thumbnail สวัสดี,

ถึงวันนี้ หลายท่านคงทราบกันดีแล้วว่าในศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย เกมคู่ระหว่างราชนาวี และ สุพรรณบุรี เอฟซี มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้น, เอ๊ะ เดี๋ยวนะ...ดีจริงๆ น่ะเหรอ?

Close Up: กรรมการเจ้าขา

     โดย ธีรภัทร รัญตะเสวี
Twitter@Teerapatra
teerapatra@gmail.com

ในขณะที่ฟุตบอลนอกกำลังมีข่าวครึกโครมถึงกรณีการรีไทร์ของบอสใหญ่ค่ายสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ผมคงไม่กล่าวหรือเขียนอะไรซ้ำกับพี่ๆ คอลัมนิสต์ท่านอื่น เพราะเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะได้รับความคิดเห็น, ข้อเท็จจริง, บทความและเนื้อหาสาระกันไปครบถ้วนกระบวนความจากโกล ประเทศไทย เว็บไซต์ฟุตบอลคุณภาพแห่งสยามประเทศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (แผล่บๆ แหม้)

แต่เมื่อย้อนกลับมามองฟุตบอลบ้านเราเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เกม "แจ็คชนยักษ์" อย่างฟุตบอลรายการโตโยต้า ลีกคัพ เพิ่งหวดกันครบถ้วนในรอบ 32 ทีมสุดท้าย เรามีเกมที่หลายคน (โดยเฉพาะแฟนคลับ "ช้างศึกยุทธหัตถี") อาจจะต้องกุมขมับกันไปหลายตลบ เกิดขึ้นที่สัตหีบ ณ รังเหย้าของสโมสรฟุตบอลราชนาวี

ทีมตัวแทนจากลีกพระรองเปิดบ้านพบกับสุพรรณบุรี เอฟซี เกมในนัดนี้จบลงด้วยความยินดีปรีดาของเจ้าถิ่น ที่สามารถคว่ำทีมเยือนอันดับต้นๆ ของไทยลีกได้ด้วยสกอร์ 2-1 แต่ในดีเทลของแมตช์นี้ เราได้เห็นการทำหน้าที่แสนทรมานทรกรรมของท่านเปาบนสังเวียนหญ้าเมืองไทยกันอีกแล้ว


เกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในลีกคัพรอบ 32 ทีมสุดท้ายเกิดขึ้นที่สัตหีบ ปัญหาของเปาไทย และน้ำใจที่มาพร้อมกับการตกรอบของสุพรรณบุรี เอฟซี

หลังจาก "ตะหานน้ำ" ได้ประตูแรกในนาทีที่ 18 ช่วงเวลาอันแสนหดหู่ก็เกิดขึ้นในราวๆ 15 นาทีถัดมา เมื่อผู้ตัดสินวิเชษฐ์ เทียนทอง ตัดสินใจเป่าให้จุดโทษกับทีมเยือนสุพรรณบุรี หลังพิจารณาว่า ชณธวัฒน์ ศรีสุข ผู้เล่นของราชนาวีทำแฮนด์บอลในเขตโทษ แต่เจ้าตัวชี้แจงว่าใช้หน้าอกเล่นบอลและพยายามยกแขนหนีฟุตบอลที่ลอยมาหาตัวอย่างสุดวิสัยแล้วก็ตาม

ทันทีที่เกมหยุด ผู้เล่นเจ้าบ้านพร้อมด้วยทีมงานต่างแสดงความไม่พอใจอย่างสุดเหวี่ยง ประท้วงกันโกลาหลจนเลือกที่จะประชดด้วยการวอล์คเอาท์ออกนอกสนามไป ณ ขณะนั้น โดยทุกฝ่ายต้องใช้เวลาร่วม 20 นาทีจนกระทั่งไกล่เกลี่ยเคลียร์ปัญหากันได้

แต่ที่มันฮาไปกว่านั้นคือท่านเปาวิเชษฐ์เหมือนแกจะเงิบไปโดยพลันว่าตนเองนั้นตัดสินพลาด และไปเป็นพรายกระซิบบอกให้ทางฝั่งทีมเยือนอย่างสุพรรณบุรี ให้ซัดลูกจุดโทษเจ้าปัญหาลูกนั้นออกนอกกรอบไปทางอื่น เพื่อยุติปัญหาและทำให้เจ้าบ้านพอใจ โดยในขณะนั้นสุพรรณฯ ก็ตามเจ้าบ้านอยู่ 0-1 อีกด้วย, เฮ้ย นี่มันอัลไล?

จนแล้วจนรอด แข้งสุพรรณบุรี เอฟซีอย่าง "เสือ"
เจษฎา บุญเรืองรอด ก็เลือกที่จะเตะโอกาสที่มีอยู่ในมือทิ้งไป เรียกเสียงเฮจากแฟนบอลเจ้าบ้าน พร้อมกับนักเตะราชนาวีที่กรูกันเข้ามาจับไม้จับมือชื่นชมในน้ำใจและสปิริตนักกีฬาที่แรงยิ่งกว่าเพลงประกอบการแข่งขันลีกคัพของน้าแอ๊ด คาราบาว ที่อัดแน่นอยู่เต็มอกซ้ายของเพชรฆาตใจบุญรายนี้ แม้เจ้าตัวจะเสียดายอยู่บ้างก็ตาม


เกมลูกหนังที่ควรจะดูสนุกและเร้าใจ กลับกลายเป็นกดดันจากการตัดสินที่ผิดพลาด (อยู่บ่อยๆ) ไปซะอย่างนั้น

ดูเหมือนเรื่องมันจะจบง่ายๆ แต่ด้วยความสำนึกและซาบซึ้งในน้ำใจหรืออย่างไรไม่ทราบได้ "ท่านเปาฯ" รายนี้ก็เลือกที่จะให้จุดโทษกับสุพรรณบุรีฯ อีกครั้งในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก และคราวนี้สุพรรณบุรีฯ ก็ขอหวดเข้าประตูตามตีเสมอมาเป็น 1-1 จนกระทั่งมาโดนอีก 1 ลูกพ่ายเจ้าถิ่นไปอย่างหวุดหวิด 2-1 ในผลการแข่งขัน

“ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจษฎาถึงเป็นกัปตันทีมได้
บุคลิก, ความนิ่ง และการกล้าตัดสินใจ
คือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นต้นแบบของวงการฟุตบอลได้เป็นอย่างดี”

- วราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี

เรื่องรูปเกมและการออกมาชื่นชมสปิริตนักกีฬาของทั้งผู้เล็กผู้ใหญ่ในแต่ละฝ่ายแต่ละสโมสรนั้นผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะนั่นก็ถือเป็น "สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง" หลังจบเกมอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายแสดงน้ำใจต้องพ่ายแพ้และมีผลให้ตกรอบการแข่งขันกันขนาดนี้

เรื่องนี้ไม่ได้ใหม่ และมันก็เก่าเกินไปจนหลายคนเลือกที่จะทำหน้าเฉยเมยและปล่อยผ่านไปแบบเบื่อหน่ายในความซ้ำซากแล้ว ขณะที่หัวเรือใหญ่หลายต่อหลายท่านพยายามที่จะบอกว่าฟุตบอลไทยกำลังยกระดับ หรือแม้แต่เราคือเบอร์หนึ่งของอาเซียน แต่มันมีวงการลูกหนังตำบลไหนในแพลนเน็ตเอิร์ธใบนี้บ้าง ที่กรรมการเป่าให้จุดโทษแล้วต้องเดินมาขอให้ฝ่ายได้ยิงเตะทิ้งเพื่อช่วยรับผิดชอบในความผิดพลาดของคนเป่า...

ผมนั่งดูจังหวะปัญหาของฟุตบอลคู่นี้หลายต่อหลายรอบ สิ่งเดียวที่ผมอุทานออกมาได้ก็คือ "เหยดดดดดดด"


วิสูตร วิชายาทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด นั่นคือการยกย่องทีมคู่แข่งหลังเกมการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของเขา

ถึงบรรทัดนี้ สิ่งที่ผมอดเป็นห่วงไม่ได้คือสิ่งที่ท่านผู้ใหญ่หมั่นบอกออกสื่อในเรื่องมาตรฐานแห่งการตัดสินของ "กรรมการเจ้าขา" ที่ในหลายต่อหลายปัญหา ท่านไม่มีความเถรตรงหรือยึดมั่นในเซนส์ของตัวเองเท่าที่ควร

แม้เราจะมีธีรศิลป์ แดงดา, ชาริล แชปปุยส์ หรืออนุชา กิจพงษ์ศรีที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมในระดับอาเซียน แต่สำหรับวงการเชิ้ตดำ ผมเชื่อว่าเรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ เพราะมันยังดูห่างจากคำว่ามืออาชีพอีกหลายปีแสง นึกแล้วแสลงก็ได้แต่นั่งถอนหายใจ

ช่วยกันครับ, ผมว่าเราต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่ที่ดูแลต้องหันมามองว่าจุดนี้มันเกิดปัญหาเพราะอะไร ทำไมเขาถึงเป่าแบบนี้ การอบรมมีหลักสูตรอย่างไรบ้าง เพิ่มคอร์สดีไหม? อัตราจ้างผู้ตัดสินทุกวันนี้เป็นยังไง? อาชีพนี้ยังมีเกียรติอยู่หรือเปล่า? นั่นคือคำถามที่สื่ออย่างผมอยากจะตั้งเอาไว้ให้ริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จะเอาท่านเปาจากต่างชาติลูกเดียว ในขณะที่ผู้ตัดสินไทยในระดับลีกภูมิภาพกลับต้องพ่ายแพ้ให้กับบรรยากาศและการกดดันของเสียงป่าวร้องฟ้องโห่ของกองเชียร์เจ้าถิ่น มันก็เพี้ยนอย่างนี้วันยันค่ำล่ะครับ


เหนือสิ่งอื่นใด เราคงต้องขอยกเครดิตเต็มๆ ให้กัปตันทีม "ช้างศึกยุทธหัตถี" รายนี้ เจษฎา บุญเรืองรอด

ย้อนกลับมาที่เรื่องสปิริตนักกีฬา ผมในฐานะผู้เขียนก็ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่จะชื่นชมทั้งสโมสรฯ และตัวคุณเจษฎา บุญเรืองรอด ยอดนักเตะน้ำใจงามของสุพรรณบุรี เอฟซีรายนี้ ที่ได้ช่วยยุติปัญหาที่กำลังจะบานปลายด้วยการซัดบอลออกนอกระบบไป ทั้งๆ ที่ประตูเปลี่ยนเกมอยู่ตรงหน้า

ขออย่างเดียวว่า น้ำใจนักกีฬาที่เพอร์เฟ็คต์มันควรจะวิน-วินกันทั้งคนให้และคนรับนะครับ ไม่ว่าทางรูปธรรมหรือนามธรรมก็ตาม เพราะถ้าแสดงสปิริตแล้วเป็นเหตุให้เสียงต่อการตกรอบอย่างนี้บ่อยๆ ขี้คร้านจะไม่ค่อยมีใครอยากแสดงอีกในอนาคตนะครับ

เพราะถ้าถามผม...เคสนี้ แฟนสุพรรณบุรี เอฟซีช้ำพอแล้วครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง