thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

FA Cup

  • 28 กุมภาพันธ์ 2013
  • • 2:45
  • • Riverside Stadium, Middlesbrough
  • ผู้ตัดสิน: ม. แอ็ตกินสัน
  • • ผู้ชม: 27856
0
จบ
2

มิดเดิ้ลสโบรช์ 0 - 2 เชลซี สิงห์บลูส์ข่มสิงห์แดง

มิดเดิ้ลสโบรช์ 0 - 2 เชลซี สิงห์บลูส์ข่มสิงห์แดง

getty

สองประตูจากรามิเรสและวิคเตอร์ โมเสส ช่วยให้ทีมของราฟาเอล เบนิเตซ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพได้สำเร็จ โดยรอบหน้าพวกเขาจะต้องพบกับทีมเต็งอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โทนี โมว์เบรย์ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสู้ศึกเพื่อหวังจะล้มยักษ์ให้ได้ในเกมนัดนี้ นำทัพมาโดย มุสตาฟา คาราโยล, เคอร์ติส มาอิน และสก็อตต์ แม็คโดนัลด์ โดยมีแกรนท์ ลีดบิตเตอร์ อดีตมิดฟิลด์ของซันเดอร์แลนด์ คุมเกมตรงกลาง

ด้านราฟาเอล เบนิเตซ ให้โอกาส จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตีนทีมกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากพลาดในเกมสุดสัปดาห์กับแมนฯซิติ้ โดยได้จับคู่กับบรานิสลาฟ อิวาโนวิช

ช่วงต้นเกมทั้งคู่ยังครองบอลกันได้แบบสูสี แต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายทำให้เกมนี้ยังไม่ค่อยมีโอกาสทำประตูใส่กันสักเท่าไหร่

และในนาทีที่ 20 และเป็นทางฝั่งทีมเยือนที่มาได้โอกาสก่อน จากจังหวะที่เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ได้ซัดบริเวณเส้นกรอบเขตโทษ แต่บอลโดนไม่เต็มเท้าทำให้ เจสัน สตีลรับเข้าซองไปแบบง่ายๆ

และในนาทีที่ 26 เป็นทางฝั่งสิงห์แดงที่เกือบมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ นิกกี้ บายลีย์ได้วางบอลจากทางกาบขวาให้สก็อตต์ แม็คโดนัลด์สะบัดหัวโขกแต่บอลหลุดผ่านหน้าโกลออกไป

นาทีที่ 39 ยังเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่มาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจัังหวะที่ฟาริส ฮารวน ลองสับไกจากนอกกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อนที่ปีเตอร์ เช็คจะรับกระฉอกออกมา แต่ไม่มีผู้เล่นของเจ้าบ้านคนไหนตามซ้ำได้ทัน

ช่วงเวลาที่เหลือ เริ่มเป็นเจ้าบ้านที่สร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมสิงโตน้ำเงินครามได้ ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก ทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาได่้แค่ 5 นาทีเท่านั้น เชลซีก็มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ยอสซี เบนายูนเก็บตกบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนไหลคืนให้รามิเรสวิ่งมาซัดด้วยขวาแฉลบหัวของตอร์เรสเสียบใต้คานเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0

และนาทีที่ 57 เชลซีเกือบมาได้ลุ้นประตูที่สองจากจังหวะวางบอลยาวของเบอร์ทรานด์ ทำให้ตอร์เรสหลุดเดี่ยวก่อนกลับตัวยิงด้วยขวา แต่บอลกลับเหินข้ามคานออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

และแล้วในนาทีที่ 73 เชลซีก็มาได้ประตูที่สองจนได้จากจังหวะที่เอเด็น อาซาร์ ทำชิ่งกับออสการ์ก่อนหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วไหลให้โมเซสได้ยิงโล่งๆเข้าไปช่วยให้ทีมสิงโตน้ำเงินครามนำห่างเป็น 2-0 แล้ว

สองนาทีต่อมาเป็นทีของออสการ์บ้างที่ได้โอกาสพาบอลขึ้นมาจากตรงกลางสนาม ก่อนตัดสินใจซัดด้วยขวาแต่บอลก็พุ่งหลุดกรอบออกไปนิดเดียวเท่านั้นเอง

นาทีที่ 81 เป็นทีมเจ้าบ้านที่เกือบมาได้ประตูตีตื้นหลังมาได้ลูกฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา และเป็นเมรูยาน เซมมามา ที่รับหน้าที่ปั่นแต่ปีเตอร์ เช็คยังกระโดดรับไว้ได้

ทีมเจ้าบ้านพยายามบุกกดดันอย่างหนักเพื่อหวังประตูตีตื่นและคราวนี้เป็นฮารวนที่เปิดบอลยาวให้อิสมาแอล มิลเลอร์ได้ยิงแต่บอลก็เหินข้ามคานออกไป ท่ามกลางความเสียดายของแฟนบอลทั่วริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม

ช่วงเวลาที่เหลือทีมเจ้าบ้านพยายามทำเกมบุกเข้าใส่เชลซีอย่างหนักแต่ไม่สามารถทำประตุเพิ่มได้ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดยาวหมดเวลาการแข่งขันเป็นทีมสิงโตน้ำเงินครามที่บุกมาชนะโบโร่ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 2-0

ใดยรอบต่อไปจะเป็นงานหนักสำหรับทีมของราฟาเอล เบนิเตซ ที่จะต้องบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันที่ 10 มีนาคมนี้



ข่าวที่เกี่ยวข้อง