thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

  • 8 มิถุนายน 2012
  • • 23:00
  • • สตาดิโอน นาโรโดวี, Warszawa
  • ผู้ตัดสิน: การ์ลอส เบลาสโก้ การ์บัลโญ่
  • • ผู้ชม: 56070
1
จบ
1

โปแลนด์ 1 - 1 กรีซ : ซาลปิงกิดิส ซูเปอร์ซับ พากรีซ 10 คนกลับมาตีเสมอ

โปแลนด์ 1 - 1 กรีซ : ซาลปิงกิดิส ซูเปอร์ซับ พากรีซ 10 คนกลับมาตีเสมอ

Getty Images

ดิมิทริส ซาลปิงกิดิสตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลังโชว์ฟอร์มเป็นซูเปอร์ซับทั้งยิงลูกตีเสมอ ทำให้ได้จุดโทษ และส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแต่ล้ำหน้าเสียก่อน

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกีเป็นคนยิงลูกแรกในยูโร 2012 ส่วนโซคราติส ปาปัสตาโทปุลอสรับใบแดงแรกของทัวร์นาเมนต์ไปตั้งแต่นัดเปิดสนาม ก่อนที่ดิมิทริส ซาลปิงกิดิสจะเป็นซูเปอร์ซับช่วยให้ทีมตีเสมอได้ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

เกมนัดแรกประเดิมยูโร 2012 เป็นการพบกันของเจ้าภาพโปแลนด์ ซึ่งหวังจะล้างอาถรรพ์และเอาชนะนัดแรกในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปให้ได้ โดยฟรานซิสเซ็ค สมูดา ส่งเลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าฟอร์มแรงจากโบรุสเซียดอร์ทมุนด์เป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วนกรีซเองก็ส่งผู้เล่นเต็มสูบลงสนาม โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างผู้เล่นจอมเก๋าจากชุดแชมป์ยูโร 2004 อย่างจอร์จอส คารากูนิส และบรรดานักเตะหน้าใหม่ๆ

ในช่วงแรก โปแลนด์ เจ้าภาพร่วมเป็นฝ่ายครองเกมไว้ได้เกือบทั้งหมด มีโอกาสสวยๆ ตั้งแต่นาทีที่ 5 ราฟาเอล มูราฟสกียิงด้วยซ้ายแบบเน้นๆ แต่ชาลคิอัสลอยตัวปัดทิ้งไปได้ ถัดมาในนาทีที่ 11 กรีซเริ่มตอบโต้กลับมาได้บ้าง ธิโอฟานิส เกคาสได้โหม่งเต็มๆ จากลูกฟรีคิก แต่บอลถากออกหลังไปเยอะ

หลังจากนั้นอีก 6 นาที ประตูแรกของยูโร 2012 ก็มาถึงเลวานดอฟสกี้ชิงจังหวะโหม่งบอลจากลูกเปิดทางกราบขวาเข้าไปอย่างสวยงามชนิดที่คอสตาส ชาลคิอัส ผู้รักษาประตูกรีซหมดปัญญาจะป้องกัน

เมื่อขึ้นนำโปแลนด์ก็เริ่มหันมาดึงเกมช้า เปิดโอกาสให้กรีซได้หายใจหายคอบ้าง ส่วนกรีซก็ยังคงเล่นแบบระมัดระวังตามสไตล์ถนัด ต่างฝ่ายต่างยังคงเล่นแบบระแวดระวังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนาทีที่ 35 ก็มีใบเหลืองแรกของยูโร เมื่อปาปัสตาโทปุลอสขึ้นแย่งโหม่งแล้วใช้ท่อนแขนกดฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป

และในนาทีที่ 44 ปาปัสตาโทปุลอสก็กลายเป็นคนรับใบแดงแรกของยูโร เมื่อเจตนาไปขวางทางวิ่งของราฟาเอล มูราฟสกี ผู้ตัดสินไม่ลังเลควักใบเหลืองแดงไล่ออกจากสนาม

หมดครึ่งแรก โปแลนด์นำกรีซ 1-0

เริ่มครึ่งหลัง กรีซไม่มีทางเลือก ตัดสินใจถอดโซติริส นินิสออก ส่งดิมิทริส ซาลปิงกิดิสลงมาแทน โปแลนด์เลือกที่จะแพ็คเกมให้แน่น ปล่อยให้กรีซเป็นฝ่ายบุก แต่เริ่มครึ่งหลังไม่ทันไร วอจเซียช เซสนีย์ ผู้รักษาประตูโปแลนด์ออกมาตัดบอลพลาด เปิดโอกาสให้ซาลปิงกิดิสที่เพิ่งลงสนามไม่ทันไรซัดตุงตาข่ายไป

เมื่อโดนตีเสมอ โปแลนด์ก็เริ่มกลับมาเร่งเกมอีกครั้งหวังกู้หน้า ส่วนกรีซกลับเริ่มเล่นได้ดีขึ้นจนแืทบมองไม่ออกว่าเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน นาทีที่ 65 จอร์จอส ซามาราส ได้โอกาสทองเมื่อรับบอลยาวจากครึ่งสนาม แต่กลับหวดข้ามคานออกไปชนิดไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 71 แฟนโปแลนด์ก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเซสนีย์ทำฟาล์วซาลปิงกิดิสในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่โกลอาร์เซนอลออกจากสนาม ทว่าจอร์จอส คารากูนิส กัปตันทีมยิงจุดโทษไม่เข้่า ถัดมาอีก 3 นาที แฟนเจ้าภาพก็ต้องลุ้่นอีกครั้งเมื่อซาลปิงกิดิสได้จังหวะยิงเข้าไป แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า กลับกลายเป็นว่ากรีซเป็นฝ่ายได้โอกาสมากกว่ามากในช่วงครึ่งหลัง

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้่ายเกม ทั้งสองฝ่ายต่างระมัดระวังเต็มที่ มีโอกาสบ้างประปรายแต่ไม่จะแจ้งนัก โปแลนด์พยายามเร่งเกมในช่วงนาทีสุดท้ายแต่เร่งไม่ขึ้น จบเกมเสมอกันไป 1-1 ส่งผลให้เจ้าภาพร่วมยังคงต้องรอชัยชนะนัดแรกในยูโรต่อไป










ข่าวที่เกี่ยวข้อง