thumbnail สวัสดี,

ไทยเคยเป็นที่กลัวเกรงในย่านอาเซียน แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ความต่างอยู่ตรงไหน 'ซิโก้' ในฐานะที่เคยไปค้าแข้งในเวียดนาม ขอขยายความให้เราอ่านกัน

ช่วงนี้หน้าที่การงานของผมค่อนข้างรัดตัว ไม่ว่าจะเป็นงานหลวง และงานราษฎร์ ดังนั้นอาจจะทำให้ผมได้มาพบกับแฟนๆ www.goal.com/th ไม่บ่อยครั้งนัก แต่อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่า จะปลีกเวลามาพุดคุยกับทุกๆท่านในเรื่องราวของวงการลูกหนังทั้งไทยและเทศให้ถี่มากยิ่งขึ้นครับ

สำหรับวันนี้ ผมขอพูดถึงทีมชาติไทย ที่มีคิวลงทำศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติอาเชียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012” ที่จะระเบิดแข้งในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้
               
ผมคิดว่า สิ่งสำคัญประการแรก ที่ผู้เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยต้องรีบทำอย่างเร่งด่วนคือ เรียกความมั่นใจกลับมาสู่ทีม และนักเตะ ซึ่งอาจจะรวมไปถึง “ศรัทธาของแฟนบอล” ด้วย

ต้องเรียกขวัญและกำลังใจกลับมาสู่นักฟุตบอลทุกคนก่อน เพราะผมมองว่า ขวัญและกำลังใจของนักเตะทีมชาติไทยในตอนนี้ยังไม่ดีนัก และยังคงไม่พร้อมที่จะลงทำศึกใหญ่ในปลายปีนี้
               
ศักยภาพของนักเตะไทย ไม่ว่าจะเป็นทักษะ  ฝีเท้า และ ชั้นเชิงลูกหนัง ผมขอยืนยันว่าไม่เป็นรองใครหน้าไหนทั้งสิ้นในแถบภูมิภาคอาเชียน แต่ที่ดูจะเป็นรอง คือความมั่นใจในตัวเอง ที่เริ่มจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนแทบจะไม่มีเหลือเลยในยุคปัจจุบัน


               
ผมขออนุญาตยกตัวอย่างทีมชาติเวียดนาม ซึ่งผมได้มีโอกาสเดินทางไป “ค้าแข้ง” เล่นฟุตบอลอาชีพ และ ได้ “คลุกคลี” กับวงการลูกหนังของประเทศนี้มากที่สุด มาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น

ในอดีต ทีมชาติเวียดนามเกรงกลัวศักดิ์ศรีทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก เพียงแค่เห็นหน้านักเตะทีมชาติไทยก็แข้งขาสั่น พาลไม่สู้ พอลงสนามไปใจที่ไม่ หลงเหลือ “ความเชื่อมั่น” ก็ส่งให้ “พ่ายแพ้” นักเตะไทยแบบสู้ไม่ได้ แต่ผิดกับสมัยนี้ ที่นักเตะเวียดนามไม่มีความเกรงกลัวทีมชาติไทยอีกต่อไป

เวียดนาม ใช้ยุทธวิธีค่อยๆ เสริมสร้างความมั่นใจให้นักเตะของตัวเอง โดยเริ่มง่ายๆ จากความเป็น “ชาตินิยม” ที่มีอยู่ในสายเลือดพลเมืองชาวเวียดนามทุกคน พร้อมกันนี้ ยังมีทัศนคติ “ไม่ยอมแพ้” ต่ออุปสรรคต่างๆ นาๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแข่งขัน เมื่อไปบวกเข้ากับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายในตัวนักกีฬา ตามแบบวิทยาศาสตร์การกีฬา และการวางแผนอย่างมีขั้นตอนของสมาคมฟุตบอลฯ ทำให้ เวียดนาม ก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำในแถบอาเชียนได้อย่างรวดเร็ว

เดี๋ยวนี้เขาไม่กลัวทีมชาติไทยของเราแล้วครับ และยิ่งเมื่อในยามได้ลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลเรือนหมื่นเรือนแสนของตัวเองที่ประเทศเวียดนาม เขายิ่งไม่กลัวทีมชาติไทยเข้าไปใหญ่

แต่สำหรับ “อาเชียน คัพ” ในครั้งนี้ ที่ทีมชาติเวียดนามต้องเดินทาง มาแข่งขันที่เมืองไทย ผมยังมั่นใจว่าเวียดนาม ยังคงเกรงศักดิ์ศรีของทีมชาติไทยอยู่ แม้ผลงานช่วงหลังๆ ของทีมชาติไทยจะไม่ดีก็ตาม

ผมคิดว่า เวียดนาม จะมาเล่นเกมรับแล้วคอยหาจังหวะโต้กลับตามสไตล์ที่ถนัดเมื่อยามออกนอกถิ่นของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมา เวียดนาม ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แม้จะต้องไปเยือนทีมยักษ์ใหญ่ในทวีปเอเชียอย่าง จีน ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ ในการแข่งขันฟุตบอลรายการอื่นๆ

สำหรับทีมชาติไทย ถ้าเรียกความมั่นใจกลับมาได้ ผมยังคิดว่าทีมชาติไทยของเราดีกว่า...แต่เหนือสิ่งอื่นใด นักเตะทีมชาติไทย และแฟนบอลชาวไทย ต้องไม่คิดว่า ทีมชาติไทย เหนือชั้นกว่าเขา จนในที่สุด “เรา” กลับมาเจอ “ความกดดัน” ย้อนเข้าตัวเอง

พูดง่ายๆ “เรา” ต้องไม่ประมาท และ เตรียมตัวให้ดี พร้อมมีความฟิต แค่นั้นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง