thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

Thai Premier League

  • 1 กันยายน 2013
  • • 18:00
  • • Thai-Japanese Stadium, Bangkok
  • • ผู้ชม: 2580
2
จบ
1

ภาพ : almon foto

TPL Recap นัดที่ 26

ภาพ : almon foto

almon foto

มังกรพ่นไฟใส่วัวชน ปลาทูกว่างยังไม่จบ อินทรีเจ๊ากิเลน ฉลามชลเกือบโดนนกใหญ่ และมหกรรมยิงท้ายเกมในวันอาทิตย์



ภาพ : BEC TERO SASANA

บีอีซี เทโร ศาสน 2-0 สงขลา ยูไนเต็ด
ชิโมจิ โช น.85 lโคเน่ เซย์ดู น.19 (ทำเข้าประตูตัวเอง)

เกมไทยพรีเมียร์ลีก ที่ สนาม เฉลิมพระเกรียติ 72 พรรษา มีนบุรี "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน พบกับ "วัวชนแดนใต้" สงขลา ยูไนเต็ด เริ่มเกมเป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมได้ดีกว่าและในนาทีที่ 19 เคลตัน ซิลวา กระชากจากด้านขวา ก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ากลางประตูและเป็น โคเน่ เซย์ดู สกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองให้ บีอีซี เทโรศาสน นำ 1-0 ในครึ่งแรก กลับมาในครึ่งเวลาหลังทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่แล้วช่วงท้ายเกม น.85 วิชะยา เดชมิตร ที่ลงมาเป็นสำรอง เปิดด้ายเท้าซ้ายสุดเฉียบมาให้ ชิโมจิ โช จับหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยซ้ายบอลตุงตาข่ายช่วยให้ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ชนะ สงขลาฯ 2-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ

 



สมุทรสงคราม เอฟซี 0-1 เชียงราย ยูไนเต็ด
(เลื่อนการแข่งขัน)
 

เกมในโซนหนีตกชั้นที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสงคราม เปิดรงปลาทูต้อนรับ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยังต้องการแต้มเพื่อทิ้งห่างพัทยา ยูไนเต็ด และเป็นเจ้าบ้านที่ได้ทักทายก่อนตั้งแต่ในนาทีที่ 2 กองหลังเชียงรายทำงานกันผิดพลาด แต่ อิสระพงษ์ ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ ซัดข้ามคานไปนิดเดียว

หลายๆโอกาสนั้นสมุทรสงครามยังคงทำได้ดีกว่า ในขณะที่เชียงรายทำได้เพียงตั้งรับ และโต้กลับในบางจังหวะ แต่ยังจบสกอร์ไม่ได้ต่างฝ่ายต่างเดินเกมอย่างไม่รีบร้อนหมดครึ่งแรกแบบไร้สกอร์

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 15 นาที เกิดกรณีค้านสายตาแฟนบอล เมื่อสมุทรสงครามเรียกจุดโทษ และหยุดเกม ในขณะที่เชียงรายยังคงเล่นต่อและทำประตูได้ เกิดความชลมุนในหมู่แฟนบอล จนในที่สุดมีการยุติการแข่งขันในนาทีที่ 65
 


ภาพ : almon foto

อินทรี เพื่อนตำรวจ 2-2 เมืองทอง ยูไนเต็ด
ดักโน่ เซียก้า น.37 , ชุมพล บัวงาม น.45 , มาริโอ ยูรอฟสกี้ น.52 ( ลูกจุดโทษ ) , มิคาเอล เมอร์ซี่ น.86

ศึกการแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นการพบกันระหว่าง “สุภาพบุรุษโลห์เงิน” อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 9 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงของตาราง
เข้าสู่ครึ่งแรก น.4 เจ้าบ้าน อินทรีเพื่อนตำรวจ ได้มีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะเปิดบอลกึ่งยิงกึ่งผ่านของ สุรชาติ สารีพิมพ์ กองหน้าตัวเก่งของทีม แต่ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ผู้รักษาประตูทีมเยือน ยังกระโดดปัดออกไว้ได้ทัน
น.15 “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูออกนำ จากจังหวะที่ อาทิตย์ ดาวสว่าง เปิดยัดเข้าไปในเขตโทษ บอลแฉลบ สมภพ นิลวงษ์ เกือบเข้าประตู แต่ ยานนิค ออสซ็อค แนวรับทีมเยือน ยังสกัดออกจากเส้นประตูไว้ได้อย่างหวุดหวิด
น.37 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการเปิดของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ และเป็น ดักโน่ เซียก้า ที่กระโดดโหม่งเข้าประตูไป
แต่ก่อนหมดครึ่งแรก น.45 เจ้าถิ่น อินทรีเพื่อนตำรวจ มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการเปิดฟรีคิกทางด้านซ้ายของ ดาเนียล คอเตส และเป็น ชุมพล บัวงาม ที่โหม่งเข้าประตูไป หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 1-1
เข้าสู่ครึ่งหลัง น.52 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ อดุลย์ หมื่นสมาน ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่ยิงเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้ทีมเยือน พลิกขึ้นนำ 2-1
น.71 ทีมเยือนเกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เปิดบอลจากสุดเส้นหลังให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้วอลเลย์ด้วยซ้าย แต่ ภัทร ปิยภัทร์กิติ ยังปัดเอาไว้ได้
น.86 มิคาเอล เมอร์ซี่ หัวหอกเจ้าถิ่น มาโหม่งช่วยให้ อินทรีเพื่อนตำรวจ ไล่ตีเสมอเป็น 2-2 และใน น.90 รังสรรค์ เอี่ยมวิโรจน์ มาโดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม จบเกม อินทรีเพื่อนตำรวจ เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2 แบ่งไปทีมละหนึ่งแต้ม
 




ภาพ : Chonburi FC

ชลบุรี เอฟซี 2-1 ชัยนาท เอฟซี
เลอันโดร อัสซัมเซา 35’ เจษฎากร เหมแดง 89’ l ยานนิค เอ็มเบ็งโกโน 90’


เกมนี้ทีมเหล่าสาวกฉลามชลได้รับข่าวดีหลังติอาโก้ คุนญา ดาวซัลโวตัวเก่งกลับมามีชื่อที่ม้านั่งสำรองอีกครั้ง ส่วนทีมเยือนเกมนี้ยังคงนำทัพโดยยานนิค เอ็มเบงโกโนที่ยิงมาแล้ว 4 ประตูจาก 2 เกมหลัง

ช่วงต้นเกมเป็นชลบุรีที่ทำเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนักเพื่อหวังจะได้ประตูออกนำตั้งแต่หัววันและในนาทีที่ 23 พวกเขาก็มาได้ลุ้นแบบจะเป็นครั้งแรกจากชาคริต บัวทองที่ได้ซัดจากบนเส้น 18 หลา แต่ฌอน พาวเวอร์ยังพุ่งมาบล็อกออกหลังไว้ได้ทัน

และในนาทีที่ 35 หลังพับสนามบุกอย่างหนัก ชลบุรีก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะที่อดุล หละโสะ จ่ายบอลให้อัสซัมเซา แต่งหนึ่งจังหวะก่อนกลับตัวยิงด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปช่วยให้ ฉลามชลออกนำ1-0
ช่วงท้ายครึ่งแรกทีมเจ้าถิ่นน่าจะมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่ เลอันโดร อัสซัมเซา ได้บอลจากตรงกลางสนามก่อนลากมาถึงหน้ากรอบเขตโทษแล้วซัดด้วยขวา แต่ไปติดเซฟของกฤษกร ก่อนที่อดุลจะพยายามตามซ้ำแต่กฤษกรก็ยังล้มตัวรับไว้ได้อีก ก่อนที่จะหมด 45 นาทีแรกเป็นเจ้าถิ่นที่นำอยู่แค่ 1-0

นาทีที่ 60 ทีมเจ้าถิ่นเกือบมาได้ประตูที่สองจากการซัดไกลจากระยะ 35 หลาของอาทิตย์ สุนทรพิธ แต่บอลเจ้ากรรมดันพุ่งไปชนคานดังสนั่นออกมาพร้อมเสียงเฮเก้อของกองเชียร์ชลบุรี

และในนาทีที่ 75 แฟนชลบุรีก็ส่งเสียงเฮกันทั้งสนาม หลังดาวยิงฉลาม ติอาโก้ คุนญา กลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนานถึง 5 เดือน
และในนาทีสุดท้ายชลบุรีก็มาได้ประตูที่สองจนได้จากจังหวะที่คุนญาเปิดลูกฟรีคิกให้เจษฎากร เหมแดงตัวสำรองอีกคนหนึ่งโหม่งเข้าไปช่วยให้ชลบุรีนำห่างเป็น 2-0

แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บชัยนาทก็มาได้ประตูตีตื้นจากจังหวะที่ภูวดล สุวรรณชาติ พาบอลมาถึงสุดเส้นก่อนจ่ายให้ยานนิค เอ็มเบ็งโกโนยิงเสียบใต้คานเข้าไปช่วยให้ชัยนาทไล่มาเป็น 1-2 ก่อนจะทำได้แค่นั้นและผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันไป
 



ภาพ : Almonfoto

แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-1 ทีโอที เอสซี
พอล เอ็คโคโล 36', โรแมง กัสมี 78' lภูดิท เนียมคง 15'


นาทีที่ 16 ภูดิท เนียมคง โขกให้ ทีโอที เอสซี ขึ้นนำได้ก่อน 0-1 หลังจากทักทายอยู่หลายลูกแต่เพิ่งเข้ากรอบ เกมน่าจะเป็นของฝ่ายทีมเยือน แต่เหล่าแข้งเทพกลับบุกไม่ยั้ง และกลับมาครองเกมได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

นาทีที่ 34 เกือบจะตามตีเสมอได้ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ เปิดบอลยาวถึง โมฮัมหมัด อัลฮัสซัน แต่จังหวะยังไม่ดีจับบอลห่างเท้า ยิงติดผู้รักษาประตู ออกหลัง

ถัดมาไม่กี่นาทีความพยายามในการทำเกมรุกของเจ้าบ้านสัมฤทธิ์ผล นาที่ที่ 36 พอล เอ็คโคโล ได้โอกาสวอลเลย์เน้นๆ ตามตีเสมอให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-1

3นาทีต่อมา เอ็คโคโล่คนเดิม เกือบบวกสกอร์ได้อีก แต่ดันจิ้มติดได้แค่ปลายเท้า เข้ามือวีระ เกิดพุดซา

ช่วง5นาทีสุดท้ายของเกม เจ้าบ้านยังคงเดินเกมรุกแบบไม่ยั้ง โมฮัมหมัด อัลฮัสซัน ลากมาริมเส้น ตัดเข้ากลางให้ โรแมง กัสมี ที่อยู่หน้ากรอบ 6 หลา แต่ศุนย์หน้าชาวฝรั่งเศสที่เหมือนว่าฟอร์มจะยังไม่กลับมา ยิงพลาดหลุดออกนอกกรอบไปแบบไม่ได้ลุ้น ครึ่งแรกผลจึงยังเสมอกันอยู่

เกมครึ่งหลังเหมือนจะไม่มีอะไรคืบหน้าต่างฝ่ายต่างเติมเกมกันยังขาดๆเกินๆ แต่แล้วนาทีที่ 78 โรแมง กัสมี เติมเกมมาเงียบๆ แล้วลักไก่ยิงจากนอกเขตโทษ บอลแฉลบปลายเท้า นพพล ผลอุดม บอลเสียบสามเหลี่ยมสวยงาม ส่งเจ้าบ้านขึ้นนำ 2-1 อีกครั้ง

ช่วงทดเวลา 4 นาที นพพล ผลอุดม ได้รับใบเหลือง จากการ เอามือปัดบอลเข้าประตู จังหวะต่อมา แข่งเทพเกือบปิดกล่องได้อีกประตู โรแมง กัสมี ยิงไปชนเสาเต็มๆ และหมดเวลา แบงค็อกฯรักษาสามแต้มของพวกเขาเอาไว้ได้ด้วยสกอร์ 2-1

 



 

พัทยา ยูไนเต็ด 1-0 สุพรรณบุรี เอฟซี
ไพโรจน์ โสคำ 90+1' (OG)


ต่อกันที่สนามเทศบาลหนองปรือ เป็นการพบกันระหว่าง "โลมามหาภัย" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 4 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.6 ทีมเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี เกือบได้ประตูออกนำก่อน จาก ดราแกน บอสโควิช เปิดบอลให้กับ พิชิต ใจบุญ ได้โหม่งในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกไป

น.22 วุฒิชัย ทาทอง กองหน้าทีมเยือน ได้โหม่งหน้าในกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป

จากนั้นทั้งสองทีม พยายามเปิดเกมแลกบุกเข้าใส่กัน โดยก่อนหมดเวลาครึ่งแรก น.45 ภานุวัฒน์ จินตะ กองกลาง พัทยา ยูไนเต็ด ได้เปิดบอลทางด้านขวาแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่ก็ไกลออกไป หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.52 เซอร์เก ไดเชนโก้ หัวหอก เจ้าถิ่น ได้ลองยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก นายทวารทีมเยือนยังปัดทิ้งไว้ได้ทัน

น.62 เอ็ฟเฟ้ โอโบเด้ ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่ เอ็นจี้ ดีวาย แนวรับ สุพรรณบุรี เอฟซี ยังสกัดออกไว้ได้

อีก 3 นาทีต่อมา วุฒิชัย ทาทอง กองหน้า สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ชิพบอลระยะ 20 หลา แต่บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

พัทยา ยูไนเต็ด น่าจะได้ประตูเป็นอย่างยิ่ง น.85 โอบินน่า เอโจคู ได้แปรจ่อๆ หน้าประตูแต่ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก เซฟไว้ได้ทัน

ก่อนหมดเวลา น.90+1 ไพโรจน์ โสคำ แนวรับทีมเยือน โหม่งบอลเข้าประตูตัวเอง ทำให้ พัทยา ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม พัทยา ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-0 เก็บ 3 แต้มได้สำเร็จ

 


ภาพ : Buriram United

โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 1-2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
อภิภู สุนทรพนาเวศ 78' l คาร์เมโล กอนซาเลซ 9', ออสมาร์ อิบันเญซ 51'


 ที่ สนาม อบจ.สระบุรี "พลังเอ็ม" โอสถสภา M150 สระบุรี ทีมอันดับ 8 ของตารางเปิดบ้านพบ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงไทยลีก โดย "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าผล ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บโดยใช้ ชนานันท์ ป้อมบุบผา เล่นเป็นหน้าเป้ามี อภิภู สุนทรพนาเวศ เป็นตัวทำเกม ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ประกาศแยกทางกับ สกอตต์ คูเปอร์ กุนซือของทีมเมื่อช่วงบ่าย โดย กิเยร์โม โอไรโอล ลงขัดตาทัพแทน มาแผนแปลกไม่มีศูนย์หน้ามืออาชีพ โดยใช้ คาร์เมโล กับ สุเชาว์ ทำเกมรุก

เริ่มเกมได้เพียง 9 นาที สุรีย์ สุขะ เติมเกมจากริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลางให้ คาร์เมโล โฉบมาโขกเต็มหัวบอลตุงตาข่ายให้ บุรีรัมย์ ขึ้นนำ 1-0 และเป็นสกอร์เดียวในครึ่งเวลาแรก กลับมาในครึ่งเวลาหลัง น.51ชนานันท์ กระชากจากฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางในเขตโทษให้ อภิภู สุนทรพนาเวศ วิ่งมาจิ้มด้วยซ้ายให้ โอสถสภา ตามตีเสมอเป็น 1-1 ทว่า 54 บุรีรัมย์ฯมาได้ลูกจุดโทษ ออสมาร์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปแบบใจเย็นให้ บุรีรัมย์ ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนที่จะจบด้วยสกอร์ดังกล่าวเก็บ 3 คะแนนมี 57 แต้มนำห่างอันดับสอง เอสซีจี เมืองทองฯ 3 คะแนน

 

 

 

 

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-1 บางกอกกล๊าส เอฟซี
ธัรเทพ วิโนทัย 90+2'

...

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง