thumbnail สวัสดี,

ทีมอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งพอจะพูดได้ว่าอยู่ในระหว่างเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ แม้จะออกอาการเป๋ไปบ้าง แต่ด้วยขุนพลในมือที่มีอยู่ คงต้องบอกว่ายังกาชื่อพวกเขาออกจากสารบบไม่ได้

เชลซี
ผู้ประเมิน: สาวสิงห์ No.13 & เสื่ยหมี สีน้ำเงิน
เฟซบุ๊ค: Keep the Blue Flag Flying High

เกมรับ
การขาดหายไปของ “จอห์น เทอร์รี”  ในช่วงแรกของฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อแนวรับของเชลซีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อไม่มีลูกพี่ใหญ่คอยประคองเกม น้องๆ ก็มักทำพลาดกันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะ ดาวิด ลุยซ์ ยามที่เล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ๊ค มักจะดันเกมขึ้นสูงจนบางจังหวะเสียหายถึงขั้นเสียประตูให้เห็นกันหลายครั้งหลายครา แต่ข้อดีของกองหลังเชลซีชุดนี้คือ เป็นชุดกองหลังที่ยิงประตูได้สูงสุดในพรีเมียร์ลีกครึ่งฤดูกาลนี้ ส่วนอีกหนึ่งคนที่ขาดไม่ได้คือ พยัคฆ์ติดปีก “เพตเตอร์ เช็ก” ที่เรายังสามารถไว้วางใจเขาได้เสมอ
แดนกลาง
การมาของ “เอเด็น อาซาร์” ช่วยเพิ่มมิติในแดนกลางของเชลซีได้มากขึ้นเยอะ เมื่อผนึกกำลังกับ มาตา, รามิเรส, มิเกล และแลมพาร์ด (ซึ่งบทบาทน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น) มาตาและอาซาร์คือตัวขับเคลื่อนเกมชั้นยอด เมื่อบอลอยู่ในการครอบครองของพวกเขามักอันตรายต่อคู่ต่อสู้เสมอ
เกมรุก
ตอร์เรสในยุคของมัตเตโอเรียกว่าหาราศีแทบไม่ได้เลย หลุดเดี่ยวยิงติดเซฟบ้าง ยิงไม่เข้าบ้าง และจังหวะในการทำประตูก็ไม่มากมายเท่าไรนัก แต่เมื่อเดินทางมาถึงยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ ตอร์เรสที่เคยเป็นตอไม้ก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้พูดกันตามความจริง จะให้ตอเรสพีคสุดๆ แบบสมัยที่อยู่กับลิเวอร์พลูคงเป็นเรื่องยาก (แต่สามารถเป็นไปได้) ชั่วโมงนี้ภาวนาให้ตอเรสยิงแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงเพียงพอแล้ว ส่วนออสการ์และโมเซส ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปเพราะผลงานแค่ผ่านเท่านั้น ไม่ถึงกับดีเท่าที่ควรจะเป็น
ผู้จัดการทีม
ถ้าตัดเรื่องวีรกรรมวีรเวรที่เบนิเตซก่อไว้กับเชลซี ถือว่าเบนิเตซสอบผ่านในระดับหนึ่ง การมาของราฟาเหมือนชุบชีวิตใหม่ให้ตอร์เรสอีกครั้ง ทำให้ตอร์เรสกลับมายิงประตูได้ อีกทั้งราฟายังเลือกให้โอกาส ลุยซ์ ขึ้นมาเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับ ซึ่งถือว่าได้ผลดีทีเดียว รวมถึงรูปเกมที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากยุคของดิ มัตเตโอ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอดีตยอดผู้จัดการทีมของ บาเลนเซีย, ลิเวอร์พูล และอินเตอร์ มิลาน จะทำได้ดีแค่ไหน คงต้องติดตามดูผลงานกันต่อไป เชื่อว่าถ้าจบฤดูกาลนี้ด้วยตำแหน่งแชมป์สักหนึ่งหรือสองรายการ คำว่า “Rafa Out” อาจจะหายไปจากความคิดของเหล่า “เดอะบลูส์” โดยปริยายเลยก็ได้
ตลาดนักเตะ
การคว้าตัว อาซาร์, ออสการ์, โมเสส, อันปิลิกวยต้า และมาริน (2 รายหลังไม่ค่อยมีโอกาสลงสนาม) ถือว่าได้ผลในเกมรุกเมื่ออาซาร์ก็ดูเล่นได้อย่างโดดเด่น ส่วนออสการ์และโมเสสก็สอบผ่าน ขาดเพียงตำแหน่งกองหน้า ที่เชลซียังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบพอในตำแหน่งนี้ มิฉะนั้นผลงานในตลาดนักเตะของเชลซีอาจจะเป็น 5 ดาวเลยก็ได้ ด้วยความไม่สมบูรณ์แบบในตำแหน่งกองหน้านี้เอง อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ ดิ มัตเตโอ โดนปลดก่อนเวลาอันควร นอกเหนือจากประสบการณ์และฝีมือ
 
คาดว่าในช่วงปีใหม่นี้ ทีมเศรษฐีจากลอนดอนจะซื้อกองหน้าระดับพระกาฬเข้ามาเสริมทัพ เพื่อจับมือกับตอเรสผลิตสกอร์ในครึ่งฤดูกาลหลังอย่างแน่นอน
ดาวเด่น - เอเด็น อาซาร์
ด้วยความที่เป็นนักเตะที่มีพรสวรค์เป็นเลิศ ด้วยเซนส์บอลที่เหนือกว่านักเตะทั่วไป จะเห็นได้ว่าอาซาร์จ่ายบอลให้เพื่อนเล่นแบบได้เปรียบเสมอ ด้วยความที่เป็นคนหัวไวและมีความคิดสร้างสรรค์ในการปั้นเกมแบบเหนือชั้น แม้จะไม่ได้ยิงประตูแบบถล่มทลายเท่าไหร่ แต่ก็ชอบผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูอยู่บ่อยครั้ง เป็นตัวสร้างสรรค์เกมที่คู่ต่อสู้ต้องระวังให้ดี ถือว่าแจ้งเกิดในเวทีพรีเมียร์ลีกไปเต็มๆ
ดาวดับ -  ดาเนียล สเตอร์ริดจ์
ตอนแรก ผู้เขียนชั่งใจระหว่างเฟร์นานโด ตอร์เรสและดาเนียล สเตอร์ริดจ์อยู่พอสมควร สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกสเตอร์ริดจ์ ด้วยความที่สเตอร์ริดจ์มักเป็นตัวเลือกรองจากตอร์เรส, ออสการ์และโมเสส ในแนวรุก ทำให้มีโอกาสลงสนามน้อย แถมพอได้ลงก็มักโชว์ฟอร์มไม่เข้าตากรรมการ ด้วยความที่เป็นนักเตะใจแคบหรือมั่นใจในตัวเองเกินไป หลายๆ จังหวะที่เจ้าตัวเลือกจะยิงเอง ทั้งๆ ที่เพื่อนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า อีกทั้งยังทำตัวเป็นพ่อเลี้ยง เลี้ยงบอลไปมาสุดท้ายก็เสียบอลง่ายๆ เขาคงจะหมดอนาคตกับเชลซีแน่นอนแล้วจากผลงานในช่วงครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา


คะแนนรวม
เชลซีกำลังอยู่ในยุค New Generation สร้างทีมโดยนักเตะสายเลือดใหม่ ซึ่งจะเน้นไปที่ดาวรุ่งเป็นหลัก โดยมีรุ่นพี่อย่าง เทอร์รี่, แลมพาร์ด, เช็ก, โคล และอิวาโนวิช ช่วยกันประคองน้องๆ ให้แข็งแกร่งขึ้นต่อไปในอนาคต ภาพ ”ทีมของมูรินโญ” ในอดีตจะค่อยๆ เลือนหายไปตามการเวลา

แน่นอนในการสร้างทีมใหม่ให้แข็งแกร่งคงต้องใช้เวลาพอสมควร เป็นเรื่องธรรมดาที่ผลงานอาจจะไม่เป็นอย่างที่แฟนๆ คาดหวังเอาไว้ อยากให้แฟนๆ เชลซีอดทนกันสักหน่อย ไม่มีอะไรสำเร็จภายในค่ำคืนเดียว เมื่อเชลซีแข็งแกร่งขึ้นจะน่ากลัวกว่านี้อีกเยอะ

ความคาดหวังเมื่อจบฤดูกาล - 1 ใน 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง