มัน 6 ดาว! ฝรั่งเศสรัวโครแอต 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018
คู่ชิงฟุตบอลโลกฉบับแดนหมีขาวต่อสู้กันอย่างเข้มข้นสมศักดิ์ศรี และสุดท้ายเป็นทัพตราไก่ที่คว้าแชมป์สมัยที่สองไปครอง

ฝรั่งเศสของดิดิเยร์ เดชองส์ ยึดทั้งผู้เล่นและแผนการเล่นเดิม โดยวางระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ฮูโก้ โยริส, เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี้, ลูคัส แอร์กนองเดซ, พอล ป็อกบา, เอ็นโกโล ก็องเต้, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์, แบลส มาตุยดี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ในขณะที่โครเอเชียของซลัตโก้ ดาลิช ก็เช่นกัน ยึดระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ดานิเยล ซูบาซิช, ซิเม เวอร์ซัลโก้, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วิด้า, อิวาน สตรินิช, มาร์เซโล โบรโซวิช,  อิวาน ราคิติช, อันเต เรบิช, ลูก้า โมดริช, อิวาน เปริซิช และ มาริโอ มานด์ซูคิช เหมือนในรอบรองฯ ทุกคน


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลโลกเพิ่มเติมที่นี่
OPTA - สถิติผู้เล่น | สถิติทีม

เปิดโผรายชื่อนักเตะ 32 ชาติลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
ลูกฟุตบอลเวิลด์คัพ : จากแทงโก้สู่จาบูลานี
World Cup 2018 Stadiums: ส่อง 12 สนามฟุตบอลโลกที่รัสเซีย
STAY TUNED WORLD CUP : ตารางถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018


เกมนี้คือการเข้าชิงฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย โดยผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาก่อนหน้านี้คือคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งในปีนั้นก็แพ้ในรอบรองชนะเลิศให้กับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสก็ไปได้แชมป์ในที่สุด

ทั้งสองฝ่ายเดินเกมอย่างใจเย็น แน่นอน และเข้มข้นอย่างยิ่ง ฝรั่งเศสในความรัดกุม แพ็คแน่นในแดนตัวเอง ส่วนโครเอเชียก็ถ่ายบอลในแดนกลาง ค่อย ๆ เจาะอย่างใจเย็น ก่อนจะวางยาวในจังหวะเข้าทำเร็ว

น.18 เป็นฝรั่งเศสที่ขึ้นนำแบบเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ อองตวน กรีซมันน์ กดฟรีคิกในระยะอันตราย บอลไปเฉี่ยวหัวมาริโอ มานด์ซูคิช เข้าประตูไปแบบดานิเยล ซูบาซิช ช่วยไม่ไหว ตราไก่นำแล้ว 1-0

แต่อีก 10 นาทีต่อมา โครเอเชียตีเสมอทันควัน โมดริชโยนฟรีคิกเข้ามาเป็นเกมบุกชุดใหญ่ จบที่โดมากอย วิด้า แตะคืนหลังให้อิวาน เปริซิชแตะเข้าซ้ายก่อนสับไกเสียบตาข่ายเด็ดขาด เสมอกันแล้ว 1-1

ผ่านไปอีก 10 นาที โครเอเชียมาเสียจุดโทษจากจังหวะที่อองตวน กรีซมันน์ เปิดลูกเตะมุมเข้า ซามูเอล อุมติตี้ โหมงเช็ดไปโดนมือ อิวาน เปริซิช ออกหลัง ผู้ตัดสินปรึกษากับห้อง VAR ก่อนจะไปดูวิดิโอแล้วชี้เป็นจุดโทษ กรีซมันน์ยิงไม่พลาด ส่งตราไก่ขึ้นนำ 2-1

หลังจากนั้นโครเอเชียพยายามบุกทวงประตูคืนแต่เกมยังไม่เปิดเท่าที่ควร จบครึ่งแรกที่สกอร์ 1-2

เข้าสู่ครึ่งหลัง สองทีมเริ่มทดสอบอาวุธพิสัยไกล ทั้งอองตวน กรีซมันน์ และ ซิเม เวอร์ซัลโก้ ยังไม่สามารถยิงผ่านมือโกลได้

น.52 ฝรั่งเศสเกือบได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 ป็อกบาจ่ายบอลให้เอ็มบัปเป้ใช้ตความเร็วสปีดหนีวิด้าก่อนยิงไปติดเซฟของซูบาซิช หลังจากนั้นเกมหยุดลงสักครู่ เมื่อมีแฟนบอลหลายคนวิ่งลงมาป่วนในสนาม ร้อนถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องจับกันให้วุ่น

เข้าสู่ น.59 ฝรั่งเศสมาได้ประตูขึ้นนำจากการกระชากขึ้นทางกราบขวาของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ จบที่ พอล ป็อกบา ซัดไกลนอกเขต บอลติดบล็อคลอยมาเข้าข้อให้แก้ตัวอีกครั้ง คราวนี้บินวาบผ่านซูบาซิชไปอย่างเด็ดขาด ฝรั่งเศสนำห่าง 3-1

ถัดมาไม่ถึง 10 นาที ไอ้หนูคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กลายเป็นตัวแสบเมื่อมาซัดไกลจากนอกเขตหายวาบ ฝรั่งเศสนำ 4-1

เกมที่ว่าแน่นอนกลายเป็นไม่แน่ใน น.69 เมื่ออูโก้ โญริส พยายามเตะหลบ มาริโอ มานด์ซูคิช หน้าประตู แต่โดนดักได้จนทีมเสียประตู สกอร์ขยับเป็น 4-2

หลังจากนั้นโครเอเชียสู้ตายหวังพลิกสถานการณ์กลับมาอย่างที่เคยทำมาตลอดในรอบน็อคเอาท์ แต่ครั้งนี้ฝรั่งเศสไม่พลาดให้เหมือนทีมอื่น ๆ จบเกมด้วยสกอร์นี้ ฝรั่งเศสเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ส่วนโครเอเชียได้รองแชมป์ ความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ

คอมเมนต์ ()