thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

FA Cup

  • 6 มกราคม 2013
  • • 23:00
  • • One Call Stadium, Mansfield, Nottinghamshire
  • ผู้ตัดสิน: A. Marriner
  • • ผู้ชม: 7574
1
จบ
2

แมนส์ฟิลด์ 1 - 2 ลิเวอร์พูล ชนะไม่สมศักดิ์ศรี

แมนส์ฟิลด์ 1 - 2 ลิเวอร์พูล ชนะไม่สมศักดิ์ศรี

Getty Images

หงส์แดงบุกมาเก็บชัยชนะเหนือทีมจากดิวิชัน 4 ได้อย่างไม่สมศักดิ์ศรี หลังได้ประตูชัยจากการทำแฮนด์บอลของหลุยส์ ซัวเรซ

พอล ค็อกซ์ ผู้จัดการทีมแมนส์ฟิลด์ ทาวน์ หวังสวมบทแจ็คผู็ฆ่ายักษ์ ด้วยการจัดทัพใหญ่ต้อนรับลิเวอร์พูล ด้วยการส่งหลุยส์ บริสโค, แอนโธนี โฮเวลล์และแม็ธธิว กรีน ประสานงานกันในแนวรุก

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่งดาเนียล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกตัวใหม่ที่ทีมเพิ่งดึงมาจากเชลซีประเดิมสนามในเกมนี้ทันที โดยหมอบหมายให้เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าพร้อมรับการสนับสนุนจากซูโซและสจ๊วร์ต ดาวนิง

และเริ่มเกมมาได้เพียงแปดนาที ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่จอนโจ้ เชลวีย์ได้บอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายทะลุช่องให้กับ สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้าไปจิ้มสวนตัว อลัน แมร์ริอ็อตต์ เข้าไปช่วยให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0 พร้อมกับเป็นประตูแรกของหัวหอกชาวอังกฤษภายใต้เสื้อสีแดง

นาทีที่ 15 สเตอร์ริดจ์ เกือบมาบวกประตูที่สองให้กับตัวเอง หลังได้โอกาสหลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับแมร์ริอ็อตต์ แต่เงอะงะจนยิงไปติดนายด่านเจ้าบ้านไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 29 การประสานงานระหว่างเชลวีย์และสเตอริดจ์ยังทำได้ยอดเยี่ยมหลังทำชิ่งกันตรงกลางสนามก่อนเป็นกองกลางดาวรุ่งที่ได้บอลสุดท้ายแต่ยังยิงไปติดแมร์ริอ็อตต์อยู่

สี่นาทีต่อมาเป็นเจ้าบ้านที่มาได้โอกาสครั้งแรก จากจังหวะที่กรีนได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนกลับตัวซัดด้วยซ้าย แต่บอลยังไปติดมือของ แบรด โจนส์ที่โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้

หลังจากที่แมนส์ฟิลด์ กดดันทีมเยือนด้วยลูกกลางอากาศอยู่นาน แต่กลายเป็นลิเวอร์พูลที่ได้โอกาสชัดเจนมากกว่า จากสองประสานอย่างเชลวีย์และสเตอร์ริดจ์ ก่อนที่หัวหอกตัวใหม่จะได้โอกาสหลุดไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังไม่ผ่านมือแมร์ริอ็อตต์ที่ปัดออกหลังไปได้

จังหวะต่อเนื่องหลังจากที่ได้ลูกเตะมุมเป็นดาวนิงที่เปิดอย่างแม่นยำมาให้เซบาสเตียน โคอาเตสกระโดดแปด้วยขวาแต่บอลก็ยังพุ่งออกไปอีก จนผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก ลิเวอร์พูลบุกมาออกนำไปก่อน 1-0



เริ่มครึ่งหลังมาสามนาทีกลายเป็นเจ้าบ้านที่ได้โอกาสเจาะเข้าไปทำประตูอย่างต่อเนื่องถึงสี่จังหวะ แต่โชคดีที่แบรด โจนส์และเจมี คาร์ราเกอร์ยังช่วยกันป้องกันให้ทีมไม่โดนตีเสมอไว้ได้

นาทีที่ 53 ลิเวอร์พูลน่าโดนตีเสมอเหลือเกินจากจังหวะที่กองหลังของแมนฟิลด์เปิดบอลยาวมาให้บริสโค เบียดแจ็ค โรบินสันล้มลงไปก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อแต่ยังไม่ผ่านมือแบรด โจนส์ที่ปัดบอลออกหลังไปได้

และจังหวะต่อเนื่องที่ทีมเจ้าบ้านได้ลูกเตะมุมเป็นกรีนที่ได้โอกาสตอกส้นบริเวณกรอบหกหลาแต่ยังดีที่ไม่ติดตัวเจมี คาร์ราเกอร์ ก่อนที่จะเป็นแบรด โจนส์ที่ปัดออกมา

นาทีที่ 55 ลิเวอร์พูลที่โดนพับสนามทำเกมบุกอย่างหนักต้องเปลี่ยนแผนการเล่นบ้างด้วยการส่งจอร์แดน เฮนเดอร์สันและหลุยส์ ซัวเรซลงมาเล่นแทนดาเนียล สเตอร์ริดจ์และซูโซ่ที่แทบจะหายไปจากเกมเลยในครึ่งหลัง

แต่แล้วแมนส์ฟิลด์ ที่บุกอย่างหนักกลับมาเสียประตูที่สองแบบน่ากังขาหลังดาวนิงจ่ายยัดเข้าไปให้หลุยส์ ซัวเรซยิงไปติดแมร์ริอ็อตต์ในจังหวะแรกก่อนใช้มือตบบอลลงมาที่เท้าตัวเองแล้วซัดเข้าไป ช่วยให้ทีมเยือนนำห่างเป็น 2-0 ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้เล่นเจ้าบ้าน

นาทีที่ 68 ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูที่สามหลังจากที่ดาวนิง พาบอลลุยขึ้นมา ก่อนเปิดให้ซัวเรซพักอกก่อนไหลให้เชลวีย์ ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อแต่บอลพ่งผ่านหน้าปากประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 77 ดาวนิงเล่นกับซัวเรซด้านขวา ก่อนที่จะเป็นอดีตปีกของแอสตัน วิลลาที่เปิดไปให้ เชลวีย์ พักอกก่อนซัดด้วยซ้ายทันที แต่บอลกลับพุ่งชนด้านข้างตาข่ายออกไป

สองนาทีต่อมาแนวรับของลิเวอร์พูลก็มาพังลงจนได้ จากจังหวะที่ได้ฟรีคิกและบอมบ์เข้าไปในกรอบเขตโทษใส่ และบอลมันขลุกขลิกอยู่ในกรอบเขตโทษก่อนที่จะเป็น แม็ธธิว กรีนที่ศัดเข้าไปช่วยให้เจ้าบ้านไล่ตามมาเป็น 1-2 ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจกันเต็มสนาม

ช่วงเวลาที่เหลือ แมนส์ฟิลด์ โหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังทำประตูตีเสมอแต่ไม่สามารถส่งบอลไปชนตาข่ายได้ จบเกมลิเวอร์พูลบุกมาเฉือนชนะทีมจากดิวิชั่น 4 ไป 2-1 พร้อมผ่านเข้ารอบไปเจอกับทีมโอลด์แฮม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง