thumbnail สวัสดี,

มฤคย์ ตันนิยม ผู้สื่อข่าวฟุตบอลญี่ปุ่น มอบบทอำลาให้กับอดีตยักษ์ใหญ่แห่งฟุตบอลญี่ปุ่นและเอเซีย ที่วันนี้ต้องโบกมือลาเจลีก ดิวิชัน 1 ลงไปสู่ดิวิชัน 2 แล้วจริง ๆ

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวของผู้ตัดสินในสนามยามาฮา สเตเดี้ยมในนัดส่งท้ายฤดูกาล เสียงร่ำไห้ของแฟนกัมบะ โอซากาที่ตามมาเชียร์ก็ร้องระงมไปทั่วทั้งอัฒจันทร์ เมื่อทีมรักของพวกเขาต้องหล่นลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ก่อนลงสนามนัดนี้สถานการณ์ของกัมบะค่อนข้างย่ำแย่ โดยพวกเขาต้องเอาชนะจูบิโล อิวาตะให้ได้สถานเดียว แถมยังต้องลุ้นให้คู่แข่งทั้งวิซเซล โกเบ อัลบิเร็กซ์ นีงาตะ และเซเรโซ โอซากาไม่มีคะแนนในสัปดาห์เดียวกันนี้

แต่ลางร้ายก็มาเยือนหลังเริ่มเกมได้ไม่นานเมื่อ เรียวอิจิ มาเอดะ ยิงประตูให้จูบิโลขึ้นนำตั้งแต่ 5 นาทีแรกของเกม ทำให้งานของพวกเขาต้องยากขึ้นไปอีก

ทีมจากเมืองซุยตะเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างในนาทีที่ 55  หลังชู คุราตะซัดประตูตีเสมอได้สำเร็จ พวกเขาต้องการอีกเพียงแค่หนึ่งประตูเพื่อต่อลมหายใจในการอยู่รอดในลีกสูงสุด

แต่โชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก ในขณะที่ทีมกำลังโหมบุกหนักหวังทำประตูชัย จูบิโล ฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับ ก่อนที่ยู โคบายาชิจะเป็นผู้ซัดประตูเข้าไปในนาทีที่ 85 ทำให้พวกเขาต้องยิงเพิ่มอีก 2 ประตูภายใน 5 นาที ซึ่งคงจะมีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้น

และปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริงสำหรับกัมบะ เมื่อสุดท้ายแล้วพวกเขาต้องพ่ายต่อจูบิโลไป 1-2 มี 38 คะแนนเท่าเดิม ตกชั้นลงสู่เจลีกดิวิชั่น 2 อย่างเป็นทางการในฐานะรองบ๊วย



เดิมทีแล้วกัมบะมีผลงานกระท่อนกระแท่นตั้งแต่เปิดฤดูกาล โดย 10 นัดแรก พวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 2 นัด และแพ้ไปถึง 6 นัด มีแต้มมากกว่าคอนซาโดล ซัปโปโรทีมอันดับสุดท้ายของตารางเพียงแค่ทีมเดียว

โดยสาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงอันมากมายของทีม ทั้งในส่วนผู้เล่นและผู้จัดการทีม

หลังจบฤดูกาลก่อนด้วยอันดับ 3 รวมถึงการคว้าตั๋วไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์ อาคิระ นิชิโนะ ผู้จัดการทีมก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความท้าทาย

จากนั้นสโมสรก็ได้แต่งตั้ง โจเซ คาร์ลอส กุนซือชาวบราซิลเลียนเข้ามาคุมทีม แต่ก็อยู่ได้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น หลังพาทีมเปิดฤดูกาลด้วยฟอร์มอันสุดบู่จากความพ่ายแพ้ถึง 4 จาก 5 นัดแรก จนต้องถูกปลดออกไป พร้อมดัน มาซาโนบุ มัตสึนามิ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมขึ้นมารับตำแหน่งแทน

ความที่มัตสึนามิยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการคุมทีมมาก่อน ทำให้กัมบะมีผลงานที่เข้าขั้นย่ำแย่อย่างหนัก เอาชนะคู่แข่งได้เพียงแค่ 9 นัด และแพ้ไปถึง 14 เกม


โดยจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดนั้นคือการเสียประตูที่มากและง่ายเกินไป พวกเขาโดนคู่แข่งทะลวงไปถึง 65 ลูกในฤดูกาลนี้ เฉลี่ยนัดละ 1.9 ประตู มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก และมักจะเสียประตูในช่วง 10 นาทีแรกของเกมเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงสมาธิในเกมรับของทีม

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือการที่ไม่สามารถกลับสู่เกมได้หลังเสียประตู จากสถิติในฤดูกาลนี้ 18 เกมที่กัมบะถูกยิงประตูขึ้นนำไปก่อนพวกเขาจะไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย และจะลงเอยความพ่ายแพ้ถึง 11 นัดเลยทีเดียว ซึ่งน่าจะมาจากความอ่อนประสบการณ์ของกุนซือในการแก้เกม

นอกจากนี้ อีกปัญหาหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงของนักเตะในทีม



ฤดูกาลที่แล้วสโมสรต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญออกไปหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ลี คึนโฮ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเอเชียปีล่าสุดให้กับอุลซาน ฮุนได แชมป์เอเอฟซีแชมเปี้ยนลีกส์ 2012 อาเดรียโน กองหน้าชาวบราซิลที่โยกไปค้าแข้งในตะวันออกกลาง และซาโตชิ ยามากุจิที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีม  ส่วนผู้เล่นเข้ามาใหม่ก็มีฝีเท้าที่ไม่ได้มาตรฐานเท่ากับนักเตะที่ย้ายออกไป

บวกกับการที่ผู้เล่นตัวหลักกว่าครึ่งทีมเป็นนักเตะที่อายุเกินเลข 3 แทบทั้งสิ้น ทั้ง โยสุเกะ ฟุจิงายะ(31 ปี) อาคิระ คาจิ(32 ปี) ยาสุฮิโตะ เอนโดะ(32ปี)  โทโมคาสุ เมียวจิน (34 ปี) และทาคาฮิโร ฟุตางะวา(32 ปี) เป็นอุปสรรคในเรื่องการยืนระยะตลอด 90 นาที ซึ่งสังเกตได้จากนักเตะเหล่านี้จะหมดแรงในช่วงท้ายเกม

ยาสุฮิโตะ เอนโดะ เมื่อครั้งดวลกับ ชลบุรี เอฟซี ในเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก

ด้วยสาเหตุข้างต้นนี้ ทำให้กัมบะทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรนับตั้งแต่เข้าร่วมลีกอาชีพเป็นต้นมา

ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน กัมบะเคยเข้าป้ายคว้าแชมป์ได้ในนัดสุดท้ายชองฤดูกาล แต่ตอนนี้พวกเขาต้องมาตกชั้นในวันสุดท้ายเช่นกัน ซึ่งมันเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวดเหลือเกิน

ก่อนเปิดฤดูกาล ใครจะเชื่อว่าทีมที่เคยไปไกลถึงการคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์ และอันดับ 3 ในฟุตบอลสโมสรโลกจะต้องมาพบกับชะตากรรมในแบบนี้

วันชื่นคืนสุข เมื่อครั้งเป็นเจ้าเอเซีย

แต่ตอนนี้มันได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือต้องยอมรับ พร้อมกับมองไปข้างหน้า

คำว่า "กัมบะ" ตามความหมายในภาษาอิตาลีนั้นแปลว่า ขา  แต่ความหมายที่แท้จริงสำหรับคนญี่ปุ่นคือมาจากคำว่า "กัมบารุ" ที่แปลว่า "พยายามให้ถึงที่สุด"

กัมบะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เชื่อว่าหากพวกเขาพยายามและไม่เลิกล้มความหวังเหมือนกับชื่อทีมของพวกเขาแล้ว อีกไม่นานทีมที่ชื่อ “กัมบะ” จะกลับมาโลดแล่นในเจลีก หรือในเวทีเอเชียอีกครั้ง

กลับมาเป็นทีมที่มีการเล่นอันน่าตื่นตาตื่นใจ ทีมที่มีแฟนบอลเข้ามาเชียร์จนแน่นสนาม ทีมอันดับหนึ่งของเมืองโอซากา อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และตลอดจนอันดับหนึ่งของเอเชีย

หากพวกเขาไม่ยอมแพ้ ความหวังนั้นก็ยังมีอยู่เสมอ

กัมบัตเตะ! กัมบะ โอซากา!