thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

UEFA Champions League

  • 22 พฤศจิกายน 2012
  • • 2:45
  • • Etihad Stadium, Manchester
  • ผู้ตัดสิน: จ. ร็อคชิ
  • • ผู้ชม: 45740
1
จบ
1

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 เรอัล มาดริด เรือใบล่ม ร่วง UCL แล้ว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 เรอัล มาดริด เรือใบล่ม ร่วง UCL แล้ว

Getty Images

เอล กุนซัดจุดโทษในช่วงท้ายเกมช่วยให้ยอดทีมแห่งอิติฮัด สเตเดี้ยมไล่ตีเสมอราชันชุดขาว แต่ผลเสมอยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ทีมเข้ารอบน็อคเอาท์ได้

ทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ นัดนี้มีการปรับทัพเล็กน้อย หลังกุนซือชาวอิตาเลียน ตัดสินใจส่งเอดิน เซโก้ ที่ยิงเรอัล มาดริดได้ในนัดก่อนลงสนามเป็นตัวจริงก่อนคาร์ลอส เตเบซ ส่วนผู้เล่นตำแหน่งที่เหลือยังถือว่าหน้าเดิมเสียเป็นส่วนใหญ่

ทางด้านทีมของโชเซ่ มูรินโญ วันนี้จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามมีเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้นคือตัดสินใจดร็อปเมซุต โอซิล แล้วส่งลูก้า โมดริชลงเล่นแทน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ถือว่ายังอยู่กันพร้อมหน้า

เริ่มเกมมาได้แค่เก้านาที ทีมเยือนก็ช็อคแฟนบอลเจ้าถิ่นด้วยการทำประตูออกนำไปก่อน จากลูกที่อังเคล ดิ มาเรีย ลากตัดเข้ากลางก่อนบรรจงเปิดด้วยซ้ายให้คาริม เบนเซมา เข้าฮอสเสียบเสาแรกช่วยให้เรอัล มาดริดออกนำไปก่อน 1-0

สามนาทีต่อมาราชันชุดขาวเกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่คริสเตียโน โรนัลโด้ได้บอลทางมุมธงฝั่งซ้าย ก่อนหลอกไมค่อนและพาโบล ซาบาเลต้า และเปิดเรียดเข้ากลางให้ซามี่ เคดิรา ซัดหลุดกรอบไปนิดเดียวเท่านั้น

ทีมเยือนยังบุกหนักต่อเนื่องและเป็นซาบี อลอนโซ่ ที่เปิดบอลให้โรนัลโด้ หลุดเดี่ยวไปดวลกับโจ ฮาร์ท ก่อนที่ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสจะยกบอลผ่านนายทวารทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แต่ก็ไปติดซาบาเลต้า ก่อนที่บอลจะไหลมาเข้าเท้าซีอาร์เซเว่นอีกครั้ง แต่ก็ยังยิงไปติดเซฟของโจ ฮาร์ท

นาที 20 เจ้าบ้านได้โอกาสครั้งแรกจากจังหวะที่เซอร์คิโอ อเกวโรปั่นด้วยขวา แต่ยังไม่ผ่านมืออีเกร์ กาซิยาส ปัดบอลออกหลังไปได้

ทีมเยือนยังบุกได้อย่างน่ากลัวและสามนาทีต่อมาซามี่ เคดิร่า ก็ได้โอกาสหลุดเดี่ยว แต่โจ ฮาร์ทโชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลออกจากขาของดาวเตะชาวเยอรมันไว้ได้

นาทีที่ 32 เจ้าบ้านมาได้ฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษและเป็นอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ที่รับหน้าที่สังหาร ก่อนจะยิงออกไปอย่างไม่ได้ลุ้นอะไร

ช่วงท้ายครึ่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมรุกหลายจังหวะแต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายทำให้จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  1-0



เริ่มครึ่งหลังมันชินี่ รีบทำการแก้เกมด้วยการส่งฆาบี การ์เซีย ลงมาคุมแดนกลางแทนอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟที่วันนี้ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้เลย

ห้านาทีแรกเป็นซิตี้ที่เริ่มทำเกมบุกอย่างต่อเนื่องแต่ยังต่อบอลกันผิดพลาด รวมถึงจังหวะหลุดเดี่ยวของอเกวโรที่ดันแตะบอลจังหวะสุดท้ายยาวไปจนพลาดโอกาสยิง

นาทีที่ 55 โรนัลโด้ ได้บอลหลุดไปทางมุมธงฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจเลี้ยงจี้เข้ามาแล้วเปิดให้เคดิร่า โหม่ง แต่บอลไปติดตัวแว็งซองต์ กอมปานี ทำให้โจ ฮาร์ท รับเข้าซองไปอย่างง่ายดาย

นาทีที่ 63 เรือใบสีฟ้าเกือบได้ประตูตีเสมอ คาร์ลอส เตเบซได้บอลทางฝั่งขวาก่อนไหลให้ไมค่อนยิงยัดเข้ามา และเป็นอเกวโร่วิ่งเข้าไปแปด้วยซ้าย แต่คาซิยาส โชว์ซูเปอร์เซฟปัดจากบนเส้นประตู ช่วยให้ราชันชุดขาวรักษาสกอร์นำไว้ได้

สองนาทีต่อมา มาดริดได้โอกาสตอบโต้บ้าง โรนัลโด้ซัดด้วยขวาจากหน้ากรอบเขตโทษ ฮาร์ทรับบอลกระฉอกออกมา เบนเซมาเตรียมจะเข้าซ้ำแต่ก็จับบอลไม่ดีทำให้โดนกองหลังเจ้าถิ่นเคลียร์ออกไป

นาทีที่ 73 แมนเชสเตอร์ ซิตี้มาได้จุดโทษ หลังอัลบาโร อาร์เบรัวไปดึงเสื้อเซอร์คิโอ อเกวโร ล้มล้งในกรอบเขตโทษ ทำให้แบ็คชาวสเปนโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม และก็เป็นอเกวโรที่ลุกขึ้นมาสังหารเสียบมุมขวาล่างเข้าไป เจ้าบ้านไล่ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 84 แชมป์ลีกเมืองผู้ดีได้ลุ้นประตูขึ้นนำ เมื่อดาบิด ซิลบาจ่ายให้ คาร์ลอส เตเบซ ซัดหักข้อไปที่เสาแรก แต่เบาเกินไปกาซิยาสรับเข้าซองสบาย

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งแมนฯซิตี้ที่ได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่นโหมบุกอย่างหนักแต่ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบเกมเสมอกันไป 1-1 ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าตกรอบเป็นที่แน่นอนแล้ว แต่ยังได้ลุ้นไปเตะในถ้วยยูโรปาลีกส์ในนัดสุดท้าย ส่วนราชันชุดขาวลอยลำเข้าสู่รอบต่อไปในฐานะทีมอันดับสองของกลุ่มดี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง