thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

Thai Premier League

  • 21 สิงหาคม 2013
  • • 19:00
  • • Nong Prue Municipality Football Field, Pattaya
  • • ผู้ชม: 1269
1
จบ
2

TPL Recap นัดที่ 24 (กลางสัปดาห์)

TPL Recap นัดที่ 24 (กลางสัปดาห์)

Goal Thailand

กิเลนหวนคืนจ่าฝูง ฉลามเจ๊าจืด เทโรฯ พ่ายนกใหญ่ ติดตามผลการแข่งขันทุกคู่ได้ที่นี่

ชลบุรี เอฟซี 0-0 สุพรรณบุรี เอฟซี


รูปเกมในช่วง 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่งของเจ้าถิ่น "ฉลามชล" ที่ทำได้ดีกว่า จังหวะขึ้นเกมและการคอร์สบอลริมเส้น ทำได้อย่างน่ากลัวหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำได้ ขณะที่ สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมเยือน เน้นการตั้งรับต่ำในแดนตัวเองและหาจังหวะสวนกลับ

เกมส่วนใหญ่เน้นการต่อบอล และช่วงชิงจังหวะเข้าทำประตูกันอยู่ที่ กลางสนามเสียเป็นส่วนใหญ่ เจ้าบ้าน ชลบุรี เอฟซี เป็นฝ่ายครองเกมบุก และ มีโอกาสในการจบสกอร์ได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆเกินๆอยู่ เข้านาทีที่ 23 ของการแข่งขัน สกอร์ยังเท่าเดิม ชลบุรี เอฟซี 0-0 สุพรรณบุรี เอฟซี

นาทีที่ 28 ชลบุรี เอฟซี พลาดโอกาสการได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ อนุชา กิจพงษ์ศรี พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายบอลสั้นให้กับ พิภพ อ่อนโม้ ไหลบอลต่อให้ คาซูดะ คูชิดะ ส่งต่ออีกครั้งไปให้ อดุล หละโสะ ได้ลองยิงไกล แต่ทว่าลูกนี้บอลหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 44 เกมโต้กลับของ สุพรรณบุรี เอฟซี เกือบเล่นงาน ชลบุรี เอฟซี ได้เหมือนกัน เมื่อทีมเยือนได้ลุ้นประตูจากลูกยิงของ สุธี สุขสมกิจ แต่ทว่าลูกนี้ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นยังหนึบรับไว้ได้สบายมือ นาทีที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี ยังคงเสมอกับ สุพรรณบุรี เอฟซี อยู่ที่ 0-0

นาทีที่ 49 ชลบุรี เอฟซี มีโอกาสได้ลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะเล่นลูกฟรีคิก ที่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ฆวน เกวโร่ เปิดบอลโค้งเข้าไปที่กลางประตู พิภพ อ่อนโม้ ได้โหม่งบอลหลุดกรอบออกหลังไป

ถัดมาอีกหนึ่งนาที ชลบุรี เอฟซี มีจังหวะได้ลุ้นประตูอีกครั้ง จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 35 หลา หน้ากรอบเขตโทษ ชาคริต บัวทอง รับหน้าที่สังหาร บอลพุ่งไปแฉลบกำแพง ก่อนถูก โกสินทร์ เหมบุตร นายทวารทีมเยือน ปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

นาทีที่ 53 จังหวะโต้กลับ ของ สุพรรณบุรี เอฟซี เกือบได้ลุ้นประตูเช่นกัน สุธี สุขสมกิจ รับบอลยาวจากแดนหลัง ทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจคอร์สบอลเปลี่ยนฝั่งไปให้ วุฒิชัย อสุชีวะ ได้โหม่งออกหลังไปแบบมีเสียว

นาทีที่ 69 ฆวน เกวโร่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว พาบอลขึ้นมาในแดนกลางก่อนจ่ายบอลตัดหลังแนวรับทีมเยือน ไปให้ เลอันโดร อัสซัมเซา ได้ยิงในกรอบเขตโทษ ในระยะไม่ถึง 10 หลา บอลลอยโด่งข้ามคานออกหลัง ไปอย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 77 ชลบุรี เอฟซี ที่พยายามเปิดเกมโหมบุกเข้าใส่ ทีมเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี อย่างหนักพลาดโอกาสการได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งไปอย่างหน้าเสียดาย เมื่อ ชาคริต บัวทอง ได้จังหวะยิงบอลที่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลหลุดกรอบ ออกหลังไปอีกครั้ง เวลาที่เหลือทั้งสองทีมผลัดกันโต้ แต่ทำอะไรกันไม่ได้เลย ชลบุรี เอฟซี จึงเสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี 0-0 แบ่งกันทีมละ 1 คะแนนแบบเจ้าบ้านผิดหวัง
 

 


บีอีซี เทโรศาสน 2 -4 ชัยนาท เอฟซี
ฌอน พาวเวอร์ น.45 (OG) , ยานนิค เอ็มโบโกโร่ น.59 , 60 ,90+5 ,รัชพล นาวันโน น.62 , เดนิช บุเชนิ่ง น.90+1


ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี เป็นการพบกันระหว่าง “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 6 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ทีมอันดับ 11 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.21 ชัยนาท เอฟซี เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ มาซาฮิโตะ โนโตะ ได้ลองยิงไกลระยะ 20 หลา แต่บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ก่อนหมดครึ่งแรก เจ้าบ้าน บีอีซี เทโรศาสน ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการเปิดทางฝั่งซ้ายของ ชนาธิป สรงกระสินธิ์ แต่เป็น ฌอน พาวเวอร์ ที่โหม่งสกัดผิดเหลี่ยม บอลเข้าประตูตัวเอง หมดครึ่งแรก เจ้าบ้านนำอยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.59 ชัยนาท เอฟซี มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จาก ยานนิค เอ็มโบโกโร่ โหม่งเข้าประตูไป

และอีกไม่กี่วินาที ทีมเยือน ชัยนาท เอฟซี มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จาก ยานนิค เอ็มโบโกโร่ ที่ยิงด้วยซ้าย บอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

ทีมเยือน ชัยนาท เอฟซี บุกเข้าใส่อย่างหนักในช่วงครึ่งหลัง และ น.62 รัชพล นาวันโน ชิพบอลข้ามหัว พิศาล ดอกไม้แก้ว บริเวณนอกกรอบเขตโทษเข้าประตูไป ทำให้ ชัยนาท เอฟซี นำห่าง 3-1

อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ น.90+1 เดนิช บุเชนิ่ง วิ่งเข้ามาแปรจ่อๆเข้าประตูไป ช่วยไล่เจ้าบ้านไล่มาเป็น 3-2

ก่อนหมดเวลา พิศาล ดอกไม้แก้ว ผู้รักษาประตู บีอีซี เทโรศาสน ทำฟาล์ว ผู้เล่นชัยนาท เอฟซี นอกกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินให้เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามทันที และ ยานนิค เอ็มโบโกโร่ มายิงประตูปิดท้ายให้ ชัยนาท เอฟซี บุกมาเอาชนะ บีอีซี เทโรศาสน ได้ถึงถิ่น 4-2 เก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ
 

 


เชียงราย ยูไนเต็ด 1–3 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ปิยพล บรรเทา น.28 ,ธีรศิลป์ แดงดา น.58 ,เลอันโดร น.65 ,จักรพันธ์ พรใส

ที่สนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่าง “กว่างซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 16 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก เกมดำเนินได้เพียงแค่ 3 นาที ทีมเยือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ ปัง ซึง-ฮวาน กองหน้าของทีม แทงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษจากด้านซ้าย แต่ วีระวุฒิ กาเหย็ม ยิงบอลชนเสาอย่างจัง

น.28 เมืองทองขึ้นนำก่อน 1-0 ปัง ซึง-ฮวาน หลุดเข้าเขตโทษก่อนหักกลับมาให้ ปิยพล บรรเทา แปโล่งๆเข้าไป หมดครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขึ้นนำอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง เอสซีจี เมืองทอง บวกประตูที่ 2 จาก ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 58 ก่อนที่ เลอันโดร แฟไรร่า จะมาโหม่งตีตื้นให้เจ้าถิ่น 1-2 ในนาทีที่ 65 อย่างไรก็ตาม จักรพันธ์ พรใส ก็มาปิดท้ายให้ กิเลนผยอง เอาชนะไป 3-1แซงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง
 

 


ราชบุรี มิตรผล 1-0 ทีโอที เอสซี
จอห์น โอเบรกอน น.46


อิบัน ปาลังโก นำราชันมังกร ที่แพ้ติดต่อกันมา 2 นัด เปิดบ้านพบ ทีโอที เอสซี ซึ่งแพ้รวดมา 5 นัดแล้วเช่นกัน

เกมนี้เจ้าถิ่นส่ง จอห์น โอเบรกอน ศูนย์หน้าขาวโคลัมเบีย ลงเป็นหัวหอกตัวเป้าแทน ดักลาส คาร์โดโซ และเจ้าตัวก็เป็นฮีโรอีกครั้งเมื่อยิงประตูชัยให้ทีมเฉือนเอาชนะ ฮัลโหล 1-0 ในนาทีที่ 46 และเป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวแล้วนับตั้งแต่เพิ่งย้ายมาในช่วงเลกสอง ซึ่งการพ่ายแพ้นัดนี้ของทีโอทีทำให้พวกเขาอาจจะต้องมาลุ้นหนีตกชั้นอีกทีม
 

 

พัทยา ยูไนเต็ด 1-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
 
ศึกลูกหนังโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก นัดกลางสัปดาห์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมรองบ๊วย เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 14 ของตาราง เกมนี้ทั้งสองทีมจำเป็นต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้เพื่อขยับหนีพื้นที่โซนอันตราย

เริ่มเกมได้ 18 นาที แบงค็อกได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิกระยะ 20 หลาของ โรเมียง กัสมี่ แต่บอลหลุดกรอบออกไป จากนั้นถัดมาอีก 2 นาที แฟนแข้งเทพได้เฮก่อนจากจังหวะที่ กัสมี่ เปิดฟรีคิกจากกลางสนาม พอล เอคโคโล่ จิ้มด้วยซ้ายบอลเรียดพื้นเข้าประตูไป ส่งให้ แบงค็อก ออกนำ 1-0

นาที 27 เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้างจากการยิงไกลของ ภานุวัฒน์ แต่บอลหลุดออกหลังไป ช่วงท้ายครึ่งแรก พัทยาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะยิงของ เอฟเฟ่ โอโบเด้ แต่ ณัฐพร ยังสกัดเอาไว้ได้

ครึ่งหลัง ทีมเยือนยังคงครองเกมบุกได้มากกว่าและมาได้ประตูนำห่าง 2-0 ในนาที 76 จากจังหวะสวนกลับแล้วทำชิ่งกับ ฉัตรชัย คุ้มพญา ก่อนจะเป็นกัสมี่ ที่ยิงในจังหวะสุดท้าย

แต่ท้ายครึ่งหลังเจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ง่ายๆได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 ในนาที 87 จาก โอโจกู แต่ก็ไล่ไม่ทันจบเกม แบงค็อก บุกมาเก็บชัยชนะเหนือพัทยา 2-1
 

 


สมุทรสงคราม เอฟซี 2-0 สงขลา ยูไนเต็ด
55' อดิศร แดงเรือง, 88' บาโบ้ มาร์ค แลนดี้


ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสงคราม "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมอันดับ 15 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของวัวชนแดนใต้ สงขลา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 9

เจ้าถิ่นจัดทัพชุดใหญ่ลงสนามแบบแต็มสูบ นำโดย กีย์ ฮูแบร์, ปาร์ค แจ ฮยอน และบาโบ้ ส่วนทีมเยือนมี ไชยรัตน์ หมัดศิริ, พิเชษฐ์ สาดีน และสเตฟาน จูเลส บาก้า ลงเป็นแกนหลัก

เกมในครึ่งแรกปลาทูคะนองเป็นฝ่ายครองบอลเปิดเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้าย โจนาธาน มาติจาส นายทวารทีมเยือนยังปัดป้องไว้ได้หมด ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.55 แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮกันทั้งสนาม เมื่อปาร์ค แจ ฮยอน ยิงฟรีคิกแฉลบกำแพงไปเข้าทางอดิศร แดงเรืองซัดจากระยะแค่ 3 หลาเข้าประตูไป สมุทรสงครามออกนำ 1-0

น.88 ปลาทูคะนองก็มาได้ประตูตอกฝาโลงจากบาโบ้ มาร์ค แลนดี้ จบเกมสมุทรสงครามเปิดรังพิชิตสงขลา ยูไนเต็ด 2-0 เก็บสามแต้มไปครองได้สำเร็จ
 

 

 อาร์มี ยูไนเต็ด 0-3 บางกอกกล๊าส เอฟซี
ซารูตะ ฮิโรโนริ 4', 49' ลาซารัส คาอิมบี้ 31'

เริ่มเกมในครึ่งแรกได้เพียงแค่ 4 นาที บีจี ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว เมื่อ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว จ่ายบอลทะลุช่องให้ ฮิโรโนริ ซารูตะ หลุดเข้าไปแปบอลสวนตัว ทศพร ศรีเรือง นายทวารอาร์มี่ฯ ตุงตาข่าย ให้ บีจี ออกนำอาร์มี่ฯ ไปก่อน 1-0 โดยประตูนี้ถือเป็นประตูแรกของดาวเตะจากแดนซามูไรในฤดูกาลนี้อีกด้วย

เข้าสู่นาทีที่ 31 จากจังหวะโต้กลับเร็ว บีจี ทะยานหนีห่างเจ้าบ้าน อาร์มี่ฯ ออกไปเป็น 2-0 เมื่อ ชาตรี ฉิมทะเล วางบอลยาวไปหน้าประตูให้ ลาซารัส คัมเบ้ คาอิมบี้ ใช้ความเร็ววิ่งฉีกหนีแนวรับ อาร์มี่ฯ แล้ววิ่งเข้าไปยิงบอลแบบใบไม้ร่วงนอกกรอบเขตโทษระยะ 25 หลา บอลพุ่งลอยเสียบใต้คานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ชนิดที่ ทศพร ศรีเรือง นายทวารเจ้าบ้านสุดปัญญาที่จะป้องกัน

เริ่มเกมครึ่งหลังมาได้ 4 นาที ฮิโรโนริ ซารูตะ ตักบอลเข้าไปในเขตโทษให้ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว วิ่งสอดเข้ามายิงลอดขา ทศพร ศรีเรืองเข้าประตูไปให้ บีจี หนีห่างอาร์มี่ฯ เป็น 3-0

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 บีจี ต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนเมื่อ เลอันโดร ดอส ซานโต๊ส ได้รับใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากไปสกัด บียอร์น ลินเดมันน์ แต่สุดท้ายทีมกระต่ายแก้วยังรักษาสกอร์นำ 3-0 ไว้ได้สำเร็จ
 

 

 

ตารางคะแนนไทยพรีเมียร์ลีก คลิก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง