thumbnail สวัสดี,

ไชยจิวยี่ พาไปติดตาม "จิ้งจอกน้ำเงิน" ทีมอังกฤษที่คุมบังเหียนโดยคนไทย และกำลังอยู่บนเส้นทางสู่ลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีก

ลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียวสำหรับการได้ตัวแทนให้ครบโควตา 4 ทีมลุ้นขึ้นพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวทีสูงสุดแห่งลีกชั้นนำของโลก และหนึ่งใน 4 ทีมเพลย์ออฟนั้นมีชื่อของ เลสเตอร์ ซิตี้ ของกลุ่มทุนคนไทยเป็นเจ้าของ

"สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างปาฎิหารย์ บุกเฉือนชนะ น็อตติงแฮม ฟอร์เรสต์ 3-2 โดยได้ประตูสำคัญในนาทีที่ 90+1 เก็บ 3 คะแนนสำคัญบวก 65 เป็น 68 คะแนน ปาดหน้า โบลตัน คู่แข่งลุ้นแย่งโควตาแบบแซงทางโค้ง จบป้ายอันดับ 6 หลัง โบลตัน เก็บได้เพียง 1 คะแนน จากเกมเสมอ แบล็คพูล ในบ้านตัวเอง 2-2 ทำให้มี 68 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียน้อยกว่า



เกือบ 3 ปีแล้วที่กลุ่มนักธุรกิจคนไทยนำโดย คุณวิชัย รักศรีอักษร เจ้าของร้านค้าปลอดอากร กลุ่ม “คิง เพาเวอร์” ตัดสินใจทุ่มเงินก้อนโตซื้อหุ้นสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในระดับเดอะแชมเปี้ยนชิปของอังกฤษ พร้อมส่งลูกชายคนเล็ก “คุณต๊อบ” อัยวัฒน์ รักศรีอักษร นั่งในตำแหน่งกรรมการบริหารและรองประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น

เรียกได้ว่าน่าจะเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับโลกคนแรกที่มีอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์!!!(หากมีโอกาส โกลประเทศไทย จะขอสัมภาษณ์แบบ Exclusive มาให้ได้อ่านกัน)

ผมยังจำคำพูดของคุณ วิชัย รักศรีอักษร ในงานแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรได้แม่นว่าเหตุผลส่วนหนึ่งที่ กลุ่ม “คิง เพาเวอร์” ตกลงซื้อหุ้นสโมสร เลสเตอร์ ก็เพราะประทับใจศูนย์ฝึกเยาวชน ซึ่งมีเทคนิค และการฝึกสอนเยาวชนดีที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะอังกฤษ



แน่นอนครับหลังจากนั้นช่วงท้ายปี 2554 สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ กับ บุรีรัมย์ ผุดโปรเจคโครงการ “โรด ทู สตาร์ดอม” บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ สร้างฝันเยาวชนสู่นักเตะอาชีพระดับโลก โดยส่งเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 4 คนได้แก่ ปิยพงษ์ หอมขจร , อาทิตย์ พรหมขันธ์ , เชาว์วัตน์ วีระชาติ และ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ซึ่งทั้ง 4 คนนี้จะไปร่วมฝึกซ้อมกับทีมอะคาเดมี่ของเลสเตอร์ ซึ่งก็จะมีเยาวชนจากทั่วโลกมาร่วมฝึกซ้อมอยู่ด้วยอย่างนักเตะจาก ญี่ปุ่น,แอฟริกา และ ยุโรป

ก่อนที่ช่วงเดือน ต.ค. ปี 55 “โรด ทู สตาร์ดอม2” บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ สร้างฝันเยาวชนสู่นักเตะอาชีพระดับโลก โดยครั้งนี้ได้ บ.ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมด้วย ได้ส่งนักเตะเยาวชน 11 คน โดย 4 ใน 11 คน เป็นการฝึกต่อเนื่องจากปีก่อน ส่วนนักฟุตบอลใหม่ 7 คน ประกอบด้วย คมสันต์ ถนอมแนว , วิทวุฒิ เนตรคำ , นิรุจน์ ยาปัน , ป้องเพชร ทองเกล็ด , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , กันตวัฒน์ สุวรรณภาญกูร และ ปวเรศ อาจพิบูลย์พร

วันนี้ยกแรกผ่านไป “สุนัขจิ้งจอก(เลือดไทย)" เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เข้าสู่รอบเพลย์ออฟลุ้นขึ้นเวที “พรีเมียร์ลีก”


ภาพเมื่อครั้งเลสเตอร์เปิดบ้านพบอาร์เซนอล ในปี 1999 ที่ทีมยังโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก

ยกสอง เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมของคนไทยจะได้วัดกับ วัตฟอร์ด โดยเกมแรก เลสเตอร์ ซิตี้ จะเล่นในบ้านที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม วันที่ 9 พ.ค. ก่อนไปเยือนวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งผู้ชนะจะไปชิงตั๋วพรีเมียร์ลีกใบสุดท้าย ที่ สนามกีฬาเวมบลีย์ ในวันที่ 27 พ.ค. ต้องรอลุ้นว่าจะเจอกับใครระหว่าง คริสตัล พาเลซ หรือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

และหากยกสุดท้าย “สุนัขจิ้งจอก(เลือดไทย)" เลสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบชิงแล้วชนะคว้าตั๋วขึ้นไปอยู่ “พรีเมียร์ลีก” ได้

เราอาจไม่ได้แค่เห็น “เจ้าของทีมบอลคนไทย” พาทีมขึ้นไปเล่นในลีกชั้นนำระดับโลก

แต่เราอาจได้เห็นต้นข้าวเยาวชนไทยเหล่านั้น โตขึ้นมาและเซ็นสัญญาเป็นนักบอลอาชีพคนแรกใน “ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ก็เป็นได้

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ....

ข่าวที่เกี่ยวข้อง