thumbnail สวัสดี,

คอลัมน์นิสต์รับเชิญของเรา 'ซิโก้' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับแง่คิดกระตุกความเป็น 'มืออาชีพ' ของ 'นักฟุตบอลไทย'

ผมขอใช้คำว่า “ฟุตบอลไทย โตเร็วเกินไป” ก็แล้วกันนะครับ มันก็เลยทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทย ตั้งแต่ระดับล่าง ทั้ง เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2, ยามาฮ่า ลีกวัน จนกระทั่งถึงฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก มีปัญหา“จิปาถะ” ไม่เว้นแต่ละวัน

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีโอกาสได้สัมผัสฟุตบอลลีกของเมืองไทย ตั้งแต่ยังแข่งขันในรูปแบบสมัครเล่น(ตอนนั้นเป็นนักเตะ) จนกระทั่งถึงวันนี้ (เป็นผู้ฝึกสอน) ที่ถือว่าเข้าไกล้ฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว แต่สิ่งหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลย คือ “ปัญหา” ต่างๆ ที่สะสมมาตั้งแต่ยังเป็นฟุตบอลสมัครเล่น

ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ปัญหาแรกเลย คือ ตัวนักฟุตบอลเองยังไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่ความเป็น “นักเตะอาชีพ”ได้ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะตัวผมเองเคยไปเล่นฟุตบอลอาชีพในต่างประเทศมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่เวียดนาม, สิงคโปร์ หรือ แม้กระทั่ง ที่ประเทศอังกฤษ ได้สัมผัส ได้เห็น ความเป็น “มืออาชีพ” ของนักเตะต่างชาติ ทำให้รู้ว่า นักเตะไทยยังห่างไกลกับคำว่า “มืออาชีพ”

นักเตะไทยยังไม่รู้จักดูแลตัวเอง เวลาฝึกซ้อมต้องทำอย่างไร ก่อนแข่งต้องปฎิบัติตัวอย่างไร หลังแข่งต้องทำอย่างไร ต้องรับประทานอาหารอะไรบ้าง หรือ จะต้องพักผ่อนอย่างไรให้ร่างกาย “ฟื้นตัว” อย่างรวดเร็ว เรื่องต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นข้อปฎิบัติสำคัญของนักเตะอาชีพ


ทุกวันนี้ แม้ฟุตบอลลีกอาชีพของเราจะมี “พัฒนาการ” เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การประพฤติปฎิบัติตัวของนักเตะไทย (ส่วนใหญ่) ยังไม่พัฒนาตามได้ทัน

 

เคยลองสังเกตลีกต่างประเทศทั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีก้า สเปน, บุนเดสลีก้า เยอรมัน หรือ กัลโช่ ซีรีย์ อาร์ อิตาลี ที่ถ่ายทอดสดมาทางทีวีไหมครับ ทั้งๆที่ เกมการแข่งขัน “ห่ำหั่น” กันตลอด 90 นาที แถมนักเตะ “หวด” กัน ไม่ยั้ง ทำไมนักเตะของเขาจึงไม่หมดแรง มีพลัง “วิ่ง” ได้ตลอด

แต่พอมาดู “ลีกไทย” ลองสังเกตสิครับ ช่วง 20 นาทีสุดท้าย นักเตะวิ่งไม่ค่อยไหว พูดง่ายๆ “หมดแรง” อันนี้ ไม่ใช่แค่ลีกไทยเท่านั้นนะครับรวมไปถึง ทีมชาติไทยของเราด้วย ซึ่งผมเห็นภาพอย่างนี้เป็นประจำ เวลาแข่งขันกับทีมชาติต่างๆ

ที่ผมเขียนมาอย่างนี้ ไม่ใช่จะมา “ตำหนิ ติเตียน” หรือ มา “สาวไส้ให้กากิน” แต่ด้วยความหวังที่ว่า น้องๆ นักเตะ(ส่วนใหญ่) ได้เห็น ได้ยิน หรือ ได้อ่านบทความ จะได้เปลี่ยน “ทัศนคติ” และ “ปฎิบัติ” ตัวเสียใหม่

               

เพื่ออนาคตที่ดีต่อตัวน้องๆเอง และ อนาคตอันสดใสของทีมชาติไทยครับ