thumbnail สวัสดี,

โกล.คอม ประเทศไทย ขอเสนอบทความจากแอดมินแฟนเพจคลับดังในพรีเมียร์ลีก ประจำสยามประเทศ ที่จะเวียนกันมาเขียนให้แฟนคลับโกล.คอม ได้อ่านกันถ้วนหน้า เริ่มที่ Liverpooltalk.com เป็นรายแรก

คาดว่าบรรดาแฟน "หงส์แดง" คงเซ็งไปตามๆกันล่ะครับ แม้ผลงานจะไม่ขี้เหร่สักเท่าไหร่ แต่ผลการแข่งขัน มันกลับไม่เป็นดังใจหวังเลยจริงๆ แล้วยิ่งผลงานในนัดล่าสุด ที่ทำได้อย่างสุดยอด แม้จะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว ก็เจอฤทธิ์กรรมการเข้าไป ก็ต้องพ่ายไปอยู่ดี

เอาล่ะ ผมพูดมากไปเดี๋ยวก็กลายเป็นผมบ่น ผมบ่นมากไป มันก็ไม่ควรสักเท่าไหร่ 555+

ผม คิดว่า แฟนลิเวอร์พูลบางคน อาจจะเริ่มสงสัยในตัวของ เบรนแดน รอดเจอร์ส กุนซือติกิตะกะ ที่เข้ามารับตำแหน่ง แต่สุดท้ายแล้ว ผลการแข่งขันของเขากับ "หงส์แดง" กลับไม่ค่อยจะ "เวิร์ค" สักเท่าไหร่ ยิ่งโดยเฉพาะในเวทีพรีเมียร์ลีก แข่งมา 5 นัด เพิ่งมี 2 แต้มเท่านั้น

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่า ทุกคนควรกลับไปพิจารณาให้ดีๆ ก็คือ ลิเวอร์พูล แข่ง 5 นัด เจอทีมบิ๊กโฟร์จากซีซั่นที่แล้วไปซะ 3 นัด เก็บมาได้ 1 แต้ม และอีก1แต้ม จากการลงเล่นกับ ซันเดอร์แลนด์ และพ่ายให้กับ เวสต์บรอม ไป

ผม ว่า ผลงานกับ ซันเดอร์แลนด์ และ เวสต์บรอม มันก็ค่อนข้างจะเป็นปกติไปแล้วป่ะ สำหรับช่วงต้นซีซั่น ที่เรามักจะทำแต้มหล่นหาย อยู่เป็นประจำทุกๆปี อันที่จริงผมกลับว่า มันดีซะอีก ที่มาเจอบรรดาทีมใหญ่ๆในตอนนี้ ไหนๆปกติช่วงนี้เราก็ทำแต้มไม่ค่อยจะได้แล้ว ก็ไม่ได้ไปเลยก็ได้ แต่พอช่วงติดเครื่องเมื่อไหร่ ก็ขอให้ติดไปยาวๆ ไม่ต้องมาเจอทีมใหญ่ขัดจังหวะความต่อเนื่องกันอีก

สิ่งเดียวที่ผมกลัวก็คือ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ที่เราจะเริ่มติดเครื่องได้ซะที โปรแกรมพรีเมียร์ลีก นัดต่อจากนี้ไป จะต้องเจอกับ นอริช, สโต๊ค, เรด ดิ้ง และเอฟเวอร์ตัน ปิดท้ายเดือนตุลาคม ลิเวอร์พูล ต้องเก็บแต้มให้ได้ อย่างน้อยๆ การเจอกับ นอริช และเรดดิ้ง ผมตั้งความหวังไว้ว่า ทีมต้องชนะ ส่วนสโต๊ค ที่เป็นของแสลงของเรา ผมก็อยากให้ชนะ แต่ก็บอกกันตรงๆ เสมอก็ยังพอรับได้ ส่วน เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ผมก็หวังว่า เกมจะออกมาสนุก ส่วนผล จะเป็นหน้ามือ หรือหลังทีน ผมก็โอเคแหละ เพราะเป็นเกมที่ คาดเดาอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

แต่ เดี๋ยวก่อน ก่อนจะมองไปถึงเกมกับ นอริช สุดสัปดาห์นี้นะ เราก็ต้องไม่ลืมเกม แคปปิตอล วัน คัพ หรือ ลีก คัพ นั่นแหละ กลางสัปดาห์นี้เรามีคิวลงเตะกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ด้วยนะ เราก็ต้องมองเกมพวกนี้ด้วย ไหนจะ ยูโรป้า ลีค อีก

ร่าย มายาวละ ผมว่า จะพูดเรื่องประเด็นหลักที่อยากพูดละล่ะ ก็คือ เรื่องนักเตะ แม้ทีมชุดใหญ่จะทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แต่ผมกลับไม่รู้สึกกังวลใจสักเท่าไหร่ อย่างน้อยๆ การเล่น ก็ยังดูมีอนาคต อาจจะต้องปรับนิด ปรับหน่อย ก็น่าจะโอเค

สิ่งสำคัญก็คือ 2-3 ปี ต่อจากนี้ หากลิเวอร์พูล ยังสามารถรักษานักเตะดาวรุ่งที่มีอยู่ในทีมเอาไว้ได้ต่อไปล่ะก็ หึหึ บอกได้เลย ว่าเราจะรุ่งอย่างมาก

นักเตะอย่าง ซูโซ่, สเตอร์ลิ่ง, เชลวี่ย์, วิสดอม, โร บินสัน ล้วนแล้วแต่มีความสามารถ มีความนิ่งเกินวัยจริงๆ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เขาเหล่านี้ จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักสำคัญของทีม และพาทีมก้าวไกลไปได้อย่างแน่นอน รวมไปถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ด้วย

ซูโซ่, สเตอร์ลิ่ง ทำได้อย่างดีทีเดียว ในช่วงเปิดตัวสำหรับชีวิตค้าแข้งกับทีมชุดใหญ่ ขณะที่ จอนโจ้ เชลวี่ย์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นกำลังหลักสำคัญในแดนกลาง แทนที่ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่อายุอานามก็ชราเข้าไปทุกที ได้อย่างแน่นอน

ส่วน โจ อัลเลน นั้น ไม่ต้องพูดถึง เขาจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ ทีม สำหรับการตั้งเกมรุกเข้าใส่ ในระบบของเบรนแดน รอดเจอร์ส ส่วนลูคัส จะเป็นตัวคอยคุมเกม อ่านเกม ของทีมได้อย่างแน่นอน นี่ยังไม่ได้มองถึงการนำตัว นูริ ซาฮิน เข้ามาอย่างถาวร อีกนะ

สำหรับ ในรายของซาฮิน ยังไม่เห็นผลงานมากนัก แต่ผมเชื่อว่า ถ้าปรับตัวกับบอลอังกฤษได้เมื่อไหร่ เราอาจจะได้เห็นนักเตะ ที่ทำได้เหมือนอย่าง ชาบี อลอนโซ่ อีกคน ก็เป็นได้

อยาก จะฝากถึงแฟนบอลลิเวอร์พูลไว้อย่างหนึ่ง บิล แชงค์ลี่ย์ ผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ก็ไม่ได้ประเดิมการคุมทีมที่สวยงามสักเท่าไหร่ ถ้าผมจำไม่ผิด 6 นัด แรก แพ้รวด ด้วยซ้ำ อันนี้ถ้าผิดพลาดขออภัย จำไม่ได้แล้วจริงๆ ไม่ต้องมองไกลครับ ซีซั่นแรกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็โชว์ฟอร์มห่วย ไม่แพ้กันแหละครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง