thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

พรีเมียร์ลีก

  • 2 ธันวาคม 2012
  • • 0:30
  • • Madejski Stadium, Reading, Berkshire
  • ผู้ตัดสิน: M. Halsey
  • • ผู้ชม: 24095
3
จบ
4

เรดดิ้ง 3 - 4 แมนฯยูไนเต็ด ผีคัมแบ็กอีกแล้ว

เรดดิ้ง 3 - 4 แมนฯยูไนเต็ด ผีคัมแบ็กอีกแล้ว

أشلي يونج وأندرسون مباراة المان يونايتد وريدينج

เวนย์ รูนีย์เหมาคนเดียวสองประตูในเกมนี้ ช่วยให้ทีมปีศาจแดงเก็บสามแต้มเหนือเรดดิ้งได้สำเร็จพร้อมทิ้งอันดับสองอย่างแมนฯ ซิตี้เป็น 3 คะแนนแล้ว

ไบรอัน แม็คเดอม็อตต์ ยังใช้ 11 ผู้เล่นตัวจริงเหมือนกับในนัดกลางสัปดาห์ที่แพ้แอสตัน วิลลา มา 0-1 เหมือนเดิม

ด้านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปลี่ยนผู้เล่นสามรายจากนัดกลางสัปดาห์ โดยให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์และแอชลีย์ ยัง ลงมาเล่นแทน คริส สมอลลิ่ง, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์และชิชาริโต้

นาทีที่ 8 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว จากลูกเปิดด้านข้างที่แม็คอนัฟฟ์ โหม่งตั้งมาให้ร็อบสัน คานู แต่งหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยขวาเสียบใต้คานเข้าไป หมดสิทธิ์ที่อันเดรส ลินเดการ์ดจะป้องกันได้ เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

แต่นำได้ไม่ทันไร ปีศาจแดงก็มาได้ประตูตีเสมอในห้านาทีต่อมา จากจังหวะที่แอชลีย์ ยังไหลให้แอนเดอร์สันหลุดไปทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนที่มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนจะซัดด้วยซ้ายจังหวะเดียวเสียบเสาแรกเข้าไปให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-1

สองนาทีต่อมาแมนฯยู มาได้จุดโทษจากจังหวะที่จอห์นนี อีแวนส์ถูกเจย์ แท็บบ์กระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ และเป็นเวนย์ รูนีย์ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไป ปีศาจแดงพลิกขึ้นนำ 2-1

เรดดิ้งไม่ยอมแพ้ และในนาทีที่ 18 พวกเขาก็มายิงประตูตีเสมอได้สำเร็จ 2-2 จากจังหวะเตะมุม นิคกี้ ชอรีย์เปิดเข้ามาให้อดัม เลฟอนเดร์โหม่งเข้าไป

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำอีกครั้ง  3-2 จากลูกเตะมุมเหมือนเดิม ชอรีย์เจ้าเก่า เปิดให้ฌอน มอร์ริสันโขกเต็มหัวเข้ากลางประตูไป

หกนาทีต่อมาทีมเยือนก็ไม่ยอมน้อยหน้า ไล่ตีเสมออย่างทันควันเป็น 3-3 เมื่อปาทริซ เอฟร่าทำชิ่งกับแอชลีย์ ยัง ก่อนหลุดขึ้นมาทางด้านซ้ายแล้วจ่ายเรียดเข้าในเขตโทษให้เวนย์ รูนีย์ ซัดคนเดียวโล่งๆเข้าไป เป็นประตูที่สองของกองหน้าชาวอังกฤษในเกมนี้

หลังจากที่ยิงประตูที่สามได้เฟอร์กี้ รีบแก้เกมเป็นการด่วนโดยการส่ง คริส สมอลลิ่งลงมาเล่นแทนราฟาเอล ดา ซิลวา เนื่องจากทีมเสียประตูจากลูกกลางอากาศถึงสามลูก

เร้ด เดวิลส์ เปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที และในนาทีที่ 33 พวกเขาก็แซงขึ้นนำ 4-3 ไมเคิล คาร์ริคจ่ายให้รูนีย์ตอกลูกส้นให้โรบิน ฟาน เพอร์ซี หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดด้วยซ้ายตุงต่าข่าย

นาทีที่ 37 แมนฯยูไนเต็ดน่าจะได้ประตูที่ห้า เมื่อแอชลีย์ ยังเปิดให้สมอลลิ่งโหม่งที่เสาสอง แต่ไปติดอดัม เฟเดริชี มาเข้าทางอาร์วีพี ซ้ำไปติดนิคกี้ ชอรีย์ สกัดออกมาจากเส้น แต่ถ้าดูจากภาพช้าปรากฏว่าบอลข้ามเส้นไปทั้งลูกแล้ว ทีมเยือนเสียประโยชน์ไป จบครึ่งแรก แมนฯ ยู นำ 4-3




เริ่มครึ่งหลังได้แค่สองนาที เรดดิ้งได้โอกาสลุ้นก่อนจากการยิงนอกกรอบเขตโทษของแม็คอนัฟฟ์ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 55 เดอะ รอยัลเกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะยิงของเจสัน โรเบิร์ต แต่บอลไปแฉลบเอฟราชนข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 64 แอชลีย์ ยังได้บอลหลุดมาทางซ้ายบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนไหลให้ฟิล โจนส์เลี้ยงไปสุดเส้นแล้วหักกลับเข้ามาให้ฟาน เพอร์ซีซัดด้วยซ้ายข้ามคานไป

สองนาทีต่อมาแมนฯยูไนเต็ดน่าจะได้ประตูที่ห้า หลังเฟเดริชีพยายามล็อกบอลหน้าประตูตัวเองแล้วพลาดโดนฟาน เพอร์ซีตัดได้ แต่อาร์วีพีกลับซัดบอลออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

นาทีที่ 78 เรดดิ้งเกือบได้ประตูตีเสมออีกครั้ง แม็คอนัฟฟ์ได้บอลทางกราบซ้าย ก่อนบรรจงปั่นบอลพุ่งตรงกรอบ แต่วลินเดการ์ดยังรับไว้ได้

นาทีที่ 87 ไมเคิล คาร์ริควางบอลยาวขวางสนามมาให้คริส สมอลลิ่งหลุดมาทางด้านขวาของกรอบเขตโทษคนเดียวก่อนตัดสินใจซัดเต็มข้อด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่นหวิดได้ประตูตีเสมอ เมื่อชอร์รีเปิดลูกเตะมุมให้มอร์ริสันโขกเต็มๆ แต่ลินเดการ์ดยังเซฟไว้ได้

จบเกม แมนฯ ยู บุกมาเฉือนเร้ดดิ้ง แบบสุดมันส์ 4-3 รั้งจ่าฝูงต่อไป พร้อมทั้งทำแต้มทิ้งห่างแมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูง ออกไปเป็น 3 คะแนนแล้ว