thumbnail สวัสดี,

กลับมาอีกครั้ง กับการ์ตูนที่ว่าด้วยฟุตบอล และฟุตบอลที่ว่าด้วยการ์ตูน ครั้งนี้เป็นเรื่องที่อาจไม่โด่งดังนัก แต่อยู่ในใจหลาย ๆ คนที่เคยได้สัมผัส - ฟังไปก็คล้ายทีมฟุตบอลเล็ก ๆ สักทีม


โดย มฤคย์ ตันนิยม GOAL
maruak.tanniyom@gmail.com
 ติดตาม @maruakgoalthai ทาง twitter


ถ้าหากคุณจะเลือกเชียร์ทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง คุณจะเลือกเชียร์จากอะไร ชื่อชั้นของผู้เล่น ผลงานในปัจจุบัน หรือความสำเร็จที่ผ่านมา

แล้วถ้าหากทีมนั้นไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่เลย แถมกำลังจะตกชั้นและอาจถูกยุบทีม คุณยังจะอยากเชียร์อยู่หรือไม่

และนั่นคือสิ่งที่ทีม “นันโยะ ออเรนจ์” กำลังประสบอยู่



นันโยะ ออเรนจ์คือสโมสรฟุตบอลจากการ์ตูนเรื่อง ออเรนจ์ พันธ์เตะเลือดสีส้ม ผลงานลำดับที่ 5 ที่ได้ตีพิมพ์ในประเทศไทยของอาจารย์ทัตสึกิ โนดะ ผู้เขียนเรื่อง Get ฟูจิมารุ ต๊องแน่แต่อัฉริยะเรียกพี่ ครอบครัวยอดมนุษย์ และฟุตบูลส์

ออเรนจ์ เป็นเรื่องราวของทีม นันโยะ ออเรนจ์ ทีมเล็กๆของเมืองนันโยะ จังหวัดเอฮิเมะ ซึ่งอยู่ในลีกระดับ 2 ของญี่ปุ่น ที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากผลงานอันย่ำแย่ แฟนบอลขาดหาย สปอนเซอร์ถอนตัว นักเตะต่างพากันลาออกจากสโมสร

แต่ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด บงโนะ มิกะ สาวน้อยวัย 16 ปีซึ่งเป็นเจ้าของทีมก็ยังต่อสู้ยืนหยัดเคียงข้างทีมเสมอมา เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณปู่เจ้าของทีมคนเก่าในการพาออเรนจ์เป็นทีมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นให้ได้

ทว่าดูเหมือนจะหนักหนาเกินไปสำหรับเด็กมัธยมปลายอย่างเธอ เพราะยิ่งเธอพยายามมากขึ้นเท่าไร สถานการณ์กลับดูแย่ลงทุกที แถมยังโดนผู้ว่าการเมืองยื่นคำขาดอีกว่าหากออเรนจ์ไม่ได้เลื่อนชั้นในปีนี้ จะต้องถูกยุบทีมทิ้งไปอีกด้วย

ในขณะที่ทุกอย่างตกต่ำถึงที่สุด วาคามัตสึ มุซาชิ เด็กหนุ่มลึกลับได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมประกาศว่าเขานี่แหละจะเป็นผู้มากอบกู้สโมสรแห่งนี้เอง

และมุซาชิมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ทั้งสปีดที่รวดเร็ว ความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม และการเข้าทำประตูที่เฉียบคม เขาบอกว่าเมื่อ 7 ปีก่อนเคยให้สัญญากับคุณปู่ของมิกะไว้ว่าเขาจะพาออเรนจ์เป็นทีมอันดับหนึ่งของโลกให้ได้ และวันนี้เขาจึงมาตามสัญญา

นอกจากนี้ออเรนจ์ยังได้ตัว อาโอชิมา โคจิโร เพลย์เมกเกอร์ของทีมโตเกียว ชูบารูสทีมอันดับหนึ่งในลีกสูงสุด ที่กำลังมีปัญหาจากอาการบาดเจ็บ จนทำให้ตำแหน่งในทีมโดนนักเตะต่างชาติผู้มาใหม่แย่งไป

ในตอนแรกนั้นโคจิโรแทบไม่ได้สนใจในทีมออเรนจ์นี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่จากความพยายามอย่างจริงใจของมิกะ และฝีเท้าของมุซาชิที่เขาอยากจะส่งบอลให้ ทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมทีมในที่สุด

การมาของ”มุซาชิ”และ”โคจิโร” เป็นเหมือนการจับคู่ที่ลงตัว ทั้งคู่ช่วยกันยิงช่วยกันจ่าย จนทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะได้ติดๆกัน และขึ้นมาอยู่บนหัวตาราง กลายเป็นทีมดาวรุ่งพุ่งแรงที่ได้รับการจับตามองในลีกระดับ 2 ในที่สุด

ถึงแม้ว่าในช่วงกลางฤดูกาลจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บของโคจิโร และการไปเล่นให้ทีมชาติของมุซาชิ จนทำให้ทีมฟอร์มตก แพ้ติดกันหลายนัด แต่สุดท้ายแล้วด้วยความร่วมมือร่วมใจ การเล่นอย่างทุ่มเทของทุกๆคนในทีม และการกลับมาอย่างถูกที่ถูกเวลาของมุซาชิและโคจิโรทำให้ออเรนจ์กลับมาคืนฟอร์มคว้าชัยติดๆกันอีกครั้ง จนสามารถจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์



และเรื่องราวของทีมนันโยะ ออเรนจ์ก็จบลงตรงนี้

หากมองอย่างผิวเผินแล้ว ออเรนจ์ พันธ์เตะเลือดสีส้ม ก็คงเป็นการ์ตูนที่มีรูปแบบเหมือนการ์ตูนกีฬาญี่ปุ่นทั่วๆไป นั่นก็คือแนว “สู้เพื่อฝัน”

มีความฝัน พยายามและลงมือทำ แล้วสุดท้ายก็จะไปถึงจุดหมาย นี่คือสิ่งที่การ์ตูนญี่ปุ่นแนวนี้พยายามปลูกฝังแก่ผู้อ่านในประเทศเสมอมา

แต่หากมองลึกลงไป เราจะเห็นว่าออเรนจ์มีอะไรมากกว่านั้น

สิ่งที่ออเรนจ์ มักจะพูดถึงนอกจากเกมการแข่งขันอันดุเดือด นั่นก็คือเรื่องการสนับสนุนของชุมชนในท้องถิ่น ผู้เขียนพยายามจะสื่อว่ากว่าที่ออเรนจ์จะประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ต้องอาศัยพลังจากท้องถิ่นที่คอยสนับสนุนทีมและเป็นแรงผลักดันให้กับสโมสรเรื่อยมา

การที่สโมสรจะอยู่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เงินและนักเตะเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลที่อยู่เคียงข้างทีมมาอย่างเหนียวแน่น สื่อในชุมชนที่ช่วยโปรโมทสโมสรให้เป็นที่รู้จัก หรือสปอนเซอร์ท้องถิ่นที่คอยสนับสนุนทีมเรื่อยมา



อาจารย์โนดะเคยเขียนไว้ในเล่มปฐมบทของการ์ตูนเรื่องนี้ไว้ว่าไว้ว่า “ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สนุก ความสนุกของมันไม่ต้องอยู่ที่ลีลาของผู้เล่นเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันสามารถเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองได้เลย”

สโมสรฟุตบอลมันไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

แต่มันคือของ “ทุกคน”



ความโด่งดังของออเรนจ์ พันธ์เตะเลือดสีส้มในญี่ปุ่น ทำให้ในปี 2006 สโมสรเอฮิเมะ เอฟซี ทีมบ้านเกิดของออเรนจ์ในเจลีกดิวิชัน 2 ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้สีส้มเป็นสีประจำสโมสรเหมือนกับทีมออเรนจ์ในการ์ตูน และอาจารย์ ทัตสึกิ โนดะ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ยังได้รับเกียรติให้ออกแบบมาสค็อตประจำสโมสร และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน