thumbnail สวัสดี,

หลังจากที่ทุกทีมในอาเซียนล้วนต้องพบความจริงอันโหดร้ายในเอเชียนคัพ เพราะทั้งไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซียต่างพ่ายแพ้กันถ้วนหน้า หนทางสู่ความยิ่งใหญ่ยังอีกยาวไกล

Bima Said OPINION
บิมา ซาอิด
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, โกล.คอม อินโดนีเซีย
bima.said@goal.com
@bimasaid



เมื่อทีมจากอาเซียนไม่สามารถเก็บได้แม้แต่แต้มเดียว ในเกมเอเชียน คัพ รอบคัดเลือกที่ผ่านมา ทุกอย่างจึงชัดเจนว่า หลังบรรยากาศแห่งความฮึกเหิมในช่วงเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เราต่างกลับสู่ความเป็นจริงที่ว่า อาเซียนนั้นยังห่างไกลกับภูมิภาคอื่นในเอเซียมากมายนัก

ไทยถูกคูเวต ขยี้ต่อหน้าแฟน ๆ ไป 3-1 อินโดนีเซียถ่อไปถึงดูไบ ให้อิรักเชือดนิ่ม ๆ 1-0 เสือเหลืองมาเลเซียถูกกาตาร์สอนให้เชื่องด้วยสกอร์ 2-0 เวียตนามแพ้คาบ้านให้ยูเออีไป 2-1 และแชมเปี้ยนอย่างสิงคโปร์ ถูกจอร์แดนถลุง 4-0

ย้อนกลับไปในปี 2007 มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และเวียตนาม ได้เข้ารอบอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพของอาเซียนคัพปีนั้น สี่ปีต่อมาที่กาตาร์ ไม่มีทีมจากอาเซียนแม้แต่ทีมเดียวได้ผ่านเข้าไปเล่น และอาเซียนยังคงล้มเหลวต่อเนื่อง ในฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ที่ตอนนี้ สิงคโปร์, ไทย และอินโดนีเซีย ตกรอบกันหมดแล้ว

เราลองมาดูความเห็นจากทีมงานแต่ละเอดิชันในอาเซียน พูดถึงผลงานทีมชาติตัวเองดูบ้าง



สิงคโปร์


เตียว เติ้ง เกียต เห็นว่าความฟิตที่ไม่ถึงขั้น ความเชื่อมั่นที่ขาดหาย คือเหตุผลที่ทำให้สิงคโปร์พังพาบในครึ่งหลัง ปล่อยให้จอร์แดนยำใหญ่ในที่สุด

“พอโดนลูกสองปั๊ป ทีนี้ไหลเลย ที่จริงอาจจะโดนมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าเจ้าบ้านเขาไม่ยิงทิ้งยิงขว้างเอง สิงคโปร์อาจกำลังครองตำแหน่งจ้าวอาเซียน แต่เรายังต้องไปอีกไกล กว่าจะอยู่ในระดับเดียวกับยักษ์เอเซียทั้งหลาย” เติ้ง เกียต ขอระบาย

“ผู้เล่นบางคนดูไม่เชื่อเลยว่าตัวเองจะชนะได้ ความมั่นใจที่เราเคยมีในช่วงเอเอฟเอฟฯ มันหายไปหมด”

ประเทศไทย

เกมรับที่ป้อแป้และผ่อนเกมมากเกินไป การตัดสินใจที่ย่ำแย่ และการเปิดบอลที่ไร้คุณภาพ เป็นส่วนสำคัญที่ตัดสินผลในเกมที่ไทยพ่ายแพ้ต่อคูเวตไป 3-1 จากความเห็นของ ธีรภัทร รัญตะเสวี ทีมงานโกล.คอม ประเทศไทย

"เกมอุ่นเครื่องกับยูเออีต้องยกเลิกไปเพราะการทำวีซาล่าช้า ในท้ายที่สุดทีมชาติก็ได้อุ่นเครื่องแค่กับทีมสโมสรในประเทศเท่านั้น" ธีรภัทรเสริม

"ทีมชาติไทยได้เล่นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายต้องย้อนไปถึงช่วงฟุตบอลโลก 2010 กับแอฟริกาใต้ ซึ่งทีมเจ้าภาพอยากจะทดสอบสนามใหม่ถึงได้เชิญไทยไปเตะด้วย ส่วนเกมอุ่นเครื่องนัดต่อไปของทีมชาติไทยก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

มาเลเซีย

แม้จะสู้ได้อย่างแข็งแกร่ง เสือร้ายมาลายันยังคงขาดสมาธิและการสร้างสรรค์เกมที่ดี นี่คือความเห็นของฟาละฮ์ อับดุลลอฮฺ บรรณาธิการบริหารของโกล.คอม มาเลเซีย

“เราน่าจะผ่านบอลกันได้ดีกว่านี้เยอะ แม้ราชโกปาลจะทำการบ้านเรื่องเกมรับมาดี แต่เกมบุกและการผ่านบอลของเรานั้นเข้าขั้นแย่ กองกลางเราไม่มีจินตนาการเอาเสียเลย กองหน้าเลยได้แต่ตีรถเปล่าตลอดเกม”

ฟาละฮ์ยังชี้ชัด ๆ อีกว่า กุนซือขรัวเฒ่าเองก็พลาด ที่ไม่ยอมส่งผู้เล่นฟอร์มแรงในลีกลงสนามตั้งแต่แรก

“ในเกมที่นูรชะห์รุล กับซาฟิอี ซาลิ เล่นไม่ออก ทำไมดาวซัลโวซุปเปอร์ลีก อย่าง เฟาซี รุสลัน ถึงได้แต่นั่งอยู่ข้างสนามจนจบเกม ทั้งที่นี่ควรจะเป็นคำตอบสุดท้ายของราชโกปาลแท้ ๆ นูรฟัรฮาน มูฮัมหมัด เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของกลันตัน ก็เป็นแค่ตัวสำรองที่ส่งลงมาภายหลังเท่านั้น”

เวียดนาม


เอริค บุย บรรณาธิการบริหาร ของโกล.คอม เวียดนาม ยังมองความพ่ายแพ้ครั้งนี้ในแง่ดี

“หลังตกรอบแบบขายขี้หน้าในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สมาคมฟุตอลเวียดนามจัดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แข้งเก๋าหลายคน โดยเฉพาะตำนานฟอร์มหดอย่าง เล คง วินห์ ถูกตัดออกจากทีมทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้กับผู้เล่นรุ่นใหม่ นักเตะส่วนใหญ่ในทีมตอนนี้ มาจากชุด U-23 และไม่เคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาก่อน” เอริคอธิบาย

แต่แม้จะเล่นได้ประทับใจ เวียดนามยังคงตามหาผู้เล่น 2 ตำแหน่งที่ขาดหายไปหลายปีไม่พบอยู่ดี

“เราหากองหน้าคม ๆ ไม่เจอมากว่า 10 ปีแล้ว เรื่องโดนลูกกลางอากาศเล่นงานนี่ก็ไม่ไหวจะพูดจริง ๆ ยูเออีไม่ใช่ทีมประเภทที่ชอบเล่นลูกโยนโหม่ง แต่แค่ครั้งแรกที่พวกเขาใช้มัน เวียดนามก็เสียประตูทันที ซึ่งนั่นคือประตูชัยของพวกเขาด้วย”

อินโดนีเซีย

อกุง ฮาร์สยา รองบรรณาธิการบริหารขอองโกล.คอม อินโดนีเซีย ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเหมือนกัน “ยังมีทีมไหนอยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าอินโดนีเซียอีกเหรอ?”

ก่อนเกมนี้ อินโดมีเกมอุ่นเครื่องที่ยังไม่คอนเฟิร์มกับจอร์แดน ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็บินไปถึงอัมนาน ด้วยสภาพที่ไม่ฟิต และเจอกับอากาศหนาวเย็น ทำให้แพ้ไปเละเทะ 5-0

“ผลการแข่งขันแบบนั้นทำให้แฟน ๆ ไม่คาดหวังอะไรอีก ที่ดูไบ อินโดนีเซียตั้งรับได้แข็งแกร่ง และแพ้อิรักไป “แค่” 1-0 แต่แพ้ก็คือแพ้นั่นแหละครับ” อกุงยอมรับ

เรื่องไม่จบแค่นั้น ในวันรุ่งขึ้น สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย (พีเอสเอสไอ) ตัง หลุยส์ มานูเอล บลังโก้ ขึ้นมาเป็นเฮดโค้ช แทน นิล ไมซาร์ ตามคำแนะนำของประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง โดยไม่ผ่านคณะกรรมการระดับสูง ในขณะที่เรื่องของพีเอสเอสไอ กับ เคพีเอสไอ - “อีกสมาคม” ของอินโดนีเซียยังไม่ได้สะสาง การทำแบบนี้มีแต่จะเร่งให้ฟีฟ่ามอบโทษแบนให้เราเร็วยิ่งขึ้น

เอาไงต่อ?

เมื่อความอ่อนแอของเรานั้นชัดเจน ก้าวต่อไปนั้นควรเป็นการพัฒนาคุณภาพของฟุตบอลในภูมิภาคนี้ขึ้นไป ชี้ให้ชัดว่าปัญหาของแต่ละชาติอยู่ตรงไหน ขาดทัวร์นาเมนต์ชั้นดีในประเทศหรือไม่ โครงสร้างการบริหารผิดพลาดหรือไม่ หรือกระทั่งปัญหาพื้นฐานอย่างความแข็งแกร่งของร่างกาย ก็ควรได้รับการดูแล

แต่ในภูมิภาคที่มีผู้คลั่งไคล้ฟุตบอลถึง 600 ล้านคนเช่นนี้ ความหวังย่อมมีอยู่ แม้แต่ทีมในพรีเมียร์ลีอังกฤษ ก็ยังเดินทางมาอุ่นเครื่องในประเทศแถบนี้อยู่บ่อยครั้ง

ความคลั่งไคล้อาจยังไม่พอ สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ฟุตบอลของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไม่อาจพัฒนาขึ้นอย่างโดด ๆ แต่ต้องพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อจะก้าวไปทัดเทียมกับเอเซียตะวันออก และเอเซียตะวันตก เราต้องช่วยเหลือกันเองก่อน เอเอฟเอฟจะมีบทบาทอย่างยิ่งในเรื่องนี้ ลองนึกดูว่า ถ้ามีการแข่งขันสักรายการ ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพของฟุตบอลในระยะยาว เปิดทางให้แต่ละองค์กรได้ค่อย ๆ พัฒนามาตรฐานของเกมในภูมิภาคนี้ไปเรื่อย ๆ

และนี่นำไปสู่คำถามใหม่ - หรือคำตอบจะเป็น อาเซียน ซุปเปอร์ลีก?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง