thumbnail สวัสดี,
จีระศักดิ์ โจมทอง : ตาสว่าง

Guest

จีระศักดิ์ โจมทอง : ตาสว่าง

Gettyimages

บทความว่าด้วยเรื่องของมุมมองฟุตบอลไทย ในสายตาสากล และฟุตบอลสากล ในสายตาคนไทย

ปลายเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เข้าไปนั่งชมเกมการแข่งขันฟุตบอล เจ-ลีก คู่ “บิ๊กแมทช์” ระหว่าง ทีมวิสเซิล โกเบ พบกับ ทีมนาโกย่า แกรมปัตเอท ที่สนาม โฮม สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นรังเหย้าของทีม วิสเซิล โกเบ ในแบบ “ซุปเปอร์วีไอพี” จากการติดสอยห้อยตาม คุณวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสร “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี

ต้องบอกว่า นี่เป็นครั้งแรก ในชีวิตของผม ที่มีโอกาสได้เข้าไปชมฟุตบอลเจ-ลีก แบบไกล้ชิดติดขอบสนาม โดยที่ผ่านมา ทำได้เพียงแค่ ชมฟุตบอลเจ-ลีก ผ่านทางการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ หรือ ไม่ก็ เทปบันทึกการแข่งขันเท่านั้น

ตัวผมเอง ค่อนข้างโชคดี มีโอกาส ได้เดินทาง ไปชมการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ บ่อยครั้ง เนื่องจากเคยเป็นผู้สื่อข่าว ซึ่งมีภารกิจต้องติดตามทีมชาติไทยไปรายงานข่าว การแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ หรือแม้กระทั่ง ย้ายมาทำงานกับทีมชลบุรี เอฟซี ก็ได้รับโอกาส ไปดูงาน พร้อมชมการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลในประเทศอังกฤษ รวมไปถึง ได้เดินทางไป สัมผัสกับกีฬาฟุตบอลในประเทศที่ผู้คน นิยมกีฬาอเมริกันฟุตบอล มากกว่า ฟุตบอล อย่างสหรัฐอเมริกา

แต่ไม่ว่า จะเป็น ทริปใด ประเทศใด ผม ยังไม่รู้สึกประทับใจ เท่า “ทริป” เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้


ไม่ใช่ว่า ผมรู้สึกแย่ กับ การเดินทางไปต่างประเทศ ในทุกๆเที่ยวนะครับ...ทุกๆ การเดินทางของผม ได้รับประสบการณ์ พร้อมความประทับใจติดตัวกลับมาเสมอ เพียงแต่ ไปญี่ปุ่น เที่ยวนี้ มีโอกาส ได้สัมผัส ได้เรียนรู้ ศาสตร์กีฬาลูกหนัง จากคนเอเชียด้วยกัน

พร้อมกันนี้ ยังทำให้ผมได้เห็นกับตาตัวเอง และพิสูจน์คำยืนยัน ในคำพูดของ คุณเบนจามิน ตัน เจ้าหน้าที่ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ซึ่งมีความสนิทสนมกัน ว่า การจัดแข่งขันฟุตบอล เจ-ลีก มี มาตรฐาน สูงกว่า การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

คุณเบนจามิน เคยบอกกับผมว่า มาตรฐานการจัดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ถูกฟุตบอลเจ-ลีก แซงไปแล้ว ตอนนั้น ผมไม่เชื่อ เพราะเท่าที่ผมได้เข้าไปชม และดูงานฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (หลายคู่) พบว่า ฟุตบอลลีก อังกฤษ ดีแล้ว แต่พอได้มาสัมผัส พร้อม “ดูงาน” ที่สโมสรวิสเซิล โกเบ และ ชมเกม “บิ๊กแมทช์” คู่นี้ ทำให้ผม เริ่มเห็น “คล้อยตาม” คุณเบนจามิน

เรื่องนี้ สอนให้ผม รู้ว่า “อย่าด่วนตัดสินใจ ถ้าเรา ยังไม่ได้เห็นกับตาของตัวเอง”

นอกจาก มาตรฐานการจัดแข่งขันที่สูงลิบลิ่วแล้ว ตัว “โปรดักซ์” หรือ ตัว “ผลิตภัณฑ์” เกมการแข่งขันฟุตบอลเจ-ลีก ยัง “ติดตรา ตรึงใจ” ในตัวผม จนถึงทุกวันนี้...

เกมระหว่าง วิสเซิล โกเบ กับ นาโกย่า แกรมปัตเอท แม้จะมีประตูเกิดขึ้นเพียงแค่ลูกเดียว แต่ ตลอดระยะเวลา 90 นาที แฟนบอลทั้งสองทีม ได้รับรู้ และสัมผัสถึง รสชาติของความ ตื่นเต้น หวาดเสียว ต่อเนื่อง แทบทุกนาที... นักเตะของทั้งสองทีม “ห่ำหั่น” ฟาดฟัน กับ แบบไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย จังหวะ 50-50 ใส่กันไม่ยั้ง แถมไม่มี การฆ่า หรือ“ถ่วงเวลา” ให้เห็นสักครั้งเดียว สมกับ คำว่า “มืออาชีพ” ร้อยเปอร์เซ็นต์

ผมไม่แปลกใจว่า ทำไม แกรมมี่ ถึงได้ตัดสินใจ เซ็นสัญญา ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด การแข่งขันฟุตบอลเจ-ลีก มาให้แฟนบอลชาวไทยได้ชมถึงบ้าน นั่นก็เพราะ แกรมมี่ เล็งเห็นแล้วว่า ในอนาคต นี่ คือ “คอนเทนต์” กีฬา ที่จะมา “ต่อสู้” กับ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ของ “ทรู วิชั่น” ได้ชนิดสูสี

ต่อไปนี้ ผม ทำนาย เลยว่า ฟุตบอล เจ-ลีก จะได้รับความนิยม จาก คอลูกหนังชาวไทย ไม่แพ้ บอลอังกฤษเลยทีเดียว ซึ่งความสำเร็จอันนี้ ผมขอ “ชื่นชม” สมาคมฟุตบอลประเทศญี่ปุ่น และ เจ-ลีก ที่มีการพัฒนา และ วางแผน “การตลาด” ตามลำดับขั้นตอน จนเผยแพร่ พร้อมขยายความนิยมฟุตบอล เจ-ลีก ไปทั่วโลก ได้เฉกเช่นเดียวกับ ฟุตบอลลีกอังกฤษ

เขียนมาถึง ตรงนี้ แล้วหันกลับมามองฟุตบอลบ้านเรา ก็ได้แต่ “อนาจใจ” ว่า ทำไม ฟุตบอลไทย ถึงไม่เอาไหน เหมือน อังกฤษ หรือ ญี่ปุ่น สักที แถมในอนาคต มีโอกาส จะถูก ญี่ปุ่น ประเทศเพื่อนบ้าน ชาวเอเชียของเรา ทิ้งห่าง ไปเรื่อยๆ แบบชนิดที่ ไม่เห็นแม้แต่ฝุ่น

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ช่วยตอบผม และ แฟนบอลชาวไทยด้วยนะครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง