thumbnail สวัสดี,

ก่อนที่ ฟุตบอลหญิงเอเชียน คัพ 2014 รอบคัดเลือก จะเริ่มต้น โกล ขอเชิญชวนให้ลองฟังความเห็นเกี่ยวกับฟุตบอลหญิงของชายไทย ผู้เคยมีส่วนปลุกปั้น มียา แฮม ยอดแข้งเนื้ออ่อน ชาวสหรัฐฯ มาแล้ว

ชื่อของ มียา แฮม ชาวสหรัฐอเมริกา ถูกบันทึกว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลหญิงที่ดีที่สุดในวงการลูกหนังขาอ่อนโลก... เธอพร้อมเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันถูกดันขึ้นมาเล่นทีมชาติสหรัฐชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี ก่อนมีส่วนพาทีม "แดนมะกัน" คว้าแชมป์โลกที่ประเทศจีน เมื่อปี 1991 (ขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 19 ปี)

แต่ใครจะรู้ว่า หนึ่งในผู้ผลักดันให้ มียา แฮม ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ของสหรัฐฯ คือ ชายไทย ชื่อเล่นเชยๆ คนหนึ่ง นามว่า "แดง" นภดล พิบูลย์เวช... อดีตโค้ชฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ผู้ปลุกปั้นนักเตะขาอ่อนระดับโลกมาแล้วมากมาย



…และเนื่องในโอกาสที่ การแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชี่ยน คัพ 2014 รอบคัดเลือก จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 25 พฤษภาคมนี้ และแข้งสาวไทยจะไปทำการแข่งขันในกลุ่มบี ที่ประเทศบังคลาเทศด้วย โดยมีทีมคู่แข่ง ได้แก่ บังคลาเทศ เจ้าภาพ, อิหร่าน, และ ฟิลิปปินส์ ทีมข่าวโกล ประเทศไทย จึงได้จับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการปลุกปั้น และมีประสบการณ์เกี่ยวกับวงการฟุตบอลหญิงมาอย่างโชกโชน มาพูดคุยถึงเรื่องราวในชีวิตเขา และการวางโครงสร้าง หากจะทำให้ฟุตบอลหญิงบ้านเราประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

โกล ประเทศไทย : ก่อนอื่น อยากรบกวนให้แนะนำตัวคร่าวๆ ครับ
นภดล พิบูลย์เวช : ผมชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ นะ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาตอนอายุ 16 ปี ไปอยู่ที่มิสซูรี่ โคลอมเบีย ซึ่งสมัยก่อนเป็นแหล่งผลิตนักซ็อคเกอร์ ที่เก่งที่สุดในสหรัฐฯ เลยแหละ ผมโชคดีตรงนี้ แล้วก็ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นมีพวก เปเล่ และ ฟร๊านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ ไปค้าแข้งอยู่ที่อเมริกา จึงทำให้กีฬาซ็อคเกอร์เริ่มบูมขึ้นมา ผมเรียนจนจบมหาวิทยาลัย จึงได้เล่นให้กับทีม เซนต์ หลุยส์ ในศึก ยูเอสแอลลีก (USL - United Soccer League) แต่ก็เล่นได้ไม่นาน จึงหันมาเรียนโค้ช

โกล ประเทศไทย : อ้าว ไฉนเป็นแบบนั้นละ?
นภดล พิบูลย์เวช : คือ ตอน ปี 1981 ซึ่งตอนนั้นผมอายุประมาณ 29 ปี (เกิดปี 1953) ผมได้รับบาดเจ็บหนัก จึงหันเหไปเรียนด้านโค้ช ความจริงผมเองก็ชอบด้านนี้อยู่แล้ว จึงไม่รอช้าไปเรียนทันทีที่ เซนทรัล ฟลอริด้า (Central Florida) หลักสูตร 3 ปี เป็นผู้ช่วยโค้ช ซึ่งพอจบมา บรรดาเพื่อนๆ พวกเราต่างก็แยกย้ายกันไปทำทีมฟุตบอลชายกันส่วนใหญ่ แต่ผมเลือกที่จะมาจับฟุตบอลหญิง... คือ ตรงจุดนี้ต้องยอมรับว่า พวกมะกัน เขาไม่สนใจหรอกว่าคุณจะเป็นโค้ชซ็อคเกอร์ ชาย หรือ หญิง พวกเขาถือว่าพวกเรา คือ โค้ชซ็อคเกอร์ ไม่มีการแบ่งเพศแต่อย่างใด พวกเขาให้การเคารพกันอย่างทัดเทียม อันนี้ คือ จุดเริ่มต้น!!!

โกล ประเทศไทย : แล้วจากนั้นอะไรทำให้ พี่แดง ได้มารับงานโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกาละ?
นภดล พิบูลย์เวช : พอเรียนหลักสูตรโค้ช ที่ เซนทรัล ฟลอริด้า เสร็จ ผมก็มาทำทีม มหาวิทยาลัยคอโลราโด ซึ่งทีมของผมติด 1-2 อันดับแรกของประเทศทุกปีจากนั้น ผมจึงได้รับการทาบทามจากสมาคมฟุตบอลสหรัฐอเมริกา ให้เข้ามาเป็น Regional Coach ดูแลคัดเลือกและค้นหานักฟุตบอลหญิงจาก 13 รัฐในอเมริกา ทั่วทั้งด้านตะวันตก (West) ของประเทศ ซึ่งโดยปกติแล้ว หน้าที่นี้มีทั้งหมด 4 คน ทั่วประเทศ แบ่งเป็น 4 โซน คือ เหนือ, ออก, ตก, และ ใต้



โกล ประเทศไทย : โอ้โห! มันไม่เยอะไปเหรอครับ แล้วหน้าที่ต้องทำอย่างไรบ้างละ?
นภดล พิบูลย์เวช : คือ แบบนี้นะครับ เคล็บลับของพวกไอ้กัน คือ ซ็อคเกอร์ในสหรัฐอเมริกา พวกเขาส่งเสริมซ็อคเกอร์ ชาย และ หญิง ไปพร้อมๆ กัน เขาจ้างคนที่เก่งๆ มาทำหน้าที่แบบจริงจัง เดิมทีเป้าหมาย คือ ซ็อคเกอร์ในโอลิมปิก เกมส์ แต่ต่อมาในปี 1991 ก็มีฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ประเทศจีน ส่วนหน้าที่ของผมตอนนั้น คือ คัดเด็ก อายุไล่ตั้งแต่ ชุด 12, 14, 16, และ 18 ปี จาก 13 รัฐ มาเก็บตัวร่วมกัน (หมายถึงแยกชุดนะครับ) แต่ละรุ่นจะคัดกลั่นกรองเหลือประมาณ 24-27 คน ใช้เวลาคัดเลือกประมาณเกือบๆ 1 ปีเต็ม และมีการเข้าค่ายกันตอนซัมเมอร์ (ฤดูร้อน) เด็กที่ติด อย่าหวังว่าปีหน้าจะได้ติดอีก หากคุณไม่ดีพอ

โกล ประเทศไทย : แล้วแบบนี้ โปรแกรมการฝึกซ้อม เหมือนผู้ชายเลยรึเปล่า สำหรับฟุตบอลหญิงในอเมริกา
นภดล พิบูลย์เวช : แน่นอน อย่างในช่วงที่เข้าแคมป์กัน วันๆ หนึ่งทุกคนต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อทำการฝึกซ้อมมื้อแรกของวัน มีการเรียนภาคทฤษฎีในช่วงสาย หรือ บ่าย และซ้อมกันอีกครั้งตอนเย็น ทุกอย่างเป็นระบบและจริงจัง แต่เด็กมะกันนั้น พวกเขาทุกเทกันเต็มร้อย นี่แหละข้อดีของพวกเขา

โกล ประเทศไทย : แล้วสรุป "พี่แดง" เข้ามาเป็นโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้อย่างไร
นภดล พิบูลย์เวช : คือ ผมเองก็เคยเป็นโค้ชทีมเยาวชน ของสหรัฐฯ และ แอนสัน ดอร์เรนซ์ หัวหน้าโค้ชทีมชาติฟุตบอลหญิงของสหรัฐอเมริกาชุดใหญ่ ตอนนั้นก็เชิญผมเข้าไปเป็นหนึ่งในสต๊าฟฟ์โค้ช ซึ่งประจวบเหมาะกับทีมชุดเยาวชนของผมชุดนั้นเป็นยุคดรีมทีมซ็อคเกอร์หญิงอเมริกาเลย เป็นแก๊งค์นักเตะพรสวรรค์ มีทั้ง มียา แฮม (ที่ปกติคนไทยเรียกว่า เมีย แฮม) คาริน เจนนิ่ง, คริสติน ลิลลี่, จูลี่ โฟดี้ และ มิเชลล์ เอเคอร์ ผมก็ดันเด็กเหล่านั้นขึ้นมาเล่นทีมชาติชุดใหญ่ด้วย แม้สุดท้ายตอนไปลุยฟุตบอลโลกที่ที่จีน ผมจะไม่ได้ไปเป็นหนึ่งในสต๊าฟฟ์โค้ชด้วย แต่ผมก็ดีใจที่มีส่วนร่วมในการสร้างเด็กๆ เหล่านั้น

โกล ประเทศไทย : พี่แดง อยู่สหรัฐฯ มากว่าครึ่งค่อนชีวิตของคุณ แล้วอะไรทำให้คุณกลับมาเมืองไทยละ?
นภดล พิบูลย์เวช : หลังจากผมประสบความสำเร็จกับการทำฟุตบอลหญิง ผมก็เดินหน้าหาความท้าทายไปเป็นโค้ชทีมฟุตบอลอาชีพหลายทีมในศึก ยูเอสแอล (USL) ก่อนที่เมื่อ 3 ปีก่อน "คุณตุ๋ย" ธนศักดิ์ สุรประเสริฐ ได้ชักชวนผมกลับมาที่ประเทศไทย เพื่อช่วยกันพัฒนาฟุตบอลหญิง ผมสนใจและเห็นความหนักแน่นของคุณตุ๋ย จึงตัดสินใจกลับมา



โกล ประเทศไทย : แล้ว "พี่แดง" เห็นอะไรบ้างเกี่ยวกับโครงสร้างฟุตบอลหญิงไทย?
นภดล พิบูลย์เวช : ผมไม่เห็นอะไรเลย! ปัญหา คือ ตอนนี้ เรายังไม่มีโครงสร้างสำหรับฟุตบอลหญิง แม้แต่นิดเดียว คือ คุณรู้อะไรไหม? เราต้องกำหนดให้เกิดรากฐานที่ชัดเจน ในเมืองไทยมีเด็กเก่งๆ น้อยคน สต๊าฟฟ์ที่มีไลเซ่นส์น้อยคน ความจริง คือ เราต้องเริ่มสร้างโอกาสให้กับเยาวชน และกำหนดให้มีการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอทั้งปี ในทุกระดับ เราต้องอย่าลืมว่าฟุตบอลเป็นกีฬาระดับสากลโลก เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างโปรแกรมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับสากลโลกเขา

โกล ประเทศไทย : เราควรที่จะเริ่มต้นจากอะไรกันดีละ?
นภดล พิบูลย์เวช : ผมเป็นแค่บุคลากรเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์มาวางแผนหรอก แต่ถ้าให้ผมคิด ผมคิดว่าเราต้องสร้างบุคลากร ทุกอย่างมีแผนผังของมันอยู่แล้ว การสร้างฟุตบอลหญิงก็เช่นกัน มันไม่ต่างจากฟุตบอลชาย อย่างในสหรัฐอเมริกา ผมเป็นหัวหน้าโค้ชที่ต้องสรรหานักเตะร่วม 13 รัฐ ทั่วประเทศจากโซนตะวันตก ขณะที่อีกกลุ่มจาก ตะวันออก เหนือ และ ใต้ ต่างก็ทำหน้าที่ของเขา และส่งนักเตะเข้ามารวมกันเป็นทีมชาติ ซึ่งหากมองถึงหลักงานตรงนี้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่เล็กกว่ามาก สามารถทำได้ง่ายกว่า และ ใช้งบประมาณน้อยกว่าด้วย เราต้องกำหนดว่าจะใช้บุคลากรกี่คน คัดมาว่าใคร คือ ผู้ฝึกสอนระดับหัวกะทิ กำหนดหลักการหน้าที่ให้ชัดเจน ซึ่งการที่เราไม่รู้ว่ามีนักกีฬา หรือสต๊าฟฟ์ทั้งหมดกี่คนจากทั่วประเทศที่จะสามารถใช้สอยได้ เป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วง



โกล ประเทศไทย : และอะไร คือ ความแตกต่างของฟุตบอลชายกับฟุตบอลหญิงกันแน่ละ
นภดล พิบูลย์เวช : อย่างที่บอกนะครับว่า ตามโครงสร้างไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ฟุตบอลหญิง จุดขายของมัน คือ ความทุ่มเทของสาวน้อยแสนสวย ที่เล่นบนเกมแห่งสปิริตอย่างสวยงาม สิ่งสำคัญ คือ ผมต้องสอนให้นักฟุตบอลหญิงไทยที่ผมดูแลอยู่ขณะนี้ ได้มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง

โกล ประเทศไทย : คือ ตอนนี้ พี่แดง เองก็สอนทีมฟุตบอลหญิงอยู่เหมือนกัน?
นภดล พิบูลย์เวช : ใช่ครับ ผมสังกัดอยู่สมาคมฟุตบอลชลบุรี และสอนให้กับเด็กๆ โรงเรียนกีฬาชลบุรี รุ่นปีเกิดไม่เกิน พ.ศ. 2540 ผมเห็นแววของเด็กรุ่นนี้หลายคน ที่มีศักยภาพเพียงพอจะขึ้นมาเล่นทีมชาติชุดใหญ่ แต่หากพูดถึงเรื่องของการอบรมบ่มสอน ผมพยายามเน้นให้พวกเขามีความเป็นผู้นำในตัวเอง รู้จักคิดรู้จักโต และภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นผู้หญิง ไม่ใช่เพราะว่าผมแอนตี้เด็กๆ ทอมบอย นะครับ อย่าเข้าใจผิด แต่ผมคิดว่าความสวยงามต้องเข้ากับเกมฟุตบอลได้ ในทีมชลบุรี ของผม ผมให้ทุกคนตัดผมยาวกว่าบ่าทุกคนเลย และน้องๆ ก็น่ารักกันทั้งนั้น ความจริงลูกสาวผม 4 คน ก็เป็นนักซ็อคเกอร์อยู่ที่อเมริกากันทุกคนด้วยซ้ำ และก็ไม่มีใครเป็นทอมบอยเลย

โกล ประเทศไทย : โห พี่แดง เลี้ยงลูกให้เป็นนักฟุตบอลหญิงได้ 4 คน ทำได้อย่างไรกัน?
นภดล พิบูลย์เวช : เอาตรงๆ ความจริง ผมกับภรรยาลูกครึ่ง ญี่ปุ่น-อเมริกัน หย่าร้างกันมาหลายสิบปีแล้ว เพราะว่าผมพยายามที่จะสร้างทุกอย่างเพื่อครอบครัวด้วยการสอนฟุตบอล ในแบบฉบับของ American Dream แต่เพราะการที่ต้องเดินทางย้ายสถานที่ไปโน้นนี่ บ่อยครั้ง จึงเป็นเหตุให้ผมต้องยุติชีวิตครอบครัว ผมเสียภรรยาไปแล้ว อย่างไรก็ตามผมยังต้องการมีความฝันของผมให้เป็นจริง แต่ก็ไม่อยากจะสูญเสียลูกสาวทั้ง 4 คนไปอีก จึงเลี้ยงพวกเขาอย่างดีที่สุดตามลำพัง และใช้ซ็อคเกอร์ เป็นสื่อกลางในการทำกิจกรรมระหว่างพ่อ-ลูก



โกล ประเทศไทย : โอเค ย้อนกลับมาที่เรื่องของ ฟุตบอลหญิงไทย ณ ปัจจุบัน คุณตั้งเป้าหมายอะไรไว้?
นภดล พิบูลย์เวช : ผมไม่บอกว่าเราจะต้องไปฟุตบอลโลก หรอกนะครับ เพราะสิ่งที่เราต้องการ คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน เราต้องมีทีมหัวกะทิในระดับเยาวชนตั้งแต่ 12, 14, 16, 18 ปี ซ้อมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ 1 เดือนก่อนเตะ ผมมีความเป็นห่วงและอยากพัฒนา...สำหรับตอนนี้ผมขอแค่พัฒนาทีมฟุตบอลหญิงชลบุรี ของผมไปให้ได้ไกลที่สุด ส่วนเรื่องอนาคต จะเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน

โกล ประเทศไทย : ถามใจจริง พี่แดง ต้องการมาเป็นโค้ชทีมชาติไหม?
นภดล พิบูลย์เวช : ตอนนี้เรามีคนเก่งที่ทำทีมอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดการมีโครงสร้างที่ดี แต่หากวันหนึ่ง ผมได้รับการมอบหมายให้ทำหน้าที่ ผมก็พร้อม! ผมพร้อมทำเพื่อประเทศไทยอยู่แล้ว นี่คือสาเหตุที่ผมกลับมา...

ทุกวันนี้ โค้ช "แดง" นภดล พิบูลย์เวช ทุ่มเทใช้เวลาทั้งชีวิตในช่วงบั้นปลายกับสาวน้อยที่จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ ตี 5.45 เกือบทุกวัน จนถึงกระทั่งตอนเย็น มีความสุขกับการพัฒนาศักยภาพฝีเท้าของเด็กตัวน้อยๆ แม้ว่าจะมีงานโค้ชฟุตบอลอาชีพที่มีรายได้มากมายมหาศาลรองรับ แต่นั่นไม่ใช่ความฝันที่เขาไล่ล่า...

ชื่อเสียงเงินทอง ตลอดจนการมีบ้านหลังโต รถคันใหญ่ และ คู่ครอง ครอบครัวที่ยั่งยืน คือ ฝันแบบอเมริกัน แต่สำหรับเขา นภดล พิบูลย์เวช ก็มีฝันในแบบฉบับของเขา ฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่ของใคร แต่เป็นฝันของเรา... My Dream!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง