็นคนที่เล่นได้ทุกรูปแบบตั้งแต่ตอนอยู่ทีมเยาวชน และมักสร้างความรำคาญใจให้โค้ชหรือนักเตะคู่แข่งอยู่เสมอๆ “ผมจำได้เลยว่าเคยเจอทีมสักทีมจากทางใต้ มาริโน โค้ชของพวกเขามาบ่นว่า เปดรี้เล่นเกมรุกได้ แล้วยังวิ่งกลับลงมาแย่งบอลอีก” อโยเซกล่าว
ลาส พัลมาส มาคว้าตัวเขาไปในเดือนพฤษภาคม 2018 เพื่อไปอยู่กับทีม U18 ก่อนหน้านั้น เขาเคยได้ไปทดสอบฝีเท้ากับเรอัล มาดริด ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทุกอย่างไม่ได้ออกมาสวยงามอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
ในช่วงนั้น เมืองหลวงของสเปนถูกหิมะถล่มอย่างหนัก แม้กระทั่งทีมชุดใหญ่ของราชันชุดขาวก็ยังซ้อมไม่ได้ เปดรี้ติดอยู่ในโรงแรมถึง 2 วันในระหว่างทดสอบฝีเท้า แต่ก็ยังได้ไปที่สนามซ้อมอยู่สองครั้งด้วยกัน
“พวกเขาบอกผมว่าระดับของผมยังไม่ถึง” เปดรี้เคยเล่าถึงประสบการณ์ในตอนนั้นทางรายการวิทยุ El Larguero “ผมต้องขอบคุณคนที่บอกผมในตอนนั้นว่าผมไม่ผ่าน ตอนนี้ผมได้มาอยู่กับสโมสรที่ผมรักมาตลอด การใส่ชุดมาดริดมันรู้สึกแปลกๆ ผมเป็นบาร์ซามาตลอด”
เปเป้ เมล โค้ชของลาส พัลมาส ในตอนนั้นเข้ามาสังเกตการณ์เปดรี้ และตัดสินใจให้เขาเล่นทีมชุดใหญ่ในเดือนกรกฎาคม 2019 “มีข้อสงสัยอยู่อย่างเดียว เป็นข้อสงสัยที่สมเหตุสมผล เป็นข้อสงสัยหลัก ที่มีแต่เปดรี้ที่จะตอบได้” เมลกล่าวกับ Goal
“เขาจะเล่นกับพวกนักเตะอาชีพ ได้เหมือนอย่างตอนที่เขาเล่นกับพวกเด็กๆ หรือไม่? พวกเขาร่างกายแข็งแกร่งกว่า เล่นด้วยความเร็วอีกระดับ มันจะต้องเจอความท้าทายกว่าเดิมอีกมาก เราพาเขาไปที่มาร์เบลลาในช่วงปรีซีซัน แล้วก็เห็นว่าข้อกังขาของเรานั้นผิด เขาออกไปเล่นอย่างสนุก เขาไม่ได้แคร์เลยว่าเขาเล่นอยู่กับใคร
“ในเกมเจอเรอัล เบติส เกมเทสติโมเนียลของรูเบน คาสโตร ที่เบนิโต้ บิยามาริน เขาลงเล่นไป 90 นาที เขาดวลกับฆัวกินตลอดทั้งเกม และพูดตรงๆ นะ เขาทำได้ดีทีเดียว เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่สำหรับลาส พัลมาสเท่านั้น แต่ทั้งเกมเลย ผมก็เลยอยากจะเก็บเขาเอาไว้”
เปดรี้ได้เซ็นสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรก แล้วเรอัล มาดริด ก็โผล่เข้ามาทาบทามอีกครั้ง เนื่องจากเมลเคยเป็นอดีตนักเตะของมาดริด และยังติดต่อกับเพื่อนเก่าของเขาบ้างเป็นบางครั้งคราว
“ผมได้คุยกับ เอมิลิโอ บูตราเกนโญของมาดริด เขาเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของผม” เมลกล่าว “ผมบอกเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเปดรี้ มาดริดรู้เรื่องทุกอย่าง
“แต่ไม่ใช่แค่มาดริด ผมคุยกับประธานเรอัล เบติส เรื่องของเขาด้วย เปดรี้โชคดีที่ในท้ายที่สุด เขาได้อยู่ในที่ที่เขาอยากอยู่ บาร์ซาเป็นทีมเดียวที่อยากได้ตัวเขาอย่างจริงจัง”
ในตอนนั้น ลาส พัลมาส กำลังเจอปัญหาเรื่องการเงิน ทำให้บาร์ซาได้ตัวเปดรี้มาด้วยค่าตัวแค่ 5 ล้านยูโรในเดือนกันยายน 2019 พร้อมเงื่อนไขที่อาจจะขยับขึ้นไปถึง 30 ล้านยูโร ซึ่งก็ยังถือว่าถูกมากอยู่ดีสำหรับนักเตะรายนี้
แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เปดรี้ก็เจอปัญหาไม่น้อย เมื่อต้องปรับตัวเข้ากับการเป็นนักเตะอาชีพในวัยเพียง 16 ปี “ผมสติแตกไปหมด” เปดรี้กล่าวทาง Tiempo de Canarias ถึงประสบการณ์ในการเข้าไปในห้องแต่งตัวครั้งแรก “ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไร จนกระทั่งอัยธามีเดินเข้ามา แล้วบอกผมว่าให้คุยกับเขา ถ้าผมอยากได้อะไร เขาช่วยผมได้มากเลย”
อัยธามี อาร์ติเลส กัปตันทีมลาส พัลมาส ในวัย 35 ปี เปรียบเสมือนพ่อทูลหัวในห้องแต่งตัวของเปดรี้
“เราสนิทกัน ตอนนั้นเขาเพิ่ง 16 ปี แล้วไปเข้าห้องแต่งตัวของนักเตะอาชีพ มันก็เป็นเรื่องปกติ” อัยธามี เล่าให้ Goal ฟังถึงเหตุการณ์ในคราวนั้น
“ก็เหมือนที่พวกเขาเคยช่วยผม มีกัปตันเข้ามาดูแลผม ผมก็เลยทำแบบนั้นกับเปดรี้ด้วย เจ้าหนูคนนี้มีหัวใจเต็มเปี่ยม เขาถ่อมตัวมาก มันเป็นเรื่องสำคัญที่เขาต้องรู้สึกว่าได้รับการหนุนหลังจากรุ่นพี่ ในกรณีของผม ผมเป็นกัปตัน ผมก็ต้องทำ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้ก็น่าจะเกิดขึ้นกับเขาที่บาร์ซาเช่นกัน
“ครั้งแรกที่ผมเห็นเขาในสนามซ้อม ผมคิดว่าเจ้าหนูคนนี้เก่งมากๆ เขามีบางอย่างที่แตกต่างออกไป เขาจะไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไปในชีวิตค้าแข้งของเขา”
หลังจากที่การเจรจากับบาร์เซโลนาเสร็จเรียบร้อยลงไป เปดรี้ยังต้องเล่นอยู่กับลาส พัลมาส อีก 1 ฤดูกาลเต็มๆ แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้การย้ายไปอยู่คัมป์นูกวนสมาธิเขา และใครก็ตามที่รู้จักเขา ต่างก็รู้ดีว่านั่นคือคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของนักเตะรายนี้
“เขาเป็นเด็กที่นิ่งมาก เขาฉลาดมาก เขามีความประพฤติที่ดี” อโยเซกล่าว “ถ้ามีโชคสักหน่อย กับนักเตะทรงนี้ ด้วยคุณภาพแบบนี้ มีความคิดแบบนี้ และด้วยวิธีที่เขาเติบโตมา การศึกษาของเขา เป็นนักเตะแบบที่เราเชื่อว่าจะทำได้”
คุณภาพของเปดี้นั้นค่อนข้างเด่นชัด ลูกจ่ายของเขาเฉียบคม ความฟิตของเขาไม่มีหมดง่ายๆ ในฤดูกาล 2019-20 เขาได้ลงสนามมากกว่านักเตะเอาท์ฟิลด์คนอื่นๆ ในทีมลาส พัลมาส (2,833 นาที จาก 36 นัด) เขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงให้ลาส พัลมาส ด้วยวัย 16 ปี 9 เดือน 23 วัน เปดรี้ยังยิงเพิ่มได้อีก 3 ประตูในฤดูกาลนั้น แถมด้วยอีก 7 แอสซิสต์
แต่นอกจากสิ่งที่เขาทำตอนครองบอลแล้ว สิ่งที่เขาทำตอนไม่มีบอลก็ยังสำคัญไม่แพ้กัน เขาคือนักฟุตบอลยุคใหม่ ที่นอกจากจะมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังเป็นเครื่องจักรที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย
“ตอนปรีซีซัน เราต้องมาฝึกเรื่องความอดทนหลังจากเพิ่งซ้อมเสร็จ แล้วเขาก็ทำเสร็จคนแรก” อัยธามีจำเรื่องนี้ได้ดี “เด็กคนนี้มาจากไหนกันเนี่ย? เราคิดกันว่า คือเราก็คงเหนื่อยมาจากตอนซ้อมละนะ เราซ้อมกันมาหนัก แต่วันต่อมา เขาก็เสร็จคนแรกอีกครั้ง เขาเจ๋งที่สุดเรื่องฟุตบอล แล้วยังเจ๋งที่สุดเรื่องความฟิตอีก
“เขาตัวบางๆ นะ แต่ตอนที่เราเจอกาดิซ ทีมที่เล่นอย่างดุดัน แล้วก็มีนักเตะที่แข็งแกร่งมากมาย เขาก็ไม่ได้หลุดฟอร์ม เขาขโมยบอลได้ เขาเล่นอยู่ตรงกลาง โดยใช้ร่างกายที่แข็งแกร่ง, ฉลาด, หลักแหลม ส่วนเรื่องเทคนิค? คุณก็รู้ดีอยู่แล้วนี่”
เปดรี้ก็แค่ทำเหมือนอย่างที่เขาทำตอนสมัยเป็นเยาวชน ทำเหมือนอย่างตอนที่อยู่กับ ลาส พัลมาส และทำเหมือนอย่างที่อยู่บาร์เซโลนา นั่นคือสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำ “ไม่ว่าจะเล่นที่สวนสาธารณะ, ที่หน้าบ้าน, กับบาร์ซา หรือทีมชาติสเปน เขาจะเล่นแบบเดียวกันทั้งหมด” อัยธามีกล่าว.
“ผมไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรกับเขาด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เขาก็แค่ต้องทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ สิ่งเดียวที่ผมบอกเขาก็คือให้รับโทรศัพท์เวลาผมโทรหา หรือตอบ Whatsapps ผมด้วย เราไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เรานึกว่าเขาจะโดนยืมตัวไป แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องยากลำบาก เพราะมันคือบาร์ซา”
Pedri's a gem. 💎 pic.twitter.com/2ztZjD98sh
— FC Barcelona (@FCBarcelona) January 28, 2021




หลายคนคาดการณ์ว่าเปดรี้อาจจะถูกปล่อยยืมออกไป แต่คูมัน เฮดโค้ชชองบาร์ซามองอีกแบบ เขาหลงรักเปดรี้ในทันทีที่เจอ เหมือนเช่น เมลและอโยเซ เมลถึงขั้นแนะนำว่าใครก็ตามที่ได้คุมทีมบาร์เซโลนา ต้องเก็บเปดรี้เอาไว้อยู่กับตัว และมันก็พิสูจน์ให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าเขาคิดถูก
“เปดรี้มีคุณค่าที่สำคัญมากในเกมฟุตบอล ซึ่งอิเนียสต้าก็มีเหมือนกัน” เมลอธิบาย “นั่นคือความสามารถที่จะทำให้นักเตะทุกคนที่อยู่รอบๆ รู้สึกดี ทำให้พวกเขาเล่นได้ดีขึ้น ผมไม่สงสัยเลยว่าสิ่งที่เขากับที่ลาส พัลมาส จะทำได้แบบเดียวกันกับ อองตวน กรีซมันน์, ลิโอเนล เมสซี, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และคนอื่นๆ พวกเขาต้องอยากให้เปดรี้อยู่กับพวกเขา ไม่ใช่ลงไปเล่นในบาร์ซา เบ”
จากคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้มีข่าวว่าบาเยิร์น มิวนิคเองก็กำลังจดๆ จ้องๆ อยู่ แต่คูมันชอบผลงานของเปดรี้ในช่วงปรีซีซัน และให้โอกาสเขาลงสนามนัดแรกในเกมชนะบียาร์เรอัล 4-0 เมื่อวันที่ 27 กันยายน ซึ่งเป็นเกมนัดแรกของบาร์เซโลนาในฤดูกาลที่ผ่านมา
เขาปรับตัวเข้ากับทีมชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วจนหลายคนประหลาดใจ บาร์ซายังไม่ได้เตรียมรถให้เขาใช้ไปสนามด้วยซ้อม บางเกมในช่วงแรกๆ เขาต้องไปคัมป์นูโดยใช้แท็กซี่ของเพื่อนในครอบครัว
คูมันเชื่อมั่นในเปดรี้ถึงขั้นให้เขาเป็นตัวจริงในเกมเอล กลาซิโก้ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ซึ่งแม้บาร์เซโลนาจะแพ้เรอัล มาดริด ไป 3-1 แต่เปดรี้ก็มาแก้ตัวได้สำเร็จในเกมที่ชนะยูเวนตุส 2-0 ก่อนที่จะยิงประตูแรกได้ในอีกไม่นานหลังจากนั้น ในเกมที่ชนะเรอัล เบติส 5-2
อย่างไรก็ดี เขายังมีจุดที่ต้องพัฒนาขึ้น คือเปดรี้มักจะพลาดโอกาสสำคัญๆ หลายครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งอาจทำให้เขามีโอกาสยิงได้เป็นเลขสองหลัก แทนที่จะทำได้ 4 ประตูเท่ากับเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
“ผมคิดว่าในแง่นี้ เขาก็เหมือนอิเนียสต้าเหมือนกัน” เมลชี้ “เขายิงประตูสำคัญๆ ได้ แต่ยิงได้ไม่เยอะนักเ เปดรี้ไม่ใช่ตัวทำประตู เขาจ่ายบอลได้ดีกว่า เป็นคนจ่ายบอลสุดท้าย เป็นตัวหลักในการปั้นเกม แต่เขาก็ต้องพัฒนาในด้านนี้ด้วย
“ถ้าเขาอยากจะเป็นนักเตะชั้นนำที่อยู่ท่ามกลางสุดยอดนักเตะของโลก เขาต้องทำประตูให้ได้มากกว่านี้ บาร์ซาคือทีมที่ได้ครองบอล และสร้างโอกาสได้มากมาย แต่เขากลับยิงได้แค่ไม่กี่ประตู นั่นคือจุดที่เขาต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
“เขาเคยบอกว่า เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่มองเห็นการจ่ายบอลที่สมบูรณ์แบบ และวางบอลได้อย่างแม่นยำในหลักมิลลิเมตร เขาไม่ได้ขาดเทคนิค สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่จ่ายบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย ไม่ใช่ยิงเต็มแรง ใช้ข้างเท้าด้านในและส่งบอลเข้าประตู ผมคิดว่าบางครั้งเขากังวลเรื่องการยิงมากเกินไป เลยซัดเต็มข้อ เขาน่าจะเข้าใจมันมากขึ้นทีละน้อย”
แม้จะผิดหวังในลาลีกาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่เปดรี้ก็ยังได้ชูถ้วย โกปา เดล เรย์ เป็นความสำเร็จรายการแรกในชีวิต หลังจากที่ถล่มแอธเลติก บิลเบา ไปในนัดชิงชนะเลิศเมื่อเดือนเมษายน
หลังจบฤดูกาล เขากลับมาอยู่บ้าน เพื่อใช้เวลากับครอบครัว ก่อนที่จะเตรียมตัวเพื่อลงแข่งในยูโร 2020 ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้
“ความภูมิใจในตัวเขามันใหญ่มากที่นี่” อโยเซกล่าว “เกาะเตเรนิเฟมีความสุขกันมากๆ ทุกคนติดตามเขา เขาเป็นนักเตะคนที่สองที่ได้ไปเล่นให้บาร์ซา ต่อจากเปโดร”
และเหมือนเช่น เปโดร รวมถึงไอดอลของเขาอย่างอิเนียสต้า เปดรี้ก็กำลังจะไปลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่กับทีมกระทิงดุในเร็วๆ นี้.
หลังจากที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา บทพิสูจน์ถัดไปของเปดรี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว



