thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

  • 28 มิถุนายน 2012
  • • 1:45
  • • ดอนบาสส์ อารีน่า, Donets'k
  • ผู้ตัดสิน: ค. คาคีร์
  • • ผู้ชม: 48000
0
จุดโทษ
0

สเปน won 4 - 2 on penalties

TIME'S UP : โปรตุเกส 2 - 4 สเปน ฎีกาครั้งที่สองกระทิงชนะ

TIME'S UP : โปรตุเกส 2 - 4 สเปน ฎีกาครั้งที่สองกระทิงชนะ

Panoramic

ทั้งสองทีมต่อสู้กันได้อย่างสูสีตลอด 120 นาที แม้ว่า 'กระทิงดุ' จะเป็นฝ่ายเหนือกว่าเล็กน้อย แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ และเป็นโปรตุเกสที่พ่ายการดวลจุดโทษไปในที่สุด

โปรตุเกสจัดทัพชุดเดิมลงตามคาดหมาย แต่ฝั่งสเปนกลับทำเซอร์ไพรส์ผู้ชมค่อนโลก ด้วยการส่ง อัลบาโร เนเกรโด้ ลงเล่นในแนวหน้าแทนที่จะเป็น  เชสก์ ฟาเบรกาส ลงทำหน้าที่เหมือนนัดที่ผ่านมา

เริ่มเกมได้ไม่ทันไร โปรตุเกสก็มีจังหวะเสียว เมื่อพวกเขาได้ลูกเตะมุมใน นาทีที่ 2 มิเกล เวโลโซ เปิดบอลด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งแทบจะเสียบคาน อิเกร์ คาซิยาส ต้องออกแรงปัดออกหลังไป

หลังจากนั้น สเปนก็กลับเป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่ตามคาด นาทีที่ 9 อิเนียสต้าต่อบอลหนึ่งสองกับเพื่อนทางกราบซ้าย ก่อนจ่ายให้เนเกรโด้ในกรอบเขตโทษ กองหลังโปรตุเกสสกัดบอลหลุดออกมาทางด้านขวา อัลบาโร อาร์เบลัว แบ็คขวาเติมขึ้นมายิงจากบริเวณเส้นเขตโทษแต่บอลหลุดข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 20 นานีกระชากบอลแหวกกองหลังสเปนมาสองคน แต่รามอสไม่ยอมให้เสียเหลี่ยม เลยดึงมือไว้เล็กน้อย นานีทิ้งตัวล้มลงไป กรรมการเรียกให้ลุกขึ้นเฉย ทั้งที่แทบจะหลุดเดี่ยวไปแล้ว

แม้รูปเกมจะสูสีกัน แต่ดูเหมือนจังหวะทำประตูของสเปนจะชัดเจนกว่า นาทีที่ 29 เนเกรโด้เข้าไปเก็บบอลทางด้านกราบขวา และอาศัยความใหญ่บังบอลรอเพื่อนเติมขึ้นมา เป็นซาบีที่เข้ามารับบอล ก่อนจะถ่ายต่อออกไปจนถึงอิเนียสต้าทางกราบซ้าย อิเนียสต้าแต่งบอลและปั่นโค้งข้ามคานออกไปชนิดแฟนบอลโปรตุเกสใจหายวาบ

อีก 2 นาทีถัดมา โปรตุเกสก็อาศัยความผิดพลาดของกองหลังสเปนโต้คืนกลับมาบ้าง เมือกลางโปรตุเกสตัดบอลได้ ก่อนที่ลูกจะหลุดมาถึงโรนัลโด้ ที่แต่งด้วยขวา ซัดด้วยซ้าย บอลเรียดเบียดเสาไปแบบขนลุก

นาทีที่ 37 จังหวะนี้สเปนทำกันสวย กองกลางถ่ายบอลไปมาเรื่อย ๆ จนแฟนบอลโห่ แท้จริงคือแผนดึงตัวประกบ พอเห็นซิลบาว่าง ก็่จ่ายบอลยาวมาให้ทันที เขาพาบอลเข้าไปถึงระยะทำการ แล้วเลือกจ่ายให้อิเนียสต้า เสียดายจ่ายลึกเกินไป อิเนียสต้ามาตามนัดไม่ทัน บอลกลับไปเป็นของโปรตุเกส

ครึ่งเวลาแรกทั้งคู่ยังทำอะไรกันไม่ได้ แต่ฝั่งสเปนดูจะเหนือกว่าอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ครองเกมไม่ได้เด็ดขาด น่าหวาดเสียวว่าโปรตุเกสจะอาศัยอาวุธหนักอย่างโรนัลโด้ ทำอะไรได้บ้างในช่วงครึ่งหลัง

เริ่มครึ่งหลัง ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น และยังเป็นฝ่ายสเปนที่ครองบอลได้มากกว่าอยู่เช่นเดิม แต่ก็ยังไม่อาจจบสกอร์ได้

นาทีที่ 54 ในที่สุด เดล บอสเก้ ก็อดรนทนไม่ได้ ต้องส่ง เนเกรโดผู้น่าสงสาร ถูกเปลี่ยนออก และให้ เชสก์ ฟาเบรกาส กองกลางปฎิบัติหน้าที่กองหน้าลงมาแทน        

นาทีที่ 60 โรนัลโด้พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ เขาโดนเซร์คิโอ รามอสสะกิดเล็กน้อยจึงทิ้งตัวล้มลงไป กรรมการควักใบเหลืองให้สตาร์เรอัล มาดริดเพราะคิดว่าจงใจพุ่งล้ม ถัดมาอีกเพียง 1 นาที โปรตุเกสก็มีอีกใบเหลืองเมื่อเปเป้เข้าไปโหม่งปะทะกับซาบี อลอนโซ กรรมการให้ใบเหลืองทันที เกมนี้ดูท่ากรรมการจะเป่าขัดใจแฟนบอลฝอยทองไม่น้อย

นาทีที่ 67 ซาบีลากบอลมาจากครึ่งสนาม กองหลังโปรตุเกสไม่กล้าเข้ามาบีบเพราะกลัวโดนจ่ายบอลตัดหลัง จอมทัพสเปนจึงตัดสินใจยิงไกล น่าเสียดายที่บอลเบาเกินไปแถมยังตรงตัวปาทริซิโอรับได้สบายๆ

ถัดมาอีก 4 นาที โปรตุเกสได้ฟรีคิกจากจังหวะที่โรนัลโด้ถูกเซร์คิโอ บุสเกตส์ขวางไม่ยอมให้พาบอลเข้าหาประตู ปีกจอมถล่มประตูลุกขึ้นมาสังหารฟรีคิกเอง แต่บอลมุดลงมาไม่ทัน ข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

ก่อนหมดเวลาปกติ 1 นาที โรนัลโด้ได้โอกาสทองที่จะปิดเกม เมื่อเขาได้บอลหลุดเข้าไปถึงกรอบเขตโทษ และมีผู้เล่นโปรตุเกสดาหน้าขึ้นมาถึง 4 คน แต่จะเพราะแรงกดดันหรืออะไรก็ไม่ทราบ เขายิงด้วยซ้ายหลุดออกไปชนิดไม่ได้ลุ้นเลย

หมด 90 นาที ยังทำอะไรกันไม่ได้ ต้องไปว่ากันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

เกมในช่วงทดเวลาพิเศษยังคงจืดสนิท สเปนพยายามเน้นถ่ายบอลไปมาเพื่อถ่างกองหลังของโปรตุเกสออก แต่เปาโล เบนโตและคณะทำการบ้านมาดี ไม่เปิดช่องให้สเปนจัดการได้ง่ายๆ

นาทีที่ 103 หลังจากครองบอลอยู่หน้ากรอบเขตโทษของโปรตุเกสอยู่นาน สเปนก็ได้จังหวะลุ้นให้แฟนบอลได้ตื่นจากการหลับใหล จอร์ดี้ อัลบา พยายามยึกยักอยู่ทางกราบซ้ายอยู่หลายจังหวะ ก่อนจะหาโอกาสเปิดเข้ามาหน้าประตูได้สำเร็จ อิเนียสต้าแปบอลกะเข้าเสาสอง แต่ปาทริซิโอยังไว ปัดออกไปได้

ก่อนจะหมดช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก เซร์คิโอ รามอส ได้โอกาสตะบันลูกฟรีคิกจากบริเวณฝั่งซ้ายของสนาม บอลพุ่งข้ามคานไปเพียงนิดเดียว

เข้าช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง ในที่สุด เปาโล เบนโตก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่สอง เป็นกัสโตดิโอลงมาแทนมิเกล เวโลโซคงจะเริ่มออกอาการล้าให้เห็นบ้างแล้ว

นาทีที่ 110 เฆซุส นาบาส เกือบจะเป็นซูเปอร์ซับในกระทิงดุไม่ต้องไปลุ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษ ปีกความเร็วสูงได้บอลในกรอบเขตโทษและยิงยัดเข้าไปโดยไม่สนว่าใครจะขวางหน้าอยู่บ้าง บอลพุ่งแรงจนปาทริซิโอรับบอลกระฉอก แต่ยังดีที่เปเป้ช่วยบังแนวรุกของสเปน ให้มือกาวโปรตุเกสตามมาเก็บบอลเอาไว้ได้

ถัดมาอีก 3 นาที เป็นเปโดร กองหน้าอีกรายที่ได้โอกาสหลุดเดี่ยวเข้าไปจากการจ่ายของฟาเบรกาส และพยายามล็อกหลบกองหลังโปรตุเกส แต่บอลห่างตัวมากเกินไปจึงโดนโคเอนเทราวิ่งตามมาสกัดออกไปได้

หมดเวลา 120 นาที เป็นอีกคู่ที่ต้องลากยาวไปถึงฏีกา ต้องตัดสินด้วยการชี้ว่าใครจะยิงจุดโทษแม่นกว่าใคร

ถึงเวลาบีบหัวใจ ชาบี อลอนโซ ยิงเป็นคนแรก แต่ไม่เข้า เจา มูตินโญ ออกมายิงเป็นคนแรกให้โปรตุเกส แต่ก็พลาดถูกคาซิยาสเซฟได้อีก ถัดมา อิเนียสต้า, เปเป้, เคราร์ด ปิเก้, นานี่, เซรืคิโอ รามอส ต่างผลัดกันลงมายิงคนละประตู แต่บรูโน อัลเวส ลงมายิงให้โปรตุเกส และเขายิงไปชนคานลูกกระดอนออกมา...สถานการณ์บีบคั้นโปรตุเกสมากมายนัก

ที่สุดแล้ว เชสก์ ฟาเบรกาส ก็เป็นคนจบเกมนี้ให้กับสเปนเป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง