โกล.คอม - หน้าหลัก

thumbnail สวัสดี,
 
แข่งจบแล้ว
ตุลาคม 19, 2013 6:00 หลังเที่ยง ICT

 
ดาวเด่นประจำแมตช์
?
จะประกาศผลเร็วๆ นี้
ดาวดับประจำแมตช์
?
จะประกาศผลเร็วๆ นี้

TPL Recap นัดที่ 32

สุมัญญาแฮททริค วัวใต้ไร้สกอร์ วันของมังกรไฟ ตำรวจกุมแต้มพี่หลาม สายฟ้าฟาดโลมายับ ปลาทูเจ๊าทหาร กว่างคว้าชัยศึกสีส้ม กิเลนเฉือนคมเอาชนะกระต่ายได้

Thai - Muangthong - Bangkokglass ThaiPremierLeague CR Almon foto
Almon foto
 
ภาพ : ปรียาพร ครูปอนปอน
ชัยนาท เอฟซี 3-0 สุพรรณบุรี เอฟซี
สุมัญญา ปุริสาย 23' 48' 87'
 ที่เขาพลอง สเตเดี้ยม ชัยนาท เอฟซี ทีมอันดับ 10 ลงเล่นเกมในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาล พบ สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 4 โดยทั้งสองทีมลุ้นเพียงแค่ทำอันดับให้ดีที่สุดเท่านั้น

น.23 แฟนบอลนกใหญ่พิฆาตได้เฮเมื่อ สุมัญญา ปุริสาย พลิกบอลหนี อดิศักดิ์ กานู ก่อนเหนี่ยวไกด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเรียดเข้าเสาสองอย่างสวยงาม 1-0 จากนั้นยังเป็นชัยนาทที่บุกได้มากกว่าแต่ไม่มีประตูเพิ่มในช่วงครึ่งเวลาแรก

ครึ่งหลังสุพรรณบุรีเปลี่ยนเอา กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ลงมาเฝ้าเสาแทน นันทพล ศุภไทย แต่ก็มาโดนทีเด็ดของ สุมัญญา อีกครั้งในน.48 จากลูกยิงไกลเกือบ 30 หลาบอลพุ่งตุงตาข่าย 2-0

น. 64 สุพรรณบุรี มาเหลือ 10 คน สุชนม์ เข้าปะทะกับโจ แต กึน ก่อนไปหวดนอกเกม ผู้ตัดสิน ชูใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงให้ สุชนม์ ช่วงท้าย สุมัญญา ตอกย้ำความเป็นฮีโร่ในเกมนี้ด้วยการหลุดเดี่ยวเข้าไปแปผ่านตัว กิตติพงศ์ อย่างเยือกเย็นเป็นแฮททริก จบเกม ชัยนาท เปิดบ้านเอาชนะ สุพรรณบุรี 3-0


 ภาพ : Paninho
 สงขลา ยูไนเต็ด 0-1 แบ็งค็อก ยูไนเต็ด
พอล เอ็คโคโล 37’
 ช่วงต้นเกมทั้งคู่ยังทำเกมสู้กันได้อย่างสูสี และในนาทีที่ 18 ก็เป็นแบงค็อกทีมเยือนที่มาได้ลุ้นก่อน จากจังหวะที่พลวัฒน์เปิดบอลเข้ามาและเป็นธฤติที่ได้โหม่งแต่ไปติดตัวกองหลังของสงขลาออกหลังไป

และในนาทีที่ 37 ทีมเยือนก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะสวนกลับและเป็นใหญ่ นิลวงศ์ที่แทงทะลุช่องให้พอล เอ็คโคโลล้มตัวยิงผ่านมือของโจนาธาน มาร์ติจาสเข้าไปช่วยให้แบงค็อก ยูไนเต็ดออกนำ 1-0

ช่วงท้ายครึ่งแรกสงขลาพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูคืนให้ได้และมาได้ลุ้นในนาทีสุดท้ายจากจังหวะที่มานพ หยอดเข้าไปให้โคเน เซย์ดูเติมขึ้นมาโขกแต่อองโตแน็งยังรับไว้ได้ทัน ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดครึ่งแรกเป็นบียูที่นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังเป็นสงขลาที่มาได้ลุ้นโอกาสทำประตูหลายต่อหลายครั้งโดยเฉพาะการครอสมาจากด้านข้างและในนาทีที่ 57 พวกเขาก็เกือบตีเสมอได้สำเร็จจากลูกเตะมุมและเป็นมานพที่ปั่นเข้าไปกะให้บอลมันโค้งเข้าแตเสาสองแต่อ็องโตแนงยังปัดออกไปได้

และนาทีที่ 60 แบงค็อกก็มาตอบโต้บ้างและเกือบมาได้ประตูทิ้งห่างจากลูกฟรีคิกและเป็นพลวัฒน์ ปิ่นกองที่รับหน้าที่ปั่นเข้าไปแต่โจนาธานยังปัดออกหลังไปได้ทัน

รูปเกมยังเป็นแบงค็อกที่มีจังหวะลุ้นมากกว่าและในนาทีที่ 72 พวกเขาก็น่าจะมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่มิลอส โบกูโนวิช พาบอลลุยเข้าไปในกรอบเชตโทษก่อนที่จะจ่ายและบอลไปขลุกขลิกกันมาเข้าทางณัฐพรได้ยิงโล่งๆแต่มาร์ติจาสยังออกมาบล้อคได้ทันพอดี

ช่วงท้ายเกมเป็นสงขลาที่พยายามบุกอย่างหนักและในนาทีสุดท้ายก็เป็นซูไรมาน อาแวกะจิที่ได้ซัดด้วยซ้ายแต่อองโตแน็งยังปัดออกหลังไปได้ และทีมเจ้าถิ่นก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันเป็นแบงค็อก ยูไนเต็ดที่เอาชนะไป 1-0 เก็บสามคะแนนถีบตัวเองพ้นจากโซนตกชั้นขึ้นมาได้เฮือกใหญ่ขณะที่ทางสงขลาต้องลงมาลุ้นหนีตกชั้นอย่างเต็มตัวแล้ว

 
โอสถสภา สระบุรี - บีอีซี เทโรศาสน
แอนโธนี่ โคเมนาน น.32 , วิชะยา เดชมิตร น.52 , คัพฟ้า บุญมาตุ่น น.61 , เคลตัน ซิลวา น.63 ,เคลตัน ซิลวา น.79 , วิชะยา เดชมิตร น.86
 ที่สนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี เป็นการพบกันระหว่าง "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 8 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 7 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก เกมดำเนินได้เพียงแค่ 10 นาที เจ้าบ้าน โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ได้จังหวะทักทายก่อน จากจังหวะที่ ณรงค์ จันทร์เสวก จ่ายบอลแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน
มาให้กับ แอนโธนี่ โคเมนาน ได้ยิงเต็มข้อ แต่บอลออกไปอย่างน่าเสียดาย

น.16 ทีมเยือน บีอีซี เทโรศาสน ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะสวนกลับของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายบอลให้กับ เคลตัน ซิลวา ได้ลองยิงไกล แต่ ณรงค์ วงษ์ทองคำ ยังเซฟไว้ได้

ทั้งสองทีมต้องเล่นกันในสภาพสนามที่ ค่อนข้างลื่น แต่อย่างไรก็ตาม น.32 โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จาก แอนโธนี่ โคเมนาน โหม่งบอลเข้าประตูไป หมดครึ่งแรก โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี นำอยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.52 ทีมเยือน บีอีซี เทโรศาสน มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการยิงไกลด้วยซ้ายอย่างสุดสวยของ วิชะยา เดชมิตร

อีก 9 นาทีต่อมา คัพฟ้า บุญมาตุ่น มายิงประตูให้ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี พลิกขึ้นนำเป็น 2-1

แต่ น.63 บีอีซี เทโรศาสน มายิงประตูตีเสมอได้เป็น 2-2 จากการยิงหน้าเขตโทษของ เคลตัน ซิลวา

ใน น.79 ทีมเยือน "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 3-2 จาก เคลตัน ซิลวา และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

อีก 3 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ ไอแซค ฮอนนี่ ทำฟาล์ว แอนโธนี่ โคเมนาน ในเขตโทษ แต่ แอนโธนี่ โคเมนาน ยิงไปติดเซฟของ พิศาล ดอกไม้แก้ว

น.86 บีอีซี เทโรศาสน มาได้ประตูออกนำเป็น 4-2 จาก การยิงด้วยซ้ายของ วิชะยา เดชมิตร จบเกม บีอีซี เทโรศาสน บุกมาเอาชนะ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 4-2 เก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

 อินทรี เพื่อนตำรวจ 3-1 ชลบุรี เอฟซี
สมภพ นิลวงษ์ 11, แดเนียล คอเตส 28, มิเกล เมอร์ซี 38, พิภพ อ่อนโม้ 89
 อินทรีเพื่อนตำรวจ เปิดสนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตรับชลบุรี เอฟซี

เจ้าบ้านเปิดเกมโต้ครั้งแรก และมาพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ในนาทีที่ 11 จาก สมภพ นิลวงษ์ ที่โขกเต็มศีรษะคนเดียวโล่งๆ ในจังหวะเตะมุม ก่อนที่ในนาทีที่ 28 จะได้อีกหนึ่งประตูจาก แดเนียล คอเตส และอีกสิบนาทีถัดจากนั้น มิเกล เมอร์ซี ก็จักรยานอากาศสุดงดงามชนิดที่ต้องหาไฮไลท์ดูทำให้เจ้าถิ่นฉีกหนีเป็น 3-0 แทบจะปิดประตูทันทีในครึ่งแรก

ครึ่งหลังชลบุรี บุกเต็มที่แบบไม่มีอะไรจะเสียและได้คืนเพียงประตูเดียวในนาทีที่ 89 จากพิภพ อ่อนโม้ จบเกมด้วยสกอร์ 3-1

เจ้าถิ่นรับ 3 คะแนนก่อนจะบุกไปเยือนราชบุรี มิตรผล เอฟซีในอาทิตย์หน้า ในขณะที่ชลบุรี เอฟซียังค้างอยู่ที่ 56 คะแนน และจะได้กลับไปเล่นในบ้านกับ "ปลาทูคะนอง" ในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

 

 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 5-0 พัทยา ยูไนเต็ด
ภาณุวัฒน์ จินตะ 11'(ทำเข้าประตูตัวเอง) ,คาร์เมโล กอนซาเลซ54 ,ฆาเบียร์ ปาตินโญ 63' ไค ฮิราโนะ 70' ,บรูโน อาริอาส 90'
 ที่ไอโมบาย สเตเดี้ยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงของตารางลงเล่นนัดที่ 30 ของฤดูกาล พบ พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 16 ที่กำลังลุ้นหนักเพื่ออยู่รอด โดย ปราสาทสายฟ้า ต้องการอีก 6 คะแนนจาก 3 นัดจะการันตีการเป็นแชมป์ในทันที

เจ้าถิ่นได้รับข่าวดีเมื่อ ฆาเบียร์ ปาตินโญ่ กองหน้าลูกครึ่งสเปน-ฟิลิปปินส์ที่เจ็บไปนานกลับมาเป็นตัวจริงลงประสานงานกับ คาร์เมโล กอนซาเลซ อีกครั้ง ขณะ ที่ทีมเยือนมี โอบินนา โอเจคู ศูนย์หน้าอันตรายลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมมา 2 นาทีเจ้าถิ่นน่าจะออกนำไปก่อนจากการประสานงานกันของสองแข้งสเปน คาร์เมโล หลุดไปจ่ายให้ ปาตินโญ คนเดียวโล่งๆแต่พยายามไขว้บอลไปติดขาตัวเองซ้ำอีกที คัง บอง-จุน นายทวารเกาหลีใต้ของพัทยาเซฟได้

น.11 บุรีรัมย์ที่บุกเป็นระลอกมาได้ประตูขึ้นนำจากการสงเคราะห์ของพัทยา โดย ภาณุวัฒน์ จินตะ ที่พยายามจะหวดบอลทิ้งจากลูกวางยาวกลางสนามแต่กลายเป็นวอลเลย์เข้าประตูตัวเองอย่างสุดสวย 1-0

เจ้าถิ่นยังเดินหน้าบุกแบบพับสนามและมีโอกาสส่งประตูอีกนับครั้งไม่ถ้วนแต่ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยังหาเรดาร์ของตัวเองไม่เจอ ขณะที่พัทยายังไม่มีจังหวะขึ้นมาทำอันตราย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

ครึ่งหลัง น.54 บุรีรัมย์ขยับหนีเป็น 2-0 ธีราทร เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาให้ คาร์เมโล วิ่งทะลุกองหลังพัทยา ก่อนโหม่งเช็ดหนีมือ คัง บอง-จุน เข้าไปและเป็นประตูที่ 23 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้แล้ว

น.63 ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่พลาดโอกาสทำประตูมาหลายครั้งก็ใส่ชื่อตัวเองบนสกอร์บอร์ดได้สำเร็จเมื่อขึ้นโหม่งลูกเปิดของ ธีราทร เข้าไปให้เจ้าถิ่นทิ้งห่าง 3-0

น.70 สกอร์ไหลเป็น 4-0 คาร์เมโล กอนซาเลซ ไหลให้ ไค ฮิราโนะ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงหนีมือคัง บอง-จุน ตุงตาข่าย และนาทีสุดท้าย บรูโน อาริอาส ตัวสำรองก็ลงมาโหม่งประตูปิดท้ายให้บุรีรัมย์ชนะไป 5-0 เก็บเพิ่มเป็น 72 คะแนนต้องการอีก 3 แต้มใน 2 นัดที่เหลือจะเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อย่างเป็นทางการ

 

 
 สมุทรสงคราม เอฟซี 1-1 อาร์มี่ ยูไนเต็ด
ภูวนาท แสงศรี น.21 , มงคล ทศไกร น.83
 ต่อกันที่สนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นการพบกันระหว่าง "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมอันดับ 13 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "สุภาพบุรุษวงจักร" อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ของตาราง

เข้าสู่ครึ่งแรก น.21 เจ้าบ้าน สมุทรสงคราม เอฟซี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการยิงด้วยซ้ายอย่างสุดสวยของ ภูวนาท แสงศรี

อีก 7 นาทีต่อมา ทีมเยือน อาร์มี่ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะสวนกลับของ อารอน ดา ซิลวา ได้ยิงมุมแคบด้วยขวา แต่ พุทธศาสน์ บุญปก ปัดไว้ได้ทัน

น.31 บาโบ้ มาร์ค แลนดี้ กองหน้าเจ้าถิ่น ได้ยิงด้วยขวาในเขตโทษ แต่บอลชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย หมดครึ่งแรก สมุทรสงคราม เอฟซี นำอยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.53 มงคล ทศไกร ผู้เล่นอาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่ พุทธศาสน์ บุญปก ชกทิ้งไว้ได้ทัน

อย่างไรก็ตาม น.83 อาร์มี่ ยูไนเต็ด มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการยิงของ มงคล ทศไกร และก่อนหมดเวลา น.90+2 กีย์ ฮูแบร์ ได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลหลุดกรอบไป

จบเกม สมุทรสงคราม เอฟซี เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-1 แบ่งไปทีมละ 1 แต้ม

 

 
 เชียงราย ยูไนเต็ด 1-0 ราชบุรี เอฟซี
เลอันโด แฟร์ไรรา13’
 เริ่มเกมมาทั้งคู่ยังทำเกมได้อย่างสูสีกันและเป็นทางฝั่งแฟนบอลเจ้าบ้านที่ได้เฮกันลั่นหลังทีมรักมาได้ประตูออกนำในนาทีที่ 13 จากการยิงของเลอันโด แฟร์ไรรา ที่ส่งลูกผ่านมือของชยุตม์ นาคชำนาญเข้าไปช่วยให้เชียงรายออกนำไปก่อน 1-0

พอโดนนำทีมราชันมังกรก็เหมือนตื่นจากภวังค์และพยายามบุกอย่างหนักละในนาทีที่ 36 ทีมเยือนก็เกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะยิงไกลของรัตนะ เพชรอาภรณ์แต่ทะนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ล้มตัวปัดออกหลังไปไว้ได้ ก่อนที่ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่จะทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้และผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกเป็นเชียงรายที่นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาแค่ 3 นาทียังเป็นราชบุรี มิตรผลที่ได้โอกาสบุกอย่างหนักและเกือบมาได้ประตูตีเสมออีกครั้งและยังคงเป็นรัตนะที่ได้โอกาสส่องไกลแต่ทนงศักดิ์ ยังป้องกันไว้ได้

และนาทีที่ 51 น่ามาได้ประตูตีเสมอเป็นอย่างมาก หลังจอห์น โอเบรกอนได้โขกเข้าประตูไปแล้ว แต่ผู้กำกับเส้นยกธงว่าหัวหอกชาวโคลอมเบียอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าทำให้กองเชียร์ทีมเยือนต้องเฮกันเก้อ

ช่วงเวลาที่เหลือราชบุรีพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะพังประตูตีเสมอให้ได้แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันเป็นเชียงรายที่เปิดบ้านเฉือนชนะทีมราชันมังกรไป 1-0

สามแต้มจากเกมนี้ทำให้กว่างโซ้งมหาภัยขยับจากโซนสีแดงขึ้นไปรั้งในอันดับที่ 14 ทันที ส่วนราชบุรี ต้องตกมารั้งในอันดับที่ 16 ด้วยการมี 26 แต้มเท่าเดิม

 


ภาพ : Almon foto
 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 บางกอกกล๊าส เอฟซี
มาริโอ ยูรอฟสกี้ น.35
 เกมไทยพรีเมียร์ลีกนัดบิ๊กแมตช์ ที่ สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 พบกับ "กระต่ายแก้ว" บางกอกกล๊าส เอฟซี

เจ้าบ้าน เรเน่ เดอร์ซาเยียร์ จัดชุดใหญ่ลงสนามมี ธีรศิลป์ แดงดา ยืนแนวรุกร่วมกับ มาริโอ ยูรออฟสกี้ และมี ดัสกร ทองเหลา คุมจังหวะเกม

ทีมเยือน อรรถพล ปุษปาคม มาแผน 4-5-1 ใช้ ธีรเทพ วิโนทัย ยืนฝั่งขวา ลาซารัส คาอิมบี้ ยืนหน้าเป้า โดยมี โกรัน ซูบาร่า ยืนเป็นหัวใจเกมรับ

เริ่มเกมทั้งสองทีมเล่นกันอย่างดุเดือดและเปิดเกมเข้าใส่กันแบบไม่มีกลัว น.16 เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นจากลูกเตะมุมฝั่งขวา ธีรศิลป์ ได้ขึ้นโหม่งแต่บอลไปตรงตัว นริศ ทวีกุล บล็อคไว้ได้ก่อนที่ รี กวาง ชอน จะตามซ้ำแต่บอลติดแผงหลังทีมเยือนสกัดบอลทิ้งพ้นเขตอันตราย

น.32 ลาซารัส คาอิมบี้ ทำเรื่องเหลือเชื่อในเกมนี้เมื่อหลุดเดี่ยวได้ดวลกับ วิษณุศักดิ์ แก้วเรือง นายด่านกิเลนผยองฯแบบตัวต่อต่อ ทว่าดาวยิงทีมชาตินามิเบียซัดเต็มข้อบอลหลุดนอกกรอบออกไปแบบช็อคเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลบีจี

น.35 มาริโอ ยูรอฟสกี้ ทำให้แฟนบอลในสนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เฮลั่นเมื่อกดให้ กิเลนผยอง ออกนำ บางกอกกล๊าส 1-0 จากการโหม่งชงถวายพานของ ธีรศิลป์ แดงดา

น.45 ฟลาเวียง มิเชลินี่ ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะสกัดของ ดัสกร ทองเหลา สุดท้ายทนไม่ไหวจนต้องเปลี่ยน "เต่าดิลโญ่" ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ลงมาเล่นแทน ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์เจ้าบ้านนำ 1-0

กลับมาในครึ่งเวลาหลัง บางกอกกล๊าส เอฟซี มีลุ้นตีเสมอใน น.46 ลาซารัส คาอิมบี้ ได้หลุดฝั่งซ้ายของกดด้วยซ้ายบอลเลียดหลุดเสาสองออกไป

น.61 เมืองทองมีโอกาสได้ลุ้นประตูหนีห่างเมื่อ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้หลุดเดี่ยวเบียดชนะ ประวีณวัช กองหลังบีจีแต่ นริศ ทวีกุล ผู้รักษาประตู บางกอกกล๊าส ยังไวพอออกมาตัดบอลจากเท้าดาวเตะกิเลนผยองไว้ได้

น.82 บางกอกกล๊าส เอฟซี พลาดโอกาสตีเสมอแบบน่าเสียดาย หลัง ธีรเทพ วิโนทัย ทำชิ่งกับ ลาซารัส คาอิมบี้ ก่อนที่คืนให้ "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย ได้หลุดคลุกคลิกหน้าประตูก่อนจะได้จังหวะจะซัด แต่ อาทิตย์ ดาวสว่าง เตะบอลทิ้งออกไปได้อย่างหวุดหวิด

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-0 เก็บ 3 คะแนนมีลุ้นบี้แชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงอีกหนึ่งสัปดาห์


ผลการแข่งขัน
 
ข่าวการแข่งขัน