thumbnail สวัสดี,

หลังจากครองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างปาฏิหาริย์ในเดือนพฤษภาคม ทีมสิงห์บลูกำลังมองหาถ้วยรางวัลเพิ่มให้กับสโมสร ซึ่งอาจจะเป็นการประเดิมแชมป์แรกของ ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เป็นได้

โปรไฟล์
โดย เลียม ทูเมย์

คลับ เวิลด์ คัพ ประจำปี 2012 ใกล้จะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่ถึงสัปดาห์ และนี่คือการชี้ขาดว่าใครเป็นสโมสรที่ดีที่สุดในโลก ตามชื่อของทัวร์นาเมนต์ไม่มีผิดเพี้ยน

รายการนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ วันที่ 6-16 ธันวาคม ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีสโมสรชั้นนำจากทั่วโลกมาดวลเกือกกันอย่างดุเดือด ในขณะที่แฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ล้วนคุ้นหน้าคุ้นตาทีมอย่าง เชลซี และโครินเธียนส์เป็นอย่างดี ก็ยังมีอีกหลายๆ ทีมที่จำเป็นต้องมีการแนะนำให้ได้รู้จัก

โกล.คอม ขออาสานำท่านไปรู้จักแต่ละทีมที่เข้าร่วมฟาดแข้งในศึกชิงเจ้าสโมสรโลกครั้งนี้ และขอเชิญพบกับ เชลซี ได้เลย

ประวัติโดยย่อ
ก่อตั้งขึ้นโดยนักธุรกิจชื่อว่า กัส เมียรส์ ในปี 1905 เชลซีต้องใช้จ่ายเงินมากที่สุดเป็นประวัติศาตร์เพื่อให้ได้มาอยู่ในระดับแนวหน้าของฟุตบอลอังกฤษให้ได้  ,อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องรอถึงปี 1955 ภายใต้การทำทีมของ เท็ด เดรค อดีตกองหน้าทีมอาร์เซนอล พวกเขาถึงจะได้ครองแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยแรก

และในกว่าทศวรรษต่อจากนั้น เชลซี กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบอลถ้วย เริ่มจาก แชมป์ ลีก คัพ ปี 1965 , แชมป์ เอฟเอ คัพ ปี 1970 และ คัพ วินเนอรส์ คัพ ถ้วยยุโรปใบแรกของสโมสรในปีถัดไป

แต่สโมสรกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในช่วงปี 1970 ถึง 1980, เชลซีกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในช่วงปี 1990 หลังจากการเข้ามาของสตาร์ต่างชาติหลายราย เช่น จิอันฟรังโก โซลา, รุด กุลลิท, จิอันลูกา วิอัลลี, โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ และ กัส โปเยต์ ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ เพิ่มได้อีก 2 สมัย รวใถึงแชมป์ คัพ วินเนอรส์ คัพ ครั้งที่สองของปรัวัติศาตร์สโมสร และ ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ ในช่วงเวลาเพียงสามปีระหว่าง 1997 ถึง 2000

ปี 2003 เชลซี ถูกเทคโอเวอร์โดยมหาเศรษฐีชาวรัสเซียชื่อ โรมัน อับราโมวิช และการมาของเจ้าของคนใหม่นี่เองทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่ใหญ่และมีพลังการซื้อมากที่สุดทีมหนึ่งของอังกฤษ รวมไปถึงในยุโรปด้วย

ในปี 2005 พวกเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศได้เป็นสมัยที่สอง ในรอบ 100 ปีของสโมสรพอดี และอีกสองปีหลังจากนั้น เชลซีคว้าได้ถึงเจ็ดถ้วย ซึ่งเป็นการประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ฤดูกาลที่แล้วสิงโตน้ำเงินครามกลายเป็นสโมสรแรกของลอนดอนที่คว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ และทำให้พวกเขาได้เข้ามาแข่งรายการ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรกของสโมสร
แท็คติคส์ และสไตล์การเล่น
ในยุคของ โรมัน อับราโมวิช เชลซีมีนักเตะแกนหลักของทีมเป็นผู้เล่นที่ร่างกายแข็งแกร่งและทรงพลัง อย่าง ปีเตอร์ เช็ค, จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา โดยสไตล์การเล่นของทีมจะเน้นการใช้หัวหอกร่างยักษ์อย่างดร็อกบาเป็นแกนนำ โดยใช้แผงมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนหัวหอกไอวอรีโคสต์ให้น่าเกรงขามมากขึ้น

แต่เมื่อเจ้าของทีมเชลซีต้องการให้ทีมเปลี่ยนสไตล์ให้เน้นการต่อบอลมากขึ้นโดยได้แรงบัลดานใจมาจากทีม บาร์เซโลนา ของ เป็ป กวาดิโอลา ทำให้เชลซีหันมาเน้นผู้เล่นแนวสร้างสรรค์เกมอย่าง ออสการ์, ฮวน มาตา และ เอเดน อาซาร์ด แทน

ทีมสิงห์บลูตอนนี้เป็นทีมที่เล่นบีบพื้นที่สูงเพื่อแย่งบอลจากคู่ต่อสู้ และทำเกมรุกอย่างรวดเร็ว โดยใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นเพื่อทำลายแนวรับของคู่ต่อสู้ คู่เซ็นเตอร์ฮาร์ฟของทีมเน้นจ่ายบอลสั้นไม่โฉ่งฉ่าง ในขณะที่ฟูลแบ็คทั้งสองข้างเติมเกมขึ้นสูงเหมือนเป็นผู้เล่นปีกอีกหนึ่งคน

ผู้จัดการทีมคนใหม่ ราฟาเอล เบนิเตซ กำลังพยายามทำทีมให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ โรมัน อับราโมวิช ซึ่งต่างจากสมัยที่เขาสร้างชื่อจากการคุม วาเลนเซีย หรือ ลิเวอร์พูล ซึ่งเน้นเกมรับเป็นหลัก ซึ่งต้องมาดูว่าจะได้ผลอย่างที่คาดหรือไม่
สตาร์ประจำทีม | ฮวน มาตา

ถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เพียง 18 เดือน แต่นักเตะร่างเล็กทีมชาติสเปนก็กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลเชลซีแล้ว มาตา ใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ว่าเขาคุ้มค่าตัว 23.5 ล้านปอนด์ที่เชลซีจ่ายให้ บาเลนเซีย

มาตา โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกของเขากับทีมสิงห์บลู โดยทำประตูสำคัญให้ทีมได้หลายประตูและมีส่วนสำคัญในความสำเร็จของเชลซีในแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อเป็นผู้เปิดลูกเตะมุมให้ ดร็อกบา ทำประตู ตีเสมอ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะคว้าแชมป์ได้ในท้ายที่สุด

ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล เชลซีเซ็นสัญญาคว้าตัว ออสการ์ และ เอเดน อาซาร์ด เข้ามาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม แต่กลับทำให้ มาตา โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นขึ้น ทำประตูได้มากขึ้น ทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นซุปเปอร์สตาร์คนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สัญลักษณ์ของทีม | จอห์น เทอร์รี และ แฟรงค์ แลมพาร์ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด ย้ายมาอยู่กับเชลซี ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ จากเวสต์แฮม ขณะที่ จอห์น เทอร์รี อยู่กับทีมมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนหน้าแลมพาร์ด 6 ปี แต่ทั้งคู่กลายเป็นกำลังหลักของทีมในปีเดียวกันคือในฤดูกาล 2001-02 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จมากมาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของทีมไปแล้ว

เทอร์รี เป็นกัปตันทีม แลมพาร์ด คือรองกัปตัน ทั้งคู่ไม่เพียงเป็นนักเตะที่มีความสามารถสูงเท่านั้น แต่ยังมีบุคลิกความเป็นผู้นำอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของ โรมัน อับราโมวิช ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมกี่คน แต่ทั้งสองทีมก็ยังได้รับเลือกเป็นผู้นำของทีมเสมอ

ทั้งสองคนลงสนามรวมกันให้เชลซีมากกว่า 1,000 นัด แต่มีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดในช่วงหลังและต้องตกเป็นตัวสำรองในบางครั้ง แน่นอนว่าอาชีพค้าแข้งของทั้งคู่คงเหลืออีกไม่มาก แต่ทั้งสองคนยังหวังจะคว้าแชมป์เพิ่มให้มากกที่สุดก่อนที่จะแขวนสตั็ด

ดาวรุ่ง | ออสการ์
ออสการ์ ใช้เวลาเพียงแค่ 33 นาทีในนัดประเดิมสนามของเขา ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับ ยูเวนตุส เอาชนะใจแฟนสิงโตน้ำเงินครามได้สำเร็จ เมื่อสามารถแย่งบอลจาก อันเดรีย ปีร์โล ได้ตรงกลางสนาม ก่อนจะยิงประตูผ่านมือของยอดนายทวารอย่าง จานลุยจิ บุฟฟอน ได้สำเร็จ

ดาวรุ่งทีมชาติบราซิลทำคนเดียวสองประตูในเกมดังกล่าว และทำไปแล้วสี่ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ และก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นกำลังหลักของเชลซีในตอนนี้ ถึงแม้จะมาค้าแข้งอยู่ในอังกฤษไม่นานแต่เขาก็มีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา และเริ่มแสดงถึงทักษะรวมถึงวิสัยทัศน์รวมถึงความสุขุมออกมาให้เห็น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเป็นซุปเปอร์สตาร์ในอนาคต

สองปีที่แล้ว ออสการ์ ในวัย 19 ปี เคยเข้ามาแข่งรายการนี้แล้วกับ อินเตอร์นาซิองนาล ยักษ์ใหญ่ของบราซิล แต่ต้องแพ้พลิกล็อกให้กับ ทีพี มาเซมเบ แขมป์จากประเทศคองโก ในรอบรองชนะเลิศ ทำให้เขาต้องการจะคว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดในบรรดานักเตะเชลซี
เกร็ดน่ารู้
  • ในปี 1904 กัส เมียร์เปลี่ยน สแตมฟอร์ด บริดจ์ จากสนามกีฬาให้กลายเป็นสนามฟุตบอล และเสนอให้ ฟูแล่ม เช่าสนามแต่ไดรับการปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจจะใช้สนามนี้เพื่อทีมฟุตบอลของเขาเอง และนั่นทำให้ เชลซี ถือกำเนิดขึ้น
  • เชลซี กับ อาร์เซนอล เป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่มีหมายเลขกลางหลังในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยเชลซี สวมหมายเลขเสื้อครั้งแรกในเกมกับ สวอนซี ในวันที่ 25 เดือนสิงหาคม ปี 1928
  • ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สามของ ราฟาเอล เบนิเตซ หลังจากครั้งแรกกับ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ เซา เปาโล ในปี 2005 และสามารถพา อินเตอร์ มิลาน เป็นแชมป์ได้ในปี 2010 ถ้าหากว่าเขาสามารถคว้าแชมป์กับเชลซีได้อีกครั้ง จะทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมชาวสเปนคนที่สองต่อจาก เป็ป กวาดิโอลา ที่พาทีมคว้าแชมป์ได้สองสมัย

11 ผู้เล่นตัวจริง

เบนิเตซ คุมทีมด้วยระบบ 4-2-3-1 มาโดยตลอด ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่เชลซีใช้มาก่อนหน้านั้นแล้ว และคาดว่าจะยังคงใช้ระบบนี้ในการแข่งขันรายการนี้ แต่อาจจะมีการสับเปลี่ยนผู้เล่นเพื่อรักษาความสด

ผู้เล่นที่ไม่คอยได้ลงสนามอย่าง โอริโอ โรเมอู, มาร์โค มาริน, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ลูคัส ปิอาซอน และแดเนียล สเตอริดจ์ อาจจะได้ลงสนามในเกมกับ อูลซาน ฮุนได หรือ มอนเทอร์เรย์  ขณะที่ จอห์น เทอร์รี และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่น่าจะเรียกความฟิตกลับมาได้ทัน



เช็ก
อัซปิลิกวยตา, อิวาโนวิช, เทอร์รี, เบอร์ทรานด์
แลมพาร์ด, โรเมอู
โมเซส, มาตา, มาริน
ตอร์เรส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง