thumbnail สวัสดี,

ตามคำขอ!! โกล.คอม ประเทศไทย ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับทีมชาติภูฏาน เพิ่มเติมสักเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองชาติจะดวลแข้งกันในวันพุธที่จะถึงนี้

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยสร้างความประหลาดใจในการประกาศคู่อุ่นเครื่องของพลพรรค "ช้างศึก" ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ด้วยการมีชื่อของ "ทีมชาติภูฏาน" เป็นหนึ่งในนั้น

ที่บอกว่าเซอร์ไพรส์น่าจะเป็นฝั่งของ "ภูฏาน" ที่กำลังจะมีแมตช์ซึ่งถูกรับรองโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นครั้งแรกในปีนี้ พร้อมกับความคาดหวังว่าจะมีโอกาสหลุดจากอันดับสุดท้ายของแร้งกิ้งฟีฟ่าก่อนการจัดอันดับครั้งสุดท้ายในปี 2012 (ธ.ค.)

เชื่อเหลือเกินว่าเวลานี้แฟนลูกหนังชาวไทยอยากทำความรู้จักกับ "ฟุตบอลของภูฏาน" ให้มากขึ้นนอกจากเคยหลงไหลใน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ โกล.คอม ประเทศไทย จัดให้!

"ภูฏาน" เข้าเป็นสมาชิกทีมที่ 204 ของ ฟีฟ่า ในปี 2000 หลังจากเริ่มต้นพัฒนากีฬาลูกหนังได้ราว 50 ปีพวกเขามีนักเตะสมัครเล่นอยู่ราว 9000 คน โดยเป็นนักเตะรุ่นเล็กอายุต่ำกว่า 15 ราว 1500 คน, ต่ำกว่า 17 ปี ราว 500 คน และมากกว่า 20 ปี ราว 200 คน และยังมีนักฟุตบอลหญิงที่มีใบอนุญาตราว 250 คน



ส่วนแรกเริ่มนั้นเคยมีนักเตะในยุค 50 กล่าวเอาไว้เกี่ยวกับ ภูฏานกับฟุตบอล ว่า "เราเคยเล่นกันด้วยบอลลูกเล็กๆ ที่ทำจากเศษผ้าเก่าๆ" กระทั่งช่วงปลายยุค 60 ถึงมีการฟอร์มทีมเยาวชนขึ้นมาและส่งไปแข่งขันที่อินเดีย

ปี 1968 ทีมจากภูฏานส่วนใหญ่จ้างนักเตะไปแข่งในเกมวันชาติของอินเดีย ในกัลกัตตา ปีถัดมา ฟุตบอลก็กลายเป็นเกมที่เป็นที่นิยมมากขึ้น หลักสูตรตามโรงเรียนจะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากขาดเกมฟุตบอลไป Thimphu (ติมฟู) เต็มไปด้วยรายการแข่งขันของนักเรียนมัธยม และภูฎานก็มีทีมชาติที่แข็งแกร่ง จากปี 1970-1984 พวกเขามีทีมที่อยู่ในระดับท็อปคลาส

ภายหลังเข้ามาเป็นสมาชิกของฟีฟ่าสถานการณ์โดยรวมของพวกเขาก็เปลี่ยนไป สมาคมฯ ได้ที่ดิน 6 เอเคอร์ ใน ชางจีจี้ (Changjiji) เอามาเป็นศูนย์บัญชาการ และที่พัก ภูฏานได้เงินอุดหนุนในการพัฒนาเด็กชุด ยู 14, 16 และ 19 ปี จากฟีฟ่าด้วย

ภูฏานมีแผนจะสร้างสนามกีฬาแห่งชาติที่ บาเบซา สมาคมฯ ยังมีโค้ชที่ได้รับการรับรองจาก เอเอฟซี อยู่สามคน ปัจจุบัน พวกเขามีสโมสรในประเทศอยุ่ 9 ทีม

วันที่ 30 มิถุนายน ปี 2002 ประวัติศาสตร์ของทีมชาติภูฏานต้องจารึกไว้เมื่อพวกเขาชนะแมตช์อย่างเป็นทางการครั้งแรกเหนือ มอนต์เซอร์รัต ประเทศเล็กๆในทะเลแคริบเบียน 4-0 พร้อมกับแฮททริกของ วังเกย์ ดอร์จี้ ผู้เล่นระดับตำนานของภูฏาน และเกมดังกล่าวถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์เรื่อง “The Other Final” ในเวลาต่อมาเนื่องจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันเดียวกับรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2002 ที่บราซิลชนะเยอรมัน 2-0 แบบประจวบเหมาะ

และที่น่าสนใจคือ เกมกระชับมิตรระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ภูฏาน วันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2012 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นี้ตรงกับทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลโลกที่จัดขึ้นบนดินแดนสยามครั้งแรกเช่นกันแม้จะไม่ตรงกับรอบชิงชนะเลิศเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่แฟนบอลชาวไทยคงไม่อยากเห็น "The Other Final 2" แน่นอน


  รู้หรือไม่? กับทีมชาติภูฏาน
  • ทีมชาติภูฏานเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่รั้งอันดับสุดท้ายของแร้งกิ้งฟีฟ่า (อันดับ 207) ร่วมกับ ซานมาริโน่ และ หมู่เกาะเติร์กและไคคอส โดยยังไม่มีคะแนนสะสมเลยในปีนี้
  • เกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติไทย กับ ภูฏาน จะเป็นแมตช์อุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการนัดแรกของ ภูฏาน ในปีนี้
  • นักเตะที่ค่าเหนื่อยแพงที่สุดของภูฏานได้รับเงินอยู่ 5,500 นู (หน่วยเงินเป็น NUเป็นชื่อย่อ เต็มๆ อ่านว่า งุลตรัม) ต่อเดือน (หรือประมาณ 3,000 บาทไทย) นอกเหนือจาก การฝึกสอน, อุปกรณ์ และที่พักฟรี ซึ่งน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานไทยถึง 3 เท่า
  • ประชากรทั้งประเทศของ ภูฏาน คิดเป็น 1 ใน 7 ของประชากรในกรุงเทพเท่านั้น
  • ดาวซัลโวตลอดการของทีมชาติภูฏานคือ วังเกย์ ดอร์จี้ ด้วยจำนวน 5 ประตูปัจจุบันเขาอายุ 35 ปีและแขวนสตั๊ดไปแล้ว
  • ทีมชาติภูฏานเดินทางมาประเทศไทยด้วยผู้เล่นเพียง 16 คน




ขอขอบคุณข้อมูลจาก


http://www.raonline.ch
en.wikipedia.org/wiki/Bhutan_national_football_team
www.fifa.com/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง