thumbnail สวัสดี,
มองยูโรฯ แบบปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

Guest

มองยูโรฯ แบบปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

Goalthailand

มหกรรมฟุตบอลแห่งชาติยุโรปครานี้ยิ่งใหญ่สมการรอคอยจริงๆ แต่ถ้าดูกันกว้างๆ มองแบบลึกๆ เราจะเห็นสูตรสำเร็จของทีมชั้นนำที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง เพื่อเวลาย้อนดูบอลบ้านเรา จะได้มีโอกาสบ้าง

สูตรสำเร็จ

หลังจากได้ชมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2012” จบในรอบแรก ผมมีความคิดเห็นดังต่อไปนี้...หนึ่ง ระบบการเล่นยอดนิยม ที่หลายทีม นำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ คือ ระบบ 4-2-3-1 ซึ่งผิดกับเมื่อก่อน ที่หลายชาติจะใช้ ระบบ 4-4-2

ระบบ 4-2-3-1 ที่ว่านี้ จะ “ยืดหยุ่น” ปรับตามรูปแบบคู่ต่อสู้ ที่จะเผชิญหน้า ยกตัวอย่างเช่น เมื่อทีมเล็ก พบกับ ทีมใหญ่ จะใช้ระบบนี้ “เต็มตัว” โดยเน้น เกมรับ ให้แน่นไว้ก่อน วางแผงหลัง 4 คน ตามระบบ “แบ็คโฟร์” นอกจากนี้ ในขณะที่เล่นเกมรับ ยังปรับ ให้มี “มิดฟิลด์” เข้ามาช่วยงาน อีก 2 คน ซึ่งทำให้ แทบไม่มีพื้นที่ว่างในแดนหลัง จนกระทั่ง คู่ต่อสู้ หาจังหวะ เจาะเข้าไปพังประตูลำบาก ส่วน ในแดนกลาง ปรับลด ผู้เล่นเหลือ 3 คน และทิ้ง ศูนย์หน้าเอาไว้เพียงคนเดียว


ขณะที่ ในเวลาเล่นเกมรุก มิดฟิลด์ที่เล่นเกมรับ 2 คน จะปรับตัว “แปลงร่าง” เป็น “ตัวรุก” ผสมผสาน กับ วิงแบ็ค สองข้าง ทั้งกราบซ้าย และ กราบขวา บวกกับนักเตะในแดนกลางอีก 3 คน  ทำให้ ทีมเคลื่อนไหวเป็น “ระบบ” “สมดุล” แต่ หากพลาดเสียการครอบครองบอลเมื่อใดจะกลับมาเล่นเกมรับ ปรับใช้ ระบบ 4-2-3-1 ทันที ซึ่งอันนี้นับเป็น สูตรสำเร็จ ที่หลายทีมนำมาใช้ ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรฯ หนนี้

อีกประการหนึ่งที่ผมสังเกตเห็น หลายทีมมักจะใช้ผู้เล่น “แกนหลัก” มาจากสโมสรเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นทีม “แชมป์โลก” สเปน ยกผู้เล่นจากสองทีมยักษ์ใหญ่ ทั้งบาร์เซโลน่าและรีล มาดริด มาเป็นแกน หรือทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมันก็ใช้นักเตะ จาก “แชมป์บุนเดสลีกา” ทีมล่าสุดสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์และ “รองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก” สโมสร บาเยิร์น มิวนิค

ส่วนทีมชาติอิตาลี ใช้นักเตะจาก สโมสร ยูเวนตุส แชมป์กัลโช่ซีเรีย อา ทีมล่าสุดเป็นส่วนใหญ่ หรือ แม้กระทั่งทีมชาติ “เจ้าภาพ” ยูเครน ยังเลือกนักเตะจาก สโมสรซีเอสเคเอ มอสโคว์ มาเป็นแกนหลัก รวมไปถึงทีม “ขวัญใจมหาชนชาวไทย” อย่างทีมชาติอังกฤษ ทาง รอย ฮอดจ์สัน เอง ก็ยังเลือกนักเตะจากสโมสร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เข้ามาติดทีมชุดนี้ ถึง 6 คน

ผมคิดว่าที่หลายชาติ เรียกนักเตะเข้ามาติดทีมในลักษณะนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก นักเตะเหล่านี้ มีฝีเท้าดี แต่ประเด็นสำคัญผมคิดว่าน่าจะมาจากการแข่งขันฟุตบอลลีกยักษ์ใหญ่ในแต่ละประเทศของยุโรป ปิดการแข่งขันได้ไม่นาน ฟุตบอล “ยูโร” ก็เปิดฉากฟาดแข้งทันที ทำให้แต่ละทีมมีเวลา “รวมตัว” ฝึกซ้อมกันน้อย สมาคมฟุตบอลฯของชาติต่างๆ และ กุนซือที่ทำทีมจึงเรียกนักเตะ ที่เคยร่วมเล่นกันมาในระดับสโมสรเข้ามาติดทีมอย่างนี้ เพื่อสร้าง “ทีมเวิร์ค” ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ถ้า
“สูตร” เหล่านี้ ประสบความสำเร็จ ทีมชาติไทย ลองเอาไปใช้ บ้างก็ได้นะครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง