thumbnail สวัสดี,

เราเดาว่าหลายคนยังไม่รู้ว่า “แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์” คือใครและทำหน้าที่อะไร และมันจะเท่แค่ไหน ถ้าเราจะได้คุยกับคนไทยคนเดียวในตอนนี้ที่เป็น “เอเอฟซี แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์”

หลังจากที่เกมชิงแชมป์ระดับทวีปของเจ้าหนู 'ช้างศึก' ทีมชาติไทยรุ่น U19 ปีที่สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เป็นอันต้องจอดป้ายเพียงรอบแรก ทีมงานทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องต่างทยอยเดินทางกลับบ้านด้วยความผิดหวังเล็กๆ

แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีคนไทยอีกหนึ่งคน ที่ยังได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี ให้เดินหน้าทำภารกิจต่อไปในฐานะ "เอเอฟซี แมตช์คอมมิชชั่นเนอร์" จนถึงรอบรองชนะเลิศของรายการนั้น

จั่วหัวมาขนาดนี้ เราเพียงต้องการจะสื่อว่า..ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลอาชีพในบ้านเราเริ่มเข้าสู่ยุค “บูม” สุดขีด เห็นได้จากมวลชน ที่หลั่งไหลเข้ามาชม มหรสพ’ ฟุตบอลมากขึ้น และมากขึ้นในทุกๆ ปี ความใกล้ชิด และองค์ประกอบของการจัดการแข่งขันฟุตบอล ก็เริ่มมีให้คนทั่วไปเห็นมากยิ่งขึ้น

ที่กล่าวว่าองค์ประกอบ ก็คงหมายถึงการจัดการในทุกๆ ส่วนที่นอกเหนือจากเกมฟุตบอลที่ฟาดแข้งกันในสนามนั่นเอง อาทิ สภาพสนาม, สเตเดี้ยมสำหรับแฟนบอล, องค์ประกอบด้านความปลอดภัย ที่แต่ละสนามอาจจะมีมากมีน้อย, มีครบมีขาดต่างกัน

แล้วใครล่ะ ที่จะเป็นคนกำกับดูแลและช่วยเหลือพร้อมให้คำแนะนำ ว่าโชว์ ‘มหรสพ’ ฟุตบอลในแต่ละคนนั้น เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยตามมาตรฐาน, คำตอบก็คือ “แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์” หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า “ผู้ควบคุมการแข่งขัน” นั่นเอง

นั่นยังไม่ใช่ประเด็นหลักของเรา เพราะโกล.คอม ประเทศไทยเพิ่งรู้ว่าเรามีตัวแทนและความภูมิใจของประเทศสยาม กับคนไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ผู้ตรวจเกมระดับเอเชีย’ ที่รับรองโดยสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซีอย่าง “เอเอฟซี แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์” นี่มันสุดยอดนะคุณ

อย่ารอช้า เราไปรู้จักกับคุณโจ หรือ พาทิศ ศุภะพงษ์ กันเลยเถอะ



หนึ่งเดียวจากไทยในขณะนี้ กับตำแหน่งเอเอฟซี แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์ "โจ พาทิศ"

โกล.คอม: คุณช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่าที่มาที่ไปก่อนที่คุณจะได้รับตำแหน่ง เอเอฟซี แมตช์คอมมิชชั่นเนอร์ มันเป็นยังไง?

พาทิศ:
ผมได้โอกาสเข้าไปอบรมและผ่านการสอบที่สำนักงานใหญ่ของเอเอฟซีเมื่อปลายปี 2011 เพื่อจะหาแมตช์คอมใหม่ประมาณ 10 คนในช่วงปีนั้นครับจากทั่วทวีปเอเชีย โดยทางเอเอฟซีส่งจดหมายเชิญผ่านมาที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศ ไทย โดยผมมั่นใจว่าน่าจะทำได้ จากการที่ได้ร่วมทำงานในรายการ เอเอฟซี คัพ กับชลบุรี เอฟซี และโครงการวิชั่น เอเชีย ในขณะที่ผมเองเคยทำงานประจำที่เอเอฟซี ณ สำนักงานใหญ่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงปี 2008-2010 จึงทำให้ค่อนข้างมีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างคอนเซ็ปต์การบริหารจัดการแข่งขันฟุตบอลในมาตรฐานเอเอฟซีอยู่พอสมควร ทางโน้นคงเห็นความเป็นไปได้ตรงนี้ด้วยครับ


ลายเซ็นต์บนลูกบอลจากทีมงานและเจ้าหน้าที่เอเอฟซี ที่มอบให้คุณโจ พาทิศ ซึ่งเป็นธรรมเนียมหลังจบทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ของคนในวงการฟุตบอล

โกล.คอม: ดูจากระดับและชื่อชั้นแล้ว มันไม่ธรรมดาจริงๆ พอจะเล่าให้เราฟังได้ไหมว่าเขาทดสอบอะไรคุณบ้าง?

พาทิศ: หลังจากไปถึงที่เอเอฟซี ที่มาเลเซีย ก็ต้องเข้าอบรม 4 วัน และสอบ 2 วันครับ เริ่มทำการทดสอบภาษาอังกฤษก่อน ด้านการพูดและอ่าน โดยให้นำการประชุมผู้จัดการทีม (จำลองขึ้นมา) สอบเขียนรายงานจากการดูจากเทปวีดีโอ เหตุการณ์วุ่นวายในสนามที่หนึ่ง โดยต้องเขียนรายงานประมาณ 1 หน้า ต่อมาก็สอบความรู้การใช้ระบบควบคุมการแข่งขันออนไลน์ของ เอเอฟซี โดยการให้จัดทำรายชื่อผู้เล่น และทำ match summary เหตุการณ์และสถิติ ลงข้อมูลใบเหลือง ใบแดง ประตู จำนวนผู้ชม สภาพอากาศ สภาพสนาม จากระบบที่ว่านี้ภายในครึ่ง ชม ให้เสร็จครับ

ต่อมาก็ไปที่สเตเดี้ยม ทำการตรวจเช็คความถูกต้องของทุกๆ องค์ประกอบ ตั้งแต่ เส้นทัชไลน์ เสาประตู มุมธง ห้องและอุปกรณ์ต่างๆ การตรวจไฟส่องสว่าง ประเมินมาตรฐานสนาม ซึ่งตรงนี้คือการทดสอบความแม่นยำของกฏกติกาฟุตบอลที่เรามีครับ

และสุดท้ายคือสอบ final เขียนระเบียบขั้นตอนการเตรียมการแข่งขันให้ละเอียดในช่วง 3 ชม ก่อนเขี่ยลูกเริ่มเล่น ให้ครบทุกๆส่วน


คุณโจประเดิมงานแรกกับเอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมป์เปี้ยนชิพ ที่อุซเบกีสถาน

โกล.คอม: แรกเริ่มเดิมที เอเอฟซี มีกระบวนการคัดเลือกแมตช์คอมฯ อย่างไรบ้าง?

พาทิศ:
ปกติแล้วทางประเทศสมาชิกของเอเอฟซี สามารถเสนอชื่อคนที่คิดว่ามีความสามารถจะทำหน้าที่นี้ได้  เข้าทำการคัดเลือกได้ในเกือบทุกๆปีอยู่แล้วครับ หรือ อีกทางหนึ่งจากการได้รับจดหมายเชิญ ซึ่งเค้าจะเลือกจากผู้ที่ผ่านประสบการณ์ในการจัดการแข่งขัน หรือเกี่ยวข้องกับการพัฒนาฟุตบอลอาชีพ อีกทั้งเรื่องของการสื่อสาร ความเข้าใจพื้นฐานด้านธุรกิจ หรือ มาร์เก็ตติ้ง เพราะทุกๆแมตช์ของเอเอฟซีที่มีสปอนเซอร์ จะมีกฏเรื่องนี้เข้ามา
แต่ ผมเห็นแมตช์คอมท่านอื่นๆ บางคนก็เป็น นักธุรกิจ อาจารย์ อดีตผู้เล่นอาชีพ อดีตกรรมการ มาก่อน หรือแม้แต่ ด๊อกเตอร์ นักกฏหมายก็มีครับ

โกล.คอม: ความรู้สึกและทัวนาเมนต์แรก ที่เอเอฟซีมอบหมายให้คุณทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ คืองานไหน?

พาทิศ:
ผมได้ไปทัวนาเมนต์แรกคือ การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชียรอบคัดเลือก ที่เมือง ทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ใช้เวลาอยู่ที่นั่นสองอาทิตย์กับแมตช์คอมอีกท่านนึงที่เค้าส่งมาเป็นอาจารย์อีกที แต่เนื่องจาก “ฟุตซอล” มีกฏกติกา ที่ไม่เหมือนฟุตบอลเท่าไหร่ ก็เลยต้องไปเรียนรู้ไปทำงานไปพร้อมๆกัน แต่ก็ถือว่าเป็นทัวนาเมนต์ที่ผ่านไปด้วยดีครับ ผมคุมทั้งหมด 6 แมตช์กลับถึงห้องพักที่โรงแรมตี 2 ทุกวัน หลังจากนั้นก็ได้ไปคุมแมตช์แบบ บินเดี่ยวเลยคือ เอเอฟซี คัพ 2012 รอบแบ่งกลุ่มที่ประเทศโอมาน ฟีฟ่าเดย์อุ่นเครื่องระหว่าง ทีมชาติฮ่องกง พบ ทีมชาติสิงค์โปร์ ก่อนจะมาที่ เอเอฟซียู 19 ที่ยูเออีล่าสุดครับ

โกล.คอม: นับตั้งแรกเริ่มมาจนถึงวันนี้ คุณลุยงานระดับบิ๊กอย่างนี้ไปแล้วกี่แมตช์กัน?

พาทิศ:
เฉพาะปี 2012 นี้ รวมทั้งสิ้นก็ 16 แมตช์การแข่งขัน กับ 4 ประเทศครับ


ขณะปฏิบัติภารกิจที่สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ในทัวร์นาเมนต์เอเอฟซี U19 แชมป์เปี้ยนชิพ

โกล.คอม: ปัญหาที่คุณต้องพบบ่อยที่สุดในการทำหน้าที่ล่ะ?

พาทิศ:
ขีดความเข้าใจในการจัดการแข่งขันของทีมงาน และความพร้อมในการจัดการแข่งขันในแต่ละที่ๆ ไปครับ

โกล.คอม: แล้วประสบการณ์ที่มิรู้ลืมเลย เล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหม?

พาทิศ:
ผมเจอเซอร์ไพรส์แบบที่ไม่ได้เตรียมมาก่อนที่โอมานครับ ไฟส่องสนามแข่งระเบิด ในวันที่ผมเดินทาง ทำให้ต้องเปลี่ยนเวลาเตะก่อนแข่ง 48 ชม. จากทุ่มครึ่งเป็นสี่โมงเย็น แน่นอนมันร้อนมากสำหรับผู้เล่น และ ต้องภาวนาให้เกมจบ ภายใน 6 โมงเย็นอีกด้วย ไม่งั้นสนามจะมืดและจะทำการแข่งขันต่อไม่ได้ ผมต้องทำรายงานมากมาย โทรศัพท์อัพเดทสถานการณ์แทบทุกนาที จะเปลี่ยนสนามก็ไม่ได้เพราะทีมอาจจะต้องเดินทางเป็นชั่วโมง พร้อมๆ กับต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับทั้งสองทีม

จริงๆ แล้ว ผมคิดว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีแมตช์ คอมฯ ไปคุมการแข่งขัน ก็เพราะเพื่อให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบร้อบ และมีคนตัดสินใจ แต่ผมไปเจอในทริปแรกเลย ก็ถือว่าแปลกดีเหมือนกัน


ถ่ายภาพร่วมกับคุณคริสตินา รามอส ลูกสาวของฯพณฯฟรีเดล รามอส (อดีตประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์) ผู้เป็นเอเอฟซี แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์รุ่นพี่ที่ถือว่าเป็นอาจารย์คนแรกบนถนนสายนี้ของคุณโจ พาทิศเลยก็ว่าได้

โกล.คอม: เราทราบว่าคุณได้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำทัวร์นามเนต์ เอเชียน U19 แชมป์เปี้ยนชิพที่เพิ่งผ่านมานี้ด้วย เป็นอย่างไรบ้าง?

พาทิศ:
ไม่ค่อยมีปัญหาครับ ทุกๆ วันจะมีการประชุมตอนเช้าระหว่างเจ้าหน้าที่เอเอฟซี จะมีทีมต่างๆ เข้ามาขอพบเพื่อต้องการให้ผมอธิบายเกณฑ์่การเข้ารอบอย่างละเอียด ซึ่งจริงๆ แล้วมีให้อ่านในระเบียบการแข่งขันอยู่แล้ว แต่ทางทีมต่างๆ เอาตารางจำลองสถานการณ์แบบว่าถ้าเกิดกรณี a,b,c,d ให้ผมอธิบายอย่างละเอียดเลยว่า แบบนี้ทีมไหนเข้ารอบครับ ซึ่งก็ได้ทบทวนไปด้วย ผมว่าปัญหานี้มันก็ท้าทายความแม่นยำของเราดีครับ

โกล.คอม: โดยรวมแล้วมาตรฐานที่ยูเออีครั้งนี้เป็นอย่างไร?

พาทิศ:
ถือว่าทาง LOC (Local Organising Committee) หรือทีมงานเจ้าภาพ ทำได้ดีในระดับหนึ่งเลยล่ะ จากการที่เค้าอยากศึกษาเรียนรู้การจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐาน ทำให้เจ้าหน้าที่จากเอเอฟซี ได้รับการตอบสนองและความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมครับ


ตัวแทนของแมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์สัญชาติไทย ในเกมเอเอฟซี คัพโซนเอเชียตะวันตกระหว่างอัล ซูเวค กับ อัล อิติฮัต

โกล.คอม: คุณพอจะมีกรณีศึกษาซักหนึ่งเหตุการณ์ที่จะทำให้เรามองภาพความเป็น “แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์” ได้ชัดขึ้นบ้างไหม?

พาทิศ:
ขอยกตัวอย่างเรื่องเบาๆ ก่อน เช่น ถ้ารถพยาบาลยังไม่มาถึงสนาม เราก็ไม่สามารถให้เริ่มการแข่งขันได้ มันเสี่ยงเกินไป ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เอาเข้าจริงก็เป็นแบบ extreme นะครับ วิ่งเข้าใส่ เสียบ ปะทะ กันเต็มที่ มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ตลอดเวลา หรือแม้แต่ปัญหาสุขภาพนักฟุตบอล ที่เราเคยได้เห็นกรณีหายใจไม่ทัน หัวใจวาย ตรงนี้ต้องมีการป้องกัน และปฐมพยาบาลที่ทันท่วงที ดังนั้นความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในอันดับแรกเสมอ


กับทีมงานผู้ตัดสินในเกมเอเอฟซี คัพที่โอมาน

หรือเรื่องในเชิงธุรกิจ หากว่าการแข่งขันนั้นๆ มีสปอนเซอร์ที่สนับสนุนทัวนาเมนต์อยู่  เราต้องรักษาสิทธิ์ให้กับผู้สนับสนุน การถูกเข้าทำการตลาดแบบกองโจร หรือ แบบแฝง (Ambush Marketing) จากเจ้าของสินค้ารายอื่นที่คิดจะเข้ามาขาย หรือทำกิจกรรมโฆษณากับมวลชนฟรีๆ ที่เข้ามาดูการแข่งขันนัดนั้น เราต้องไหวตัวให้ทัน และป้องกันแก้ไขครับ

หน้าที่ของแมตช์คอมคือการไปควบคุม ดูแล ให้การแข่งขันผ่านไปได้สมบูรณ์ ตามกฏกติกา และได้มาตรฐานตามระเบียบการแข่งขันนั้นๆวางเอาไว้ เรามีหน้าที่อนุมัติ รับเรื่องร้องเรียน อธิบายและตัดสินใจ เมื่อมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันโดยรวมทั้งหมด แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเกมในสนาม แต่แมตช์คอมก็ต้องเลือกผู้เล่นทรงคุณค่าประจำแมตช์ (MVP) ให้คะแนนแฟร์เพลย์ ส่งรายงานความประพฤติผู้เล่น หากว่าต้องมีการลงโทษ หรือต้องสอบสวนครับ


คุณโจ พาทิศกับเพื่อนซี้เก่า ผู้เป็นเจ้าหน้าที่จากเอเอฟซี ที่กลับมาพบกันอีกครั้งในทัวร์นาเมนต์ U19 ชิงแชมป์เอเชีย

โกล.คอม: เอางี้, ถ้าเราอยากจะเป็น แมตช์คอมฯ บ้าง เราต้องเริ่มต้นยังไง?

พาทิศ:
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการแข่งขันฟุตบอล (Match Operation), ธุรกิจกีฬา (Sport Business) และองค์กรบริหารที่เกี่ยวข้องกับกีฬา (Sport Organization) ให้ถ่องแท้ครับ หลังจากนั้นก็ศึกษาขั้นตอนการจัดการแข่งขัน องค์ประกอบต่างๆ ของฟุตบอลให้เข้าใจ

“ฟุตบอล” ก็คือ “อีเวนต์” โชว์อย่างหนึ่ง ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีหากว่ามีการวางแผน และประสานงานอย่างมีระบบขั้นตอนครับ ต้องรู้จักการทำงานเป็นทีม และเป็นทีมงานที่ดี มีความรู้ ประสบการณ์จัดการแข่งขันกีฬา เข้าใจกฏกติกาฟุตบอล ศึกษาระเบียบการแข่งขัน ดังนั้นผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องในด้านนี้ จะมีโอกาสมากที่จะถูกคัดเลือกให้ไปทำหน้าที่ตรงจุดนี้

โกล.คอม: ความในใจของเอเอฟซี แมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์ชาวไทยคนเดียวในปี 2012 อย่างคุณที่อยากจะบอกแฟนบอลชาวไทย

พาทิศ: การจัดอีเวนต์ หรือการแข่งขันฟุตบอลนัดๆหนึ่ง คือการจัดโชว์ให้แฟนบอลได้สนุกไปกับ เกมฟุตบอลในสนามครับ ขณะเดียวกันมันหมายถึงการรวมตัวของคนเรือนหมื่น เรือนแสนในสถานที่ๆหนึ่ง ในเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นการจัดการผู้คนจำนวนมากให้มีความปลอดภัย และประทับใจ ต้องกระทำจากผู้จัดที่ใส่ใจทั้งในสนามและนอกสนาม บางสนามอาจจะมีกฏระเบียบที่เข้มงวด บางสนามก็อาจจะมีกฏที่หย่อนยาน จึงอาจมีความเสี่ยงที่สูง-ต่ำต่างกันไป บางสนามใครจะเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีประชาสัมพันธ์ ซื้อตั๋วก็ลำบาก หรือบางครั้งมีผู้คนเดินลงไปเกี่ยวข้องอยู่ข้างสนามมากมาย การจัดการก็จะยากขึ้น ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

ก็อยากให้ลองสังเกตสิ่งเหล่านี้ดูครับ เพราะว่าการจัดการแข่งขันที่ดี จะมีส่วนเพิ่มอรรถรสการชมฟุตบอลได้อย่างมากทีเดียว!


 คุณโจ (นั่งซ้าย) ร่วมเข้าเฝ้าองค์ชายแห่งเมืองราสอัลไคมาร์ (UAE) พร้อมทีมงานจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียในทัวร์นาเมนต์ U19 ชิงแชมป์เอเชีย

ก่อนจะสิ้นสุดบทสัมภาษณ์แห่งความภูมิใจครั้งนี้ คุณพาทิศทิ้งท้ายกับโกล.คอม ประเทศไทยสั้นๆ ง่ายๆ แต่ทรงพลังและเปี่ยมความหมายว่า

"อยากให้เมืองไทยมีแมตช์ คอมมิชชั่นเนอร์ในระดับเอเอฟซีเพิ่มขึ้นอีกเยอะๆ ครับ, เพราะเราจะได้นำองค์ความรู้ที่จะได้รับกลับมาช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลในประเทศให้ดียิ่งขึ้น"

เราจะพัฒนาไปไหนไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ออกไปเรียนรู้และทดลอง”

นี่คือประโยคที่ออกมาจากใจคนไทยคนเดียวของปี 2012 ผู้เป็นเอเอฟซี แมตช์คอมมิชชั่นเนอร์ หรือ “ผู้ควบคุมการแข่งขัน” ระดับสากลที่เราต้องบอกเลยว่าเป็นความภูมิใจแห่งปี 2012 ของเราเช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง