โกล.คอม - หน้าหลัก

thumbnail สวัสดี,
 
แข่งจบแล้ว
ตุลาคม 27, 2013 6:00 หลังเที่ยง ICT
Minburi 72-years-Anniversary Stadium — Bangkok
 
ดาวเด่นประจำแมตช์
?
จะประกาศผลเร็วๆ นี้
ดาวดับประจำแมตช์
?
จะประกาศผลเร็วๆ นี้

TPL Recap นัดที่ 33

สรุปผลการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 8 คู่พร้อมกันทั้งประเทศ

TPL Recap 33
Goalthailand
 ชลบุรี เอฟซี 4-0 สมุทรสงคราม เอฟซี
ติอาโก้ คุนญ่า 14', พิภพ อ่อนโม้ 70', เลอันโดร อัสซัมเซา 79' 89'
เกมไทยพรีเมียร์ลีก ศึกสงครามอ่าวไทย ฉลามชล พบ ปลาทูคะนอง ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม นัดสุดท้ายในบ้านของชลบุรี เอฟซี และเป็นนัดสุดท้ายในบ้านสำหรับวิทยา เลาหกุล
เทรนเนอร์ที่ประกาศอำลาตำแหน่งทันทีที่จบฤดูกาล

โดยก่อนเกมมีการเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ของชลบุรี เอฟซีในคอนเซ็ปต์ "ฉลามทองคำ" สวยงามตามคาด และนักเตะของ "ฉลามชล" จะใส่ชุดนี้ลงทำการแข่งขันด้วย ส่วนทีมเยือนอย่างสมุทรสงคราม เอฟซีต้องการแชร์แต้มออกไปให้ได้เพื่อต่อลมหายใจในโซนท้ายตารางให้กว้างที่สุด

เปิดเกมมาได้เพียง 14 นาทีชลบุรี ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะต่อบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษของเจ้าบ้านและเป็นจังหวะสุดท้ายของติอาโก้ คุนญ่า แปบอลเล่นทางเข้าไปเสาไกลอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำเร็ว 1-0 และหมดครึ่งแรกที่สกอร์นี้

ครึ่งหลังทีมเยือนเปิดเกมรุกใส่เต็มพิกัดหวังทวงประตูคืนทำให้เกมเปิดกว้างมากขึ้น และในนาทีที่ 70 จากลูกเซ็ตพีซของเจ้าบ้านทำกองเชียร์ได้เฮอีกครั้ง ด้วยลูกเปิดของเลอันโดร อัสซัมเซา ตัวสำรองเจ้าถิ่นหยอดเข้ามาตรงกลางและเป็นพิภพ อ่อนโม้โขกแบบเต็มๆ เสียบตาข่ายสวยงาม หนีเป็น 2-0 แล้ว

ทีมเยือนเครียดหนักเพิ่มขึ้นในอีก 9 นาทีถัดมา ชลบุรีได้ประตูที่สามจนได้จากลูกขลุกขลิกหน้าประตูและเป็นเลอันโดร อัสซัมเซาโขกเบียดเสาเข้าไป พุทธศาสน์ บุญปก นายทวารทีมเยือนได้แต่เซฟด้วยสายตา

เกมจบทันทีในนาที 89 เมื่อพิภพ อ่อนโม้ จ่ายบอลตัดหลังแนวรับสมุทรสงคราม เอฟซี โดยมีเลอันโดร อัสซัมเซาวิ่งไปรับแบบไม่ล้ำหน้าก่อนเลือกมุมยิงง่ายๆ เจ้าบ้านชลบุรีนำยาว 4-0 ก่อนจบเกมด้วยสกอร์นี้คว้า 3 คะแนนส่งท้ายเกมเหย้าซีซั่นนี้

รายชื่อ 11 ผู้เล่นคนแรกของทีม ชลบุรี เอฟซี ผู้รักษาประตู สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, สุนทธินันท์ พุกหอม, อาทิตย์ สุนทรพิธ, พิภพ อ่อนโม้, โฟเด้ ดิอาคิเต้, อดุล หละโสะ, คาซูโตะ คูชิดะ, ชลทิตย์ จันทคาม, เบงก้า ซามูเอล อาจายี่, นพนนท์ คชพลายุกต์ และ ติอาโก้ คุนญ่า

รายชื่อ 11 ผู้เล่นคนแรกของทีม สมุทรสงคราม เอฟซี ผู้รักษาประตู พุทธศาสน์ บุญปก, จุง โฮจิน, ทรงวุฒิ บัวเพ็ชร (C), วิคเตอร์ อมาโร่, ภูวนาท แสงศรี, บาโบ่ มาร์คแลนรี่ ,เจษฎา ภู่เล็ก, เอกศักดิ์ บัวเบา, สิทธิ์พันธ์ ชุมช่วย, กีย์ ฮูแบร์, ปรวัตร สิริวัฒนากร

 

 บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-1 ชัยนาท เอฟซี
 

 

 
 ราชบุรี เอฟซี 1-0 อินทรีเพื่อนตำรวจ เอฟซี
 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี เป็นการพบกันระหว่าง "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมรองบ๊วยของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "สุภาพบุรุษโลห์เงิน" อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 9 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.5 จอห์น โอเบรกอน ผู้เล่นเจ้าถิ่น ได้ยิงด้วยขวา หน้าเขตโทษ แต่ วัลลภ แซ่จิ๋ว ผู้รักษาประตูอินทรีเพื่อนตำรวจ ยังปัดทิ้งไว้ได้ทัน

น.15 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะยิงไกลของ ดักลาส คาร์โดโซ่ แต่ วัลลภ แซ่จิ๋ว รับไว้ได้สบาย

อีก 5 นาทีต่อมา มิคาเอล เมอร์ซี่ กองหน้าอินทรีเพื่อนตำรวจ ได้โอกาสหลุดเดี่ยว แต่ยิงบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีม มีจังหวะที่น่าจะได้ประตูแต่ทำอะไรไม่ได้ หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.51 เจ้าบ้าน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 1-0 จากลูกจุดโทษของ ดักลาส คาร์โดโซ่ หัวหอกตัวเก่งชาวบราซิล

น.72 อรรถพงศ์ หนูพรหม มิดฟิลด์เจ้าถิ่น ได้ปั่นฟรีคิกด้วยซ้าย แต่ วัลลภ แซ่จิ๋ว กระโดดพุ่งปัดออกได้ทัน ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้

จบเกม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เปิดบ้านเฉือนชนะ อินทรีเพื่อนตำรวจ 1-0 เก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ แต่พวกเขายังต้องไปลุ้นในแมตซ์สุดท้ายของฤดูกาล โดยจะทำศึกลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ด้วยการออกไปเยือน "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายนนี้

 

 
 พัทยา ยูไนเต็ด 0-1 เชียงราย ยูไนเต็ด
 ต่อกันที่สนามเทศบาลหนองปรือ เป็นการพบกันระหว่าง "โลมามหาภัย" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "กว่างซ้งมหาภัย" เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 14 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.3 ทีมเยือน เชียงราย ยูไนเต็ด ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ เลโอนาโด้ แฟร์เรย์รา ได้ลองยิงไกล ระยะ 30 หลา แต่บอลหลุดกรอบออกไป

จากนั้น 30 นาทีต่อมา เป็นทั้งสองทีม ที่พยายามเปิดเกมบุกแลกเข้าใส่กัน แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์ที่แน่นอน

น.40 เซอร์เก ไดเชนโก้ ผู้เล่น พัทยา ยูไนเต็ด ได้โหม่งจ่อๆในเขตโทษ แต่ ทนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ เซฟไว้ได้ทัน หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.65 เชียงราย ยูไนเต็ด มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ อภินันท์ สวนทอง ไปทำฟาล์ว ยูเลียน ซูซ่า ดาซิลวา ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น อานนท์ สังสระน้อย ที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด ทำให้ เชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นนำเป็น 1-0

น.76 พัทยา ยูไนเต็ด พลาดโอกาสการตีเสมออย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ เซอร์เก ไดเชนโก้ ได้กระโดดโหม่งเต็มๆ ในเขตโทษ แต่ ทนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ ยังรับบอลได้ทัน

น.83 อนุวัฒน์ อินยิน กองกลางพัทยา ยูไนเต็ด ได้ลองยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลโค้งหลุดกรอบออกไป

อีก 4 นาทีต่อมา เจอรี่ ฟาเรียส มิดฟิลด์จอมขยันเชียงราย ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงไกลด้วยซ้าย แต่บอลหลุดกรอบโค้งออกไป จบเกม เชียงราย ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ พัทยา ยูไนเต็ด ได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ทำให้พวกเขารอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาลนี้แน่นอนแล้ว ส่วนโอกาสของ พัทยา ยูไนเต็ด ในการเล่นอยู่บนลีกสูงสุด มีน้อยลงไปทุกที

 

 
 ทีโอที เอสซี 1-0 สงขลา ยูไนเต็ด
 “ฮัล โหล” ทีโอที เอสซี ทีมอันดับ 15 เปิดสนามทีโอที สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “วัวชนแดนใต้” สงขลา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 13 โดยทั้งสองทีมสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย หากทีมใดเก็บสามแต้มได้จะการันตีการอยู่รอดทันที

ครึ่งแรกเริ่มมาได้เพียง 9 นาที เป็นทางฝ่ายเจ้าบ้านที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ประกิต ดีพร้อม วางบอลจากแดนกลางเข้าไปในเขตโทษ รชานนท์ กันยาทอง กองหลังทีมเยือนสกัดไม่ขาด บอลเข้าทาง เอกชัย ฤทธิพันธ์ จิ้มต่อให้ จูนินโญ่ ปั่นด้วยเท้าซ้ายหน้ากรอบ 6 หลาเข้าไปให้ทีโอทีขึ้นนำไปก่อน 1-0

หลังจากนั้นยังเป็นเจ้าบ้านที่มีโอกาสลุ้นประตูอีกหลายครั้ง ส่วนสงขลาตกเป็นฝ่ายตั้งรับซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรกทีโอทีนำ 1-0

ครึ่งหลังเริ่มมาเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น ทีมฮัลโหลชวดการได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย จากการยิงไกลของ พนมกรณ์ สายสอน แต่โดน โจนาธาน มาติยาส พุ่งปัดข้ามคานออกหลังไปได้

จากนั้นยังเป็นฝ่ายเจ้าบ้านที่บุกได้มากกว่า และมีโอกาสอีกครั้งใน น.80 จากลูกชิพด้วยซ้ายของ นพพล ผลอุดม ตัวสำรอง แต่ก็ข้ามคานออกไป

จบเกมไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้ทีโอทีเปิดบ้านเอาชนะสงขลาไปได้ 1-0 ทำให้ทีมฮัลโหลการันตีการรอดตกชั้นได้สำเร็จ ส่วนทีมวัวชนแดนใต้ต้องไปลุ้นในนัดสุดท้ายที่จะบ้านรับการมาเยือนของสุพรรณบุรี เอฟซี

 

 
 บีอีซี เทโรศาสน - เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
 บีอีซี เทโรฯ ฉลองเวอร์ชั่น "มังกรทอง" สุดคลาสสิคหยุดความแรง "กิเลนผยอง"

ที่ สนาม เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามีนบุรี ศึกบิ๊กแมตช์ไทยพรีเมียร์ลีก "มังกรทอง" บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 7 พบ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 ที่มีโอกาสลุ้นแชมป์

โดยสถิติที่ผ่านมาพบกันมา 9 หน บีอีซี เทโรศาสน ไม่เคยชนะ เอสซีจี เมืองทอง โดยเสมอ 2 ครั้งและแพ้ 7 ครั้ง

เจ้าบ้านมาในชุดเวอร์ชั่น "Golden Dragon" ชุดแข่ง 2014 "มังกรทอง" โดยขุมกำลังนักเตะโชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามมี "กัปตันอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค คุมแดนกลาง วิชะยา เดชมิตร เป็นตัวฟรี และ เคลตัน ซิลวา ยืนเป็นหน้าเป้า

ทีมเยือน เรเน่ เดอร์ซาเยียร์ เฮดโค้ชกิเลนผยองส่งชุดใหญ่ลงสนาม คิม ยู จิน เป็นหัวใจเกมรับ , ดานโญ่ เซียก้า คุมแดนกลาง คู่หูเกมรุกเป็น มาริโอ ยูรอฟสกี้ กับ ธีรศิลป์ แดงดา

เริ่มเกมทั้งสองทีมเปิดเกมรุกเข้าใส่กันแบบสนุก โดย น. 12 "มังกรทอง" มีโอกาสลุ้นจากจังหวะที่ รังสรรค์ จ่ายบอลโด่งให้ เคลตัน ซิลวา บริเวณหน้ากรอบเขตโทษทว่าดาวยิงชาวบราซิลยิงไม่จับด้วยซ้ายบอลข้ามคานออกไปไกล

น.17 บีอีซี เทโรศาสน ได้ฟรีคลิกนอกกรอบเขตโทษด้านขวาระยะ 25 หลา รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งชนคานอย่างจังพลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มีโอกาสน้อยกว่าในช่วง 20 นาทีแรกมาได้ประตูขึ้นนำ น.24 จากจังหวะที่ ปิยพล บรรเทา ขึ้นเกมจากด้านขวาก่อนจ่ายเข้ากลางให้ ธีรศิลป์ แดงดา ได้ยิงเน้นด้วยขวาเข้าไปอย่างง่ายดายให้ "กิเลนผยอง" บุกนำ "มังกรทอง" 1-0 และเป็นกสอรร์เดียวในครึ่งเวลาแรก

กลับมาในครึ่งเวลาหลัง "กิเลนผยอง" เปลี่ยนตัวส่ง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลงมาแทน อาทิตย์ ดาวสว่าง โดยขยับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ไปเล่นแบ็คขวาแทน

เจ้าบ้านยังครองเกมได้ดีกว่าและใน น.54 มังกรทองได้เฮลั่นสนามเมื่อ วิชะยา เดชมิตร เก็บตกจังหวะสองยิงตีเสมอให้ บีอีซี เทโรฯ ตามตีเสมอ เอสซี เมืองทอง 1-1

จากนั้น น. 60 บีอีซี เทโรศาสน มีโอกาสพลิกขึ้นนำ 2-1 จากการหลุดจากกลางสนามและ นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม เติมเกมมาซัดไกลระยะ 30 หลาแต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างได้ลุ้น

"มังกรทอง" ยิ่งเล่นยิ่งได้ใน และใน น. 67 "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลากบอลหลุดเดี่ยวแบบฉุดไม่อยู่เข้าไปในเขตโทษก่อนล็อคหลบ ดานโญ่ เซียก้า และยิงแบบเลือดเย็นด้วยขวาให้ "มังกรทอง" ผงาดนำ "กิเลนผยอง" 2-1

อย่างไรก็ตาม "กิเลนผยอง" ไม่ยอมง่ายๆ น.72 "เกรียนโอ้" มาริโอ ยูรอฟสกี้ ยิงด้วยซ้ายบริเวณนอกกรอบเขตโทษบอลไซด์โค้งเสียบตาข่ายอย่างสวยงามให้ เอสซีจี เมืองทอง ตามตีเสมอ บีอีซี เทโรศาสน 2-2

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมเล่นกันอย่างสนุกแต่ไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม "มังกรทอง" บีอีซี เทโรศาสน เสมอ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2 ฉลอง 1 แต้มกับชุดแข่งใหม่ ส่วนผลเสมอเกมนี้ทำให้ กิเลนผยอง หมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก

 

 
 แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
 ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2013 นัดที่ 31 รองสุดท้ายของฤดูกาล ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 ที่ต้องการเพียง 1 คะแนนจะการันตีการอยู่รอดในลีกสูงสุดเปิดบ้านพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงซึ่งหวังบุกมาคว้า 3 แต้มเพื่อครองแชมป์สมัยที่ 2 ทันที

เจ้าถิ่นมี แอนโทนี อำไพพิทักษ์วงศ์ กองกลางลูกครึ่งไทย-เยอรมันลงเล่นตัวจริงพบทีมเก่า ส่วนกองหน้าใช้งาน พอล เอคโคโล ส่วน โรเมียง กัสมี หัวหอกกัปตันทีมเป็นเพียงตัวสำรอง ส่วนทีมเยือนมาแบบฟูลทีม คาร์เมโล กอนซาเลซ และ ฆาเบียร์ ปาตินโญ สองคู่หูชาวสเปนที่ยิงรวมกันไป 37 ลูกในซีซั่นนี้ลงล่าตาข่าย

ช่วง 10 นาทีแรกทีมเยือนบุกได้มากกว่าแต่เกือบเสียประตูจากลูกยิงไกลของ วิทยา หมัดหลำ แต่บอลไปชนเสา ถัดมา บุรีรัมย์ได้ลุ้นบ้างจากการหลุดเข้าไปยิงมุมแคบของ อนาวิน จูจีน แต่บอลเข้าหน้าต่าง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงบุกแบบพับสนามแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของเจ้าถิ่นได้หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมา 4 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่ จิรวัฒน์ มัครมย์ เหมือนพยายามเปิดเข้ากลางแต่บอลกลายเป็นดีพุ่งเสียบเสาแรก 1-0

น.63 จิรวัฒน์ มัครมย์ คนที่ยิงประตูขึ้นนำมีอาการบาดเจ็บถูกเปลี่ยนตัวออกโดย สุรัตน์ สุขะ ลงมาแทน

น.85 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาตอกย้ำชัยชนะจากจังหวะที่ คาร์เมโล กอนซาเลซ ไหลให้ ออสมาร์ แปเรียดเข้าเสาแรก 2-0 จบเกม ทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการแม้จะเหลือโปรแกรมแข่งขันอีก 1 นัด

สำหรับเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านพบ ทีโอที เอสซี ส่วน แบงค็อก ยูไนเต็ด ออกไปเยือนเชียงราย ยูไนเต็ด วันที่ 3 พ.ย.นี้

 

 
 อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-0 โอสถสภา สระบุรี
 


ผลการแข่งขัน
 
ข่าวการแข่งขัน