thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

Thai Premier League

  • 28 กันยายน 2013
  • • 18:00
  • • Khao Plong Stadium, Chainat
  • • ผู้ชม: 2309
2
จบ
1

TPL Recap นัดที่ 30

TPL Recap นัดที่ 30

Goalthailand

กระต่ายตัดสัญญาณฮัลโหล นกจิกแข้งเทพ ปลาทูไม่คะนองแบ่งแต้มพลังเอ็ม สายฟ้าคะนอง วัวแดนใต้ไม่ได้กินราชันมังกร กว่างโซ้งทำได้ มังกรไฟบุกไปได้แต้ม กิเลนรั้งช่องว่างคะแนนหัวตาราง

ภาพ : BGFC
บางกอกกล๊าส เอฟซี 5-1 ทีโอที เอสซี
ธีรเทพ วิโนทัย 10' 13' , ศุภเสกข์ ไก่แก้ว 63' , ซารูตะ ฮิโรโนริ 75 ,ภูดิท เนียมคง 80' ,ธนาสิทธิ์ ศิริผลา 88'
 กระต่ายแก้วกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจเมื่อกลางสัปดาห์สามารถเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพได้เป็นครั้งแรก ส่วน ฮัลโหล ต้องลุ้นหนีตายอย่างเต็มตัว

แค่ 10 นาทีกองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮเมื่อ กรกช วิริยอุดมศิริ วางบอลจากกลางสนามให้ ธีรเทพ วิโนทัย หลุดเข้าไปตวัดเข้าประตู 1-0 และเป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวใน 2 เกมหลังสุด ถัดมา 3 นาทีเจ้าถิ่นได้ประตูแบบเดิมอีกครั้งคราวนี้ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว เปิดยาวให้ ลีซอ จับบอลและดีดผ่านนายทวารทีโอทีเข้าไป 2-0

ทีโอทีบุกหนักในช่วงท้ายครึ่งแรกและมีโอกาสแก้คืนได้หลายครั้งโดยเฉพาะจังหวะโหม่งจ่อๆของ นพพล ผลอุดม แต่โขกพลาดไปเอง

ครึ่งหลัง น.63 บีจีขยับหนีห่างเป็น 3-0 ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ที่เปิดให้ลีซอยิงได้ 1 ลูกในครึ่งแรก เลี้ยงจี้มาหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจปั่นบอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมสวยงาม

กระต่ายแก้วยังไม่เบาเกมและมาได้ประตูที่ 4 ช่วง 15 นาทีสุดท้าย กรกช วิริยอุดมศิริ ปั่นฟรีคิกระยะ 30 หลา วีระ เกิดพุดซา ปัดมาเข้าทาง ซารูตะ ฮิโรโนริ ตัวสำรองตามซ้ำเข้าไป

ทีโอที มาได้ประตูปลอบใจในนาทีที่ 80 จาก ภูดิท เนียมคง แต่เจ้าถิ่นก็มาตอกย้ำชัยชนะก่อนหมดเวลาอีกลูกจาก ธนาสิทธิ์ ศิริผลา จบเกมบีจีเปิดบ้านเอาชนะไป 5-1 ขยับแซงสุพรรณบุรี เอฟซี ขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ชั่วคราว

 

 ชัยนาท เอฟซี 2-1 แบงค็อก ยูไนเต็ด
รัชพล นาวันโน 20’ , มาซาฮิโตะ โนโตะ (P)90’ l มิลอส โบกูโนวิช 32’
 เริ่มเกมมาแค่ 3 นาที ทีมเยือนเกือบมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่โบกูโนวิชได้โขกลูกฟรีคิกแบบบางๆ แต่กฤษกร เกิดผลยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้

นาทีที่ 14 ทีมเยือนเกือบเสียท่าจากจังหวะยิงฟรีคิกลักไก่จากตรงกลางสนามของชัยนาท เอฟซีและเป็นโจ แต คุน ที่หวดจากตรงเส้นกลางสนามบอลข้ามหัวอองโตแน็งแล้วแต่น่าเสียดายที่ดันไปชนคานกระเด้งออกมาท่ามกลางเสียงเสียดายของในสนามเขาพลอง

และในนาทีที่ 20 แฟนเจ้าบ้านก็ได้เฮกันลั่น หลังมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่สวนกลับมาและเป็นเฉลิมพงษ์ที่เติมมาทางขวาก่อนครอสเข้าไปให้รัชพล นาวันโนซัดเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ทีมออกนำ 1-0 พร้อมเป็นการฉลองติดทีมชาติไทยของเพลย์เมกเกอร์หน้าหนวดด้วย

พอโดนนำทีมเยือนก็เริ่มทำเกมบุกเข้าใส่อย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้ ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่เฉลิมพงษ์ เกิดแก้วพักอกคืนหลังพลาดและเป็นโบกูโนวิชที่วิ่งเข้ามาโฉบเปลี่ยนทางบอลผ่านกฤษกรเข้าไปช่วยให้แบงค็อกไล่มาเป็น 1-1 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมาชัยนาทก็พยายามบุกอย่างหนักและเกือบมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 48 จากจังหวะที่โนโตะได้โอกาสพลิกยิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษแต่อ็องโตแนงยังล้มตัวทุบออกไปได้

ฝนในสนามเขาพลองเริ่มเทกันลงมาอย่างหนักและในนาทีที่ 58 เป็นแบงค็อกที่มาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่อัลฮัสซาน ได้ซัดจากนอกกรอบเขตโทษแต่กฤษกรยังบินปัดออกหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ไม่สามารถหาจังหวะยิงประตูได้แบบจะๆแจ้งๆเลย เนื่องจากฝนที่เทลงมาอย่างหนักและช่วงท้ายเกมก็มีเหตุการณ์ชุลมุนกันอีกแต่ผู้ตัดสินยังใจดีให้แค่ใบเหลืองแก่พอล เอคโคโลและฌอน พาวเวอร์

และเกมที่ทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้มอยู่แล้วแต่เป็นชัยนาทที่มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ยานนิค เอ็มเบงโกโนไปโดนณัฐพร พันธ์ฤทธิ์เหนี่ยวล้มลงและเป็นมาซาฮิโตะ โนโตะที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้ชัยนาท เอฟซี เฉือนชนะ แบงค็อก ยูไนเต็ดไป 2-1

 

 สมุทรสงคราม เอฟซี 0-0 โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี
 ที่สนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นการพบกันของ "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมอันดับ 16 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 7 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.4 เป็นเจ้าบ้าน สมุทรสงคราม เอฟซี ที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะของ บาโบ้ มาร์ค แลนดี้ กองหน้าผิวสี ที่หลุดเดี่ยว ก่อนได้ยิงด้วยขวา แต่ ฉัตรชัย บุตรพรม รับไว้ได้

ต่างฝ่ายต่างเปิดเกมรุกแลกเข้าใส่กัน แต่ก็ไม่มีทีมใดที่หาจังหวะจบสกอร์ได้ และในช่วงท้ายเกม อภิภู สุนทรพนาเวศ มิดฟิลด์ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ได้โอกาสยิงนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ไปติดบล็อคผู้เล่น สมุทรสงคราม เอฟซี หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.51 ศักรินทร์ มิ่งสมร ผู้เล่น สมุทรสงคราม เอฟซี ได้ลองยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษ แต่ ฉัตรชัย บุตรพรม ยังรับบอลไว้ได้

น.58 กีย์ ฮูแบร์ ผู้เล่นเจ้าถิ่น ได้โอกาสโหม่งจ่อๆจากลูกเตะมุม แต่บอลเด้งสูงกระดอนออกไป

น.64 คัฟฟ้า บุญมาตุ่น กองกลางทีมเยือน ได้ซัดจ่อๆในเขตโทษ แต่ พุทธศาสตร์ บุญปก ชกทิ้งไว้ได้ทัน

น.82 โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี น่าจะไก้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะของ อภิภู สุนทรพนาเวศ ได้โหม่งจ่อๆหน้าประตู แต่ พุทธศาสตร์ บุญปก โชว์ซุปเปอร์เซฟ ชกออกไว้ได้ทัน และช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม สมุทรสงคราม เอฟซี เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 0-0 แบ่งไปทีมละหนึ่งแต้ม

 

 
 สงขลา ยูไนเต็ด 2-2 ราชบุรี เอฟซี
ดักลาส คาร์โดโซ่ น.21 , ดาร์โก้ ราโคเซวิซ น.44 , ดักลาส คาร์โดโซ่ น.71 , มานพ สอนแก้ว น.88
 ต่อกันที่สนามติณสูลานนท์ เป็นการพบกันระหว่าง "วัวชนแดนใต้" สงขลา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 16 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.14 ทีมเยือน ราชบุรี มิตรผล ได้โอกาสทักทายก่อน จากการยิงไกลของ รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ แต่ สยมภู เอียดพูล รับไว้ได้สบาย

น.21 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการโหม่งอย่างสุดสวยของ ดักลาส คาร์โดโซ่

น.37 ดาร์โก้ ราโคเซวิซ ผู้เล่นเจ้าถิ่น ได้โอกาสโหม่งในเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป

ก่อนหมดครึ่งแรก เจ้าบ้าน สงขลา ยูไนเต็ด ได้เฮลั่นสนาม เมื่อ ดารโก้ ราโคเซวิซ ยิงฟรีคิกด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเข้าตาข่ายไปอย่างสวยงาม หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.55 ราชบุรี มิตรผล น่าจะได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ ดักลาส คาร์โดโซ่ ได้ยิงซ้ำหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไปแบบน่าเสียดาย

น.71 ทีมเยือน ราชบุรี มิตรผล มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ นฤพล อารมณ์สวะ ยิงบอลไปติดมือ ไดกิ ฮิกุชิ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น ดักลาส คาร์โดโซ่ ที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด ราชบุรี มิตรผล พลิกขึ้นนำเป็น 2-1

แต่ก่อนหมดเวลา น.88 สงขลา ยูไนเต็ด มาได้ประตูตีเสมอเป็น 2-2 จากการยิงซ้ำเข้าไปของ มานพ สอนแก้ว จบเกม สงขลา ยูไนเต็ด เปิดบ้านยันเสมอ ราชบุรี มิตรผล เอฟซีไปแบบสุดมัน 2-2 แบ่งไปทีมละหนึ่งแต้ม

 

 
 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1 ชลบุรี เอฟซี
ธีราทร บุญมาทัน 64' ,คาร์เมโล กอนซาเลซ 68' , ติอาโก คุนญา 90'
 ศึกไทยพรีเมียร์ลีกนัด "ดาร์บี้แมตช์ฝ่ายค้าน" ที่ ไอโมบาย สเตเดี้ยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงได้ คาร์เมโล กอนซาเลซ ดาวซัลโวตัวเก่งคืนทััพ ลงดวลกับ ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 3 ที่มีดูโอบราซิลเลียน ติอาโก คุนญ่า และ เลอันโดร อัสซัมเซา

ต้นเกมชลบุรีมีโอกาสลุ้นก่อนจากจังหวะหลุดเข้าไปของ เลอันโดร อัสซัมเซา ในเขตโทษล็อกเข้าซ้ายแต่ยิงเบาไปเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

น.28 คาร์เมโล กอนซาเลซ ลองส่องไกลให้เซราะกราวบ้างแต่ข้ามคาน เกมยังแลกกันสนุก น.35 ทีมเยือนสวนกลับมาและเป็น ติอาโก ที่วิ่งแซง ชิติพัทธ์ เข้าไปยิงหักข้อบอลผ่านหน้าปากประตู

ครึ่งหลังน.56 บุรีรัมย์มีโอกาสทอง ไค ฮิราโนะ รับบอลจากจังหวะโต้กลับก่อนจะไหลมาหน้าประตูที่มี คาร์เมโล รออยู่แล้วแต่ ชลทิตย์ สกัดได้หวุดหวิด

น.64 กองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮกันจนได้หลังบุกอยู่นานเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน ปั้มบอลจาก ชลทิตย์ ก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปแปสวนตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เข้าประตู บุรีรัมย์ นำ 1-0

น.68 สกอร์ไหลเป็น 2-0 จากความผิดพลาดแนวรับฉลามชล ชลทิตย์ จ่ายคืนหลังให้ คูชิดะ จับบอลพลาดทำให้ คาร์เมโล ได้หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาตุงตาข่าย

ทดเจ็บฉลามชลไล่มา 1-2 จากลูกโหม่งของ ติอาโก คุนญา จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เก็บอีก 3 แต้ม ทิ้งห่างชลบุรีเป็น 15 คะแนนเหลือ4 นัดสุดท้าย ทำให้ ฉลามชล หมดลุ้นแชมป์อย่างเป็นทางการ เหลือแค่ ปราสาทสายฟ้า กับ เอสซีจี เมืองทอง เท่านั้น

 

 
 เชียงราย ยูไนเต็ด 2-1 อาร์มี่ ยูไนเต็ด
อารอน ดาซิลวา 16', โชคลาภ นิลแสง 72', นูรูล ศรีนามเก็ม 84'
นาทีที่ 16 อารอน ดา ซิลวา ทหารบกบุกนำก่อน 1-0  จากการซัดไกลนอกกรอบ บอลแฉลบกองหลังเชียงราย เข้าประตูไปอย่างสวยงาม

และยังคงผลัดกันรุกผลัดกันรับตลอดครึ่งแรก แต่สกอร์ยังคงเดิมที่ 1-0 จนจบครึ่งแรก

เกมเริ่มดุเดือดชึ้นมากในช่วงครึ่งเวลาหลัง จนมาถึงในนาทีที่ 72 จากจังหวะเตะมุมของ เจอรี่ ฟาเรียส โชคลาภ นิลแสง ขึ้นโหม่งเปลี่ยนทางบอล พาเจ้าถิ่นตามตีเสมอ

กว่างโซ้งได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจาก นูรูล ศรียานเก็ม ที่ยิงซ้ำตุงตาข่ายในนาทีที่ 84 เวลาที่เหลือเพียงน้อยนิด อาร์มี ยูไนเต็ด หมดสิทธิ์ไล่ตาม หมดเวลา เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 2-1

 

 อินทรี เพื่อนตำรวจ 1-2 บีอีซี เทโรศาสน
อิสแซค ฮันนี่ 78', รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค 90'(จุดโทษ), เปโดร เอ็นริเก้ 90+2
ที่ สนามเมนสเตเดี้ยม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต "เดอะโปลิศ" อินทรีเพื่อนตำรวจ เปิดบ้านพบกับ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน

เริ่มเกมทั้งสองทีมเล่นกันอย่างสนุก แต่ทำประตูไม่ได้จบครึ่งแรกเสมอ 0-0

กลับมาในครึ่งเวลาหลังทั้งสองทมเปิดเกมบุกเข้าใส่กัน แต่เป็นทีมเยือนได้ประตูออกนำก่อนจากการยิงของ อิสแซค ฮันนี่ กองหลังดาวรุ่งในนาทีที่ 78

จากนั้นในช่วงท้ายเกม น.90 บีอีซี เทโรศาสน ได้ลูดจุดโทษก่อนที่ "กัปตันอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ซัดด้วยซ้ายเข้าไปให้ทีมนำห่าง 2-0

อย่างไรก็ตามช่วงทดเวลา น.90+2 เปโดร เอ็นริเก้ มาซัดตีไข่แตกให้ อินทรีเพื่อนตำรวจตามมา 2-1 แต่ไม่ทันเวลาจบเกม "มังกรไฟ" บุกมาเก็บ 3 คะแนน

 

 
 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-1 สุพรรณบุรี เอฟซี
ชัยณรงค์ ทาทอง 17’, มาริโอ ยูร็อฟสกี้ 67’, ศราวุธ มาสุข 84’ l ดราแกน บอสโควิช (จุดโทษ) 37’

 ช่วงต้นเกมเป็นทีมเจ้าถิ่นที่ทำเกมได้น่ากลัวกว่า และเป็นทาทองผู้น้องอย่างชัยณรงค์ ที่มีโอกาสยิงถึงสองครั้งแต่ยังไม่สามารถส่งลูกไปกองที่ก้นตาข่ายได้

และจากการบุกอย่างหนัก ทีมกิเลนผยองก็ได้เฮกันจนได้ในนาทีที่ 17 จากจังหวะลูกเตะมุมและลูกขลุกขลิกอยู่ในกรอบเขตโทษก่อนที่จะเป็นชัยณรงค์ ทาทองที่พลิกตัวยิงด้วยขวาเข้าไปช่วยให้เมืองทองออกนำ 1-0

แม้จะได้ประตูขึ้นนำไปแล้วแต่เมืองทองก็ยังเป็นฝ่ายครองเกมบุกอย่างหนักและในนาทีที่ 29 ทีมเจ้าถิ่นก็เกือบจะมาได้ประตูนำห่างจากลูกเตะมุมและเป็นชัยณรงค์ ทาทองที่เกือบมาบวกประตูที่สองของตัวเองหลังโฉบเข้ามาโหม่งแต่บอลพุ่งชนเสาเต็มๆ

พอเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกสุพรรณบุรีก็เริ่มต่อเกมกันขึ้นมาได้และในนาทีที่ 37 กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ต้องเงียบกริบหลังภานุพงษ์ วงศ์ษาไปทำฟาวล์ดิยุฟ บิรัมในกรอบเขตโทษก่อนเป็นดราแกน บอสโควิชที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้ทัพช้างศึกไล่มาเป็น 1-1

และ 5 นาทีถัดมาสุพรรณบุรีเกือบมาได้ประตูพลิกขึ้นนำจากจังหวะที่วุฒิชัยแทงทะลุช่องให้ดิยุฟหลุดไปชิปบอลข้ามหัววิษณุศักดิ์ แก้วเรืองไปแล้วแค่คิม ยู จินยังวิ่งมาสกัดออกได้ทันเวลาพอดี ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกเป็นเมืองทองที่เสมอกับสุพรรณฯอยู่ 1-1

เริ่มครึ่งหลังทั้งคู่ยังทำเกมได้อย่างสูสีกันแต่เป็นเมืองทองที่มาได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 50 จากจังหวะที่ดานโญ เซียก้าได้โอกาสยิงไกลแต่กิตติพงษ์ ยังเซฟไว้ได้

และหลังจากทีมเจ้าถิ่นครองบุกเข้าใส่อย่างหนักก็มาเรียกเสียงเฮทั่วเอสซีจี สเตเดี้ยมได้อีกครั้งจนได้จากจังหวะที่ธีรศิลป์เก็บบอลได้ทางซ้ายก่อนแตะหลบทั้งปรัชญ์และสุพจน์ ก่อนไหลให้มาริโอ ยูร็อฟสกี้วิ่งเข้ามายิงด้วยขวาเสียบเสาสองเข้าไปช่วยให้กิเลนผยองออกนำเป็น 2-1

โมเมนตัมของเกมยังเป็นของเมืองทองอยู่และในนาทีที่ 84 ทีมเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูนำห่างและเป็นธีรศิลป์ที่เก็บบอลได้ทางฝั่งซ้ายก่อนครอสเรียดเข้าไปให้ศราวุธ มาสุขตัวสำรองวิ่งเข้ามาชาร์จตัดหน้ากิตติพงษ์เข้าไปช่วยให้เมืองทองนำห่างเป็น 3-1

ช่วงท้ายเกมยังเป็นเมืองทองที่ครองเกมบุกได้อย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถบวกประตูเพิ่มได้ก่อนที่จะหมดเวลา 90 นาทีเป็นเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดที่เอาชนะสุพรรณบุรี เอฟซีไปได้ 3-1 พร้อมทำแต้มไล่ตามบุรีรัมย์เป็นห้าแต้มเหมือนเดิมหลังทีมจ่าฝูงเองก็สามารถเปิดบ้านเฉือนชนะชลบุรี เอฟซีไปได้ 2-1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง