thumbnail สวัสดี,

เซซาเร โปเลงกี บรรณาธิการภาคพื้นเอเซียของโกล.คอม ปักหลักประจำการที่ย่างกุ้ง รายงานบรรยากาศการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบคัดเลือก ผ่านสายตาอิตาเลียนที่คุ้นเคยกับเอเซียมานาน

     เซซาเร โปเลงกี
รายงานจากย่างกุ้ง, พม่า
cesare.polenghi@goal.com
@CesarePolenghi

วันแรก - 4 ตุลาคม

ที่เอเซีย เกมเริ่มแล้ว

ชั่วโมงแรกของผมในพม่านั้นผ่านไปเร็วเหมือนลมพัดวูบ ถนนว่างเปล่ามืดมิด มีเพียงแท็กซีบุโรทั่งผ่านไปมา ผู้คนกินดื่มกันตามแผงลอยข้างทาง ท่ามกลางแสงไฟสลัว ทำให้ผมนึกถึงประเทศไทย และทุกที่ในภูมิภาคนี้ ตอนที่ผมมาเยือนครั้งแรก เมื่อกว่า 20 ปีก่อน

แต่ที่ผมได้เห็นตอนนั้น มันชวนตื่นตะลึงกว่านี้ ที่สนามบินนานาชาติย่างกุ้ง ผู้คนมารวมตัวกันด้วยจิตศรัทธาแรงกล้า โบกธงชูป้ายให้กำลังใจ อองซาน ซู จี ที่แลนดิ้งถัดจากผมแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ความตื่นตัวทางการเมืองอย่างสันติเช่นนี้ ทำให้ผมนึกถึงงานชิ้นแรกในฐานะผู้สื่อข่าว เมื่อปี 1989 ผมเดินทางจากอิตาลีบ้านเกิด ไปที่กรุงปราก โดยรถไฟ เพื่อทำสารคดีเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ของประเทศที่ตอนนั้นชื่อว่า เช็คโกสโลวาเกีย

ยี่สิบสามปีต่อมา ผมต้องเดินทางมาเยือนอีกมุมหนึ่งของแผ่นทวีปยูเรเซียอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มาถ่ายรูปสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แต่ภารกิจของผม คือการบอกเล่าเรื่องราวของการแข่งขันฟุตบอลที่ถูกมองข้ามที่สุดรายการหนึ่งของเอเซีย - เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ รอบคัดเลือก การต่อสู้สิบนัดในสิบวัน ของห้าทีมที่ถูกปรามาสว่า อ่อนชั้นที่สุดในอาเซียน เพื่อหาสองทีมไปเล่นในรอบสุดท้ายของรายการ

ขณะที่ในยุโรป เกมยูฟา แชมเปียนส์ลีก เพิ่งผ่านไปอีกนัด สร้างความประทับใจให้ผู้ชมนับล้าน (และสร้างรายได้นับล้านยูโรด้วย) และเรากำลังก้าวเข้าสู่สุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยฟุตบอลคู่ยักษ์ อย่างบาร์เซโลนา - เรอัล มาดริด, มาร์กเซย - เปแอสเช และ มิลาน - อินเตอร์ แต่บรรดาสตาร์ที่ผมจะได้ชมเพลงแข้งที่นี่นั้น มาจากบรูไน, กัมพูชา, ลาว, พม่า และติมอร์เลสเต้ ไม่กี่คนในโลกที่เคยได้ยินชื่อของพวกเขา คนที่อาศัยอยู่ภูมิภาคอื่น อาจจะหาประเทศของพวกเขาในแผนที่ไม่เจอ แต่บอกได้เลย ว่าของพรรค์นั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับเกมในสนาม

ประวัติศาสตร์อันโศกาของสารพัดสงครามในภูมิภาคนี้ มาถึงจุดจบในที่สุดเมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา - ใช่ครับ กีฬา - โดยเฉพาะฟุตบอล - กลายเป็นเวทีประชันแสนยานุภาพเวทีใหม่ ที่แม้ไม่มีใครล้มตายอย่างเก่า แต่ก็ดุเดือดเลือดพล่านและเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของชาติไม่ต่างกัน ตัวอย่างน่ะหรือ? ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ผู้คนกว่า 25,000 คน มารวมกันที่สนามถุวันนา ในย่างกุ้งนี่แหละ เพื่อมาชมเกมที่พม่าชุด U23 เล่นกับไต้หวัน U23 - ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับจำนวนผู้ชมในสนาม เกมแชมเปียนส์ลีก ที่ยูเวนตุสเปิดบ้านพบบาเลนเซียนั่นล่ะครับ!

ฟุตบอลแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของแฟน ๆ ทุกหัวระแหงของเอเซีย เคเบิลทีวีและอินเตอร์เน็ตนำศึกประลองเพลงแข้งจากทั่วยุโรปและอเมริกาใต้ มาถึงที่นี่ แฟนบอลท้องถิ่นย่านนี้ต่างก็ติดตามฟุตบอลลีกยุโรปเป็นหลัก โปสเตอร์ของลิโอเนล เมสซี มีติดอยู่ทั่วย่างกุ้ง ไม่ต่างจากเมืองอื่นในโลก ขณะเดียวกัน ฟุตบอลในประเทศก็กำลังเติบโตเช่นกัน และเมื่อเอาฟุตบอลมาเขย่ารวมกับความรักชาติ ค็อกเทลสูตรนี้ก็พร้อมจะระเบิดในพม่า เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ขณะที่ผมออกจากโรงแรมเพื่อมาหามื้อดึกกิน ภาพแรกที่ติดตาผมเหลือเกินสำหรับชีวิตยามราตรีของย่างกุ้ง คือกลุ่มวัยรุ่น กำลังหวดบอลฟีบ ๆ กันที่ถนน ผมเองเหนื่อยและหิวเกินกว่าจะลองไปจอยด้วย(ยังไม่ต้องพูดถึงสังขารที่ไม่เอื้อเลยสักนิด) แต่ผมรู้สึกอย่างแรงเลยล่ะ ว่ามาไม่ผิดที่แน่ ๆ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง