thumbnail สวัสดี,

การทำทีมย่อมต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ซึ่งอดีตดาวเตะทีมชาติไทยแสดงความเป็นห่วงผ่านบทความของเขา

ผมดีใจที่ฟุตบอลไทยของเรายกระดับ “พัฒนา”ขึ้นมาสู่ฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว อันที่จริง ผมไม่คิดว่าฟุตบอลไทยจะก้าวมาไกลมาถึงขนาดนี้ เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน สมัยที่ผมยัง “โลดแล่น” อยู่ในสนาม ฟุตบอลลีกของเรายังเป็นระบบ “สมัครเล่น” อยู่เลย...

ตอนนั้นผมและเพื่อนๆ นักเตะ รุ่นราวคราวเดียวกัน จึงตัดสินใจออกไป “ค้าแข้ง” หารายได้ “เก็บเงินเก็บทอง” จนทุกวันนี้ ผมดีใจ ที่ได้เห็นน้องๆนักฟุตบอล มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากน้ำพักน้ำแรงในอาชีพนักฟุตบอล โดยที่ไม่ต้องจากบ้าน จากครอบครัว ไปเล่นในต่างประเทศ เหมือนกับพวกผม

อย่างไรก็ตาม ในการเจริญเติบโตของฟุตบอลลีกบ้านเรา และความ “รุ่งเรือง” เฟื่องฟู” ในเรื่องของ “รายได้” ของนักเตะ, ผู้ฝึกสอน, และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในวงการลูกหนัง ผมยังแอบ “กังวลใจ” ว่า ฟุตบอลไทย จะ “มั่นคง” และ “ยั่งยืน” ได้ตลอดรอดฝั่ง หรือ จะล้ม “พังครืน”

ฟุตบอลไทยสมัยนี้ ต้องสู้กันที่เงิน หรือ งบประมาณการทำทีม สโมสรใดที่มี “เงินทุน” สายป่านยาว ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า ส่วนทีมที่ “เบี้ยน้อย หอยน้อย” หรือ พูดง่ายๆ ทีมเล็กๆ เงินงบประมาณน้อย โอกาสที่จะก้าวขึ้นไป คว้าเกียรติยศประดับสโมสร ค่อนข้างเลือนราง


ผมคิดว่าในอนาคต จะเหลือทีมใหญ่ๆ “ฟาดแข้ง”กัน เพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นใจหนึ่งก็ “ยินดี” กับ น้องๆ ที่มี “รายได้” สูงๆ แต่อีกใจหนึ่ง ก็อด “เป็นห่วง” สโมสรไม่ได้ว่า จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย “เงินเดือน” นักเตะ และ “ค่าแรง” ที่ แพงหูฉี่ ขึ้นทุกวัน




ก็อย่างที่ผมได้บอกไป เดี๋ยวนี้ฟุตบอลไทยเปลี่ยนโฉมไปเยอะมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ยังเป็นการแข่งขันในรูปแบบสมัครเล่น ทีมราชการ หรือ ทีมรัฐวิสาหกิจ จะได้เปรียบ เนื่องจากนักฟุตบอลส่วนใหญ่ กินเงินเดือนกับต้นสังกัด แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว นักเตะทุกคนมีอาชีพเป็นนักฟุตบอลอย่างเดียว สโมสรที่มีกำลังทรัพย์ หรือ เงินทุนหนา จึงจะมีโอกาส “ว่าจ้าง” พร้อมคว้านักเตะฝีเท้าดีมาครอบครอง

ผมค่อนข้างเห็นใจทีมเล็กๆ ที่มีงบประมาณการทำทีมเพียงแค่น้อยนิด ทีมเหล่านี้ ไม่สามารถดึงนักเตะดังๆ ฝีเท้าดีระดับชาติมาเล่นให้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจะไปคาดหวังกับผลงานชั้นเลิศคงจะไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น สโมสรการท่าเรือ, เจนิฟู๊ด สมุทรสงคราม, บีบีซียู จะไปสู้ทีม เงินถุง เงินถัง มีงบทำทีมปีละ 100 ล้านบาท ได้อย่างไร

หรือแม้กระทั่งการแข่งขันในระดับ ดิวิชั่น 1 ทีมอย่าง จันทบุรี เอฟซี, แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด, ราชประชา, พัทลุง, ราชนาวี ที่มี เงินทำทีมแค่ 20 ล้านบาท จะไปต่อกร กับ ทีม ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ปตท. ระยอง ได้อย่างไร

ผม “เป็นห่วง” ทีมเล็กๆ เหล่านี้เป็นอย่างมาก...เกรงว่า จะไม่สามารถ “ต้านทาน” กระแสฟุตบอลอาชีพ ที่จะต้อง ใช้เงินเข้าสู้กันได้...ในที่สุดทีม ที่มีเงินน้อย ก็จะต้อง “ล้มหายตายจาก” ไปจากสารบบฟุตบอลไทย ยิ่งรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้ามา “ตรวจสอบ” และ “เข้มงวด” กับ การใช้เงินของ อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) เข้าไปอีก

ผมคิดว่าในอนาคต จะเหลือทีมใหญ่ๆ “ฟาดแข้ง”กัน เพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นใจหนึ่งก็ “ยินดี” กับ น้องๆ ที่มี “รายได้” สูงๆ แต่อีกใจหนึ่ง ก็อด “เป็นห่วง” สโมสรไม่ได้ว่า จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย “เงินเดือน” นักเตะ และ “ค่าแรง” ที่ แพงหูฉี่ ขึ้นทุกวัน...เดี๋ยวนี้ ขี้หมู ขี้หมา นักฟุตบอลเกรดบียังมีเงินเดือน เป็นแสน แล้วทั้งทีมจะเป็นเงินเท่าไหร่ ลองคูณเข้าไปซิ

ปัญหานี้ อย่ามองข้าม ลีกใหญ่ๆในยุโรป ยังเจอมาแล้ว...ผมมาเตือนด้วยความหวังดีนะครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง