thumbnail สวัสดี,

บอสใหญ่ทัพ 'ช้างศึก' ให้เกียรติกับโกล.คอม ประเทศไทยในการมอบบทสัมภาษณ์แบบ Exclusive กับคำถามที่เราอยากเปิดใจแบบตรงๆ เกี่ยวกับการคุมทีมชาติฯ และการแบกความคาดหวังของคนทั้งประเทศ

EXCLUSIVE โดย ธีรภัทร รัญตะเสวี

ในขณะที่ทัวร์นาเมนต์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ กำลังใกล้เข้ามาทุกที ท่ามกลางกระแสและการจับตามองของเหล่าแฟนบอลพันธุ์แท้ของทีมชาติไทย และอีกหลากหลายเสียงวิจารณ์ที่มีต่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับความเป็นห่วงที่ว่า "ฟุตบอลทีมชาติไทย จะไปรอดหรือเปล่า?"

คำพูดที่ว่า "เกมอุ่นเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน", "สมาคมฯ ไม่เอาใจใส่อย่างแท้จริง" หรือแม้แต่ "นักเตะไม่มีใจเล่นเพื่อชาติ" ทุกอย่างยังถูกเก็บไว้ในใจของแฟนบอลสยามประเทศอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และ โกล.คอม ประเทศไทย ก็จำเป็นจะต้องขอพูดคุยกับแม่ทัพช้างศึกเชือกนี้ ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่

กับคำถามง่ายๆ 4-5 คำถามที่ โกล.คอม ประเทศไทย อยากคุยกับเชเฟอร์ นี่คือสิ่งที่ผู้จัดการทีมชาติคิดอยู่

โกล.คอม: ช่วงนี้คุณเหนื่อยไหม?
วินฟรีด: (หัวเราะ) ไม่เลย, ไม่เหนื่อยนะ ผมยังโอเคมากและสนุกกับงาน และยังรู้สึกท้าทายอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่าควรจะหาอะไรใหม่ๆ ให้กับฟุตบอลไทยตลอดเวลา


'อินทรีเหล็ก' และ 'สิงโตคำราม' คือ 2 ชาติในฝันที่วินนี่อยากได้มาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย

โกล.คอม: ในขณะที่เรื่องโปรแกรมการอุ่นเครื่องของทีมชาติไทยโดนวิพากษ์อย่างหนัก ถ้าสมมติว่ามีฟีฟ่าเดย์ให้คุณ 2 วัน และคุณสามารถหยิบทีมอะไรก็ได้ในโลกนี้มาลงเตะเฟรนด์ลีแมตช์ คุณจะเลือก 2 ชาติไหนมาดวลเกือกกับเรา?

วินฟรีด: อ่า (ทำท่าคิด) "ทีมชาติเยอรมัน" อันดับแรกเพราะมันเป็นบ้านเกิดของผม แม้จะเป็นไปได้ค่อนข้างยากแต่ผมอยากจะให้เหล่านักเตะทีมชาติไทยได้เรียนรู้จักขุนพลเยอรมัน วิธีการคิดของพวกเขา ความมีวินัยและการทำเพื่อชาติ ผมว่าเด็กๆ จะได้อะไรเยอะมาก ถ้าเป็นไปได้นะ ส่วนทีมที่ 2 เหรอ, ผมคงอยากให้เราเตะกับ "ทีมชาติอังกฤษ" อาจเป็นเพราะผมรู้สึกว่าคนไทยชอบและเชียร์ทีมชาติอังกฤษกันมากที่สุด ก็คิดว่าพวกเขาน่าจะได้แรงกระตุ้นหรือแรงบันดาลใจอะไรดีๆ หากได้มาเตะกับเรา ไม่รู้สิ ผมคิดว่าน่าจะดีน่ะนะ


วินนี่เชื่อเสมอว่าศักยภาพของนักฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นมีดีไม่แพ้นานาประเทศ แต่สิ่งที่ขาดคือความเป็นหนึ่งเดียวและ "เกมอุ่นเครื่อง" เท่านั้น

โกล.คอม: ระหว่างที่คุณไปชมเกมไทยพรีเมียร์ลีกตามสนามต่างๆ ในช่วงเวลาเก็บข้อมูลของคุณ สิ่งที่คุณได้รับมีอะไรบ้าง?

วินฟรีด: ผมได้รับความตื่นตาตื่นใจจากเกมลีกของประเทศไทย ผมค้นพบคาแรคเตอร์ต่างๆ ที่แต่ละผู้เล่นหรือแต่ละสโมสรฟุตบอลมี ที่น่าทึ่งคือพวกเขาลุยกันเต็มที่มาก และผมเองก็รู้สึกดีที่ได้ชมเกมคุณภาพหลายต่อหลายเกม เมืองทองฯ พวกเขามีแรงจูงใจที่ดีตลอดทั้งเกม, บุรีรัมย์ฯ คือทีมที่เต็มไปด้วยพัฒนาการ, ชลบุรีฯ เป็นทีมแห่งการประสานงานและวิ่งได้ 90 นาทีไม่มีหมด ในขณะที่ทีมอื่นๆ ก็กำลังมี "วิวัฒนาการ" เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ดีขึ้น นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมมองในมุมของเกมการเล่นฟุตบอลอย่างเดียวนะ

โกล.คอม: หลังจากที่มีหลายเสียงวิจารณ์ว่าทีมชาติไทย "ฟอร์มแผ่ว" คุณคิดว่าขณะนี้นักเตะทุกๆ คนของคุณเล่นได้ถึงระดับที่คุณพอใจแล้วหรือยัง?

วินฟรีด: เกือบๆ นะ ผมยังต้องการวางแผนอีกหลายอย่าง และเรายังพอใจฟอร์มไม่ได้ง่ายๆ จากแมตช์อย่างเป็นทางการหลายๆ นัดที่ผ่านมา

ผมว่าไม่ใช่เรื่องนักเตะ หรือพรสวรรค์อะไรหรอก
ที่ทีมชาติไทยกำลัง "ขาดหายไป"
ไอ้ที่ขาดหายไปมันคือ "แมตช์อุ่นเครื่อง" ต่างหาก

โกล.คอม: เอากันตรงๆ คุณคิดว่า "อะไรที่ขาดหายไป" ในทีมชาติชุดนี้ของคุณ?

วินฟรีด: หลายคนถามผมว่าผมควรมองหานักเตะคนใหม่ๆ เพิ่มไหม? หลายคนถามผมว่าผมควรมีทีมงานช่วยหรือเปล่า? ผมว่าไม่ใช่เรื่องนักเตะ, พรสวรรค์หรืออะไรหรอก เรามีธีรศิลป์ที่เป็นกองหน้าระดับเอเชีย เรามีหลายต่อหลายคนที่ยอดเยี่ยม ผมว่าที่เรากำลังขาดหายไปคือ "แมตช์อุ่นเครื่อง" ต่างหาก หลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกซักซ้อมมา ต้องการพื้นที่ทดสอบว่ามันดีหรือไม่ดี มันถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ผมว่าเราแค่ต้องการแมตช์การแข่งขันที่มากพอสำหรับทดสอบเรื่องเหล่านั้น 


ความชื่นใจเล็กๆ ของวินนี่คือการได้เห็นพัฒนาการของฟุตบอลไทย แต่น่าจะดีกว่านี้มากหากทีมชาติไทยก็ไปได้สวยเช่นกัน

โกล.คอม: สุดท้ายนี้ ก่อนที่ไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าจะกลับมาเปิดฉากอีกครั้ง ในนามของทีมชาติ, คุณอยากให้ทางทีพีแอลช่วยอะไรคุณบ้าง?

วินฟรีด: ผมชื่นชอบการทำงานและรู้สึกยินดีที่เห็นฟุตบอลลีกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากได้ตารางการแข่งขันที่แน่นอนและพร้อมจะเอื้ออำนวยให้กับทีมชาติอย่างจริงจัง ใส่ใจกับฟีฟ่าเดย์มากขึ้น เพราะนี่คือทีมชาติไทย และผมคิดว่าทุกคนควรช่วยกัน

หลายต่อหลายคำตอบจากปากบอสใหญ่ทีมชาติไทยครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเครื่องเตือนสติอย่างดี ให้เราทุกๆ ฝ่ายหันหน้ามาช่วยและร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพราะแม้แต่วินฟรีด เชเฟอร์ยังห่วงฟุตบอลทีมชาติไทยขนาดนี้

แล้วเราจะทิ้งกันได้ลงคอเชียวหรือ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง