thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

  • 29 มิถุนายน 2012
  • • 1:45
  • • สตาดิโอน นาโรโดวี, Warszawa
  • ผู้ตัดสิน: ส. ลันนัว
  • • ผู้ชม: 55540
1
จบ
2

TIME'S UP : SUPER MARIO! บาโลเตลลีซัดสอง ถองอินทรีปีกหัก 2-1

TIME'S UP : SUPER MARIO! บาโลเตลลีซัดสอง ถองอินทรีปีกหัก 2-1

Getty Images

กองหน้ายุคซ่านิยม โชว์ฟอร์มดีที่สุดนัดหนึ่งในชีวิต ยิงสองประตูสุดสวยในครึ่งแรก พาอิตาลีเข้าชิงได้สำเร็จ

เริ่มเกมมา ทั้งคู่ค่อนข้างสูสี ทั้งคู่เดินเครื่องลุยแหลกไม่มีใครยอมใคร ทั้งเยอรมันชุดที่โยอาคิม เลิฟ ประคบประหงมสร้างมาเกือบสิบปี นับตั้งแต่เขาทำงานร่วมกับเจอร์เก้น คลินส์มันน์ และอิตาลียุคคิดใหม่ทำใหม่ของเซซาเร ปรันเดลลี ที่ไม่ได้มีแต่อุดอีกแล้ว นำทีมโดยป้อมบัญชาการเคลื่อนที่ อันเดรีย ปิร์โล

ผ่านไป 5 นาที จังหวะแรกเป็นของเยอรมัน  เมื่อพวกเขาได้ลูกเตะมุม และแมทส์ ฮุมเมิลส์เติมขึ้นมาแปบอลขลุกขลิกผ่านมือบุฟฟอนเกือบจะเข้าประตูแล้ว แต่ปิร์โลที่เฝ้าเสาอยู่เคลียร์บอลออกไปได้

อิตาลีพยายามบีบขึ้นสูงไม่ให้เยอรมันครองเกมได้ง่ายๆ ฝ่ายเยอรมันก็มีจังหวะโต้กลับได้สวยๆ ไม่น้อย แต่ทั้งสองทีมแสดงให้เห็นแล้วว่าทันเกมกันดีมาก

นาทีที่ 12 อิตาลีโดนบุกจากทางกราบขวาและเปิดเข้ากลาง เป็นบาร์ซาญีที่โดนบอลจังหวะสุดท้าย แต่บอลก็เกือบเข้าประตูตัวเอง อิตาลีดูเหมือนจะมีปัญหากับการเปิดเข้ากลางของเยอรมันพอสมควรในช่วงแรก

ผ่านไป 5 นาที อิตาลีเริ่มเอาคืนได้บ้าง พวกเขาถ่ายบอลกันไปมาได้สวยมากก่อนที่คาสซาโนจะคืนบอลให้ริคาร์โด มอนโตลิโว ล็อกหลบกองหลังหนึ่งจังหวะและยิงไกลเลียดพื้น แต่บอลเบาเกินไป นอยเออร์รับได้สบาย

จนถึงนาทีที่ 20 อิตาลีกลับเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน อันโตนิโอ คาสซาโน ล็อกหลบแมทส์ ฮุมเมิลส์ ก่อนจะเปิดบอลจากกราบซ้ายเข้าไปให้ มาริโอ บาโลเตลลีที่มาราโดนาบอกว่า ถ้าอิตาลีจะชนะเขาต้องระเบิดฟอร์มให้ได้ และเกมนี้เขาก็ทำได้จริงๆ

โดนแล้วต้องเอาคืน เยอรมันเร่งเครื่องทันที นาทีที่ 25 บัวเต็ง เปิดบอลยัดเข้ากลางให้มาริโอ โกเมซ แต่บอลโด่งเกินไป ศูนย์หน้าร่างยักษ์จากบาเยิร์น มิวนิครับบอลไม่ได้ ถัดมาอีกสองนาที เมซุต โอซิลได้โอกาสงามๆ จากนอกกรอบเขตโทษ บรรจงแปบอลกะเสียบเสา แต่บอลเบาเกินไป บุฟฟอนรับสบายๆ

เยอรมันยังมาเรื่อย ๆ นาทีที่ 30 โทนี โครส พยายามส่องไกล แต่บอลไซด์ก้อยออกไป

อีก 3 นาที เจอโรม บัวเต็ง เติมขึ้นมาสวยๆ อีกแล้ว เขาเปิดบอลจากกราบขวาเข้ามา ลูคัส โพโดลสกี เกือบจะได้เข้าชาร์จ แต่กองหลังอิตาลียังไวสกัดออกไปได้

ยังไม่จบชุดง่าย ๆ ซามี เคดิราพักอกวอลเลย์เร็ว บอลเกือบเสียบสามเหลี่ยม แต่จานลุยจิ บุฟฟอน เซฟไว้ได้

แต่เมื่อเร่งแล้วทำไม่ได้ เยอรมันก็โดนลงโทษ นาทีที่ 36 อิตาลีฉวยโอกาสจากเกมรับที่เปราะบางของเยอรมันได้อีกครั้ง ริคาร์โด มอนโตลิโวเปิดบอลมาจากกลางสนามให้ มาริโอ บาโลเตลลีหลุดจากแผงกองหลัง เข้าไปยิงบอลเสียบเสาชนิดนอยเออร์ได้เซฟแค่สายตา บาโลเตลลีดีใจสุด ๆ ขอถอดเสื้อโชว์กล้ามแลกใบเหลืองเสียหน่อย - แต่ไม่ยิ้มเหมือนเดิม

พอโดนลูกสอง เยอรมันถึงกับยุบ ไปไม่เป็น เจาะไม่เข้า จนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่ช็อคแฟนอินทรีทั่วโลก 2-0

ครึ่งหลัง โยอาคิม เลิฟ ขยับทันที ถอดมาริโอ โกเมซ ที่จืดสนิทในครึ่งแรกออก ส่งมิโรสลาฟ โคลเซลงมาแทน ส่วนลูคัส โพโดลสกี ต้องถอยให้จรวดทางเรียบอย่างมาร์โค รอยส์

รอยส์ลงมาสามนาทีก็ได้เรื่องทันที เขาล็อคหลบคิเอลลินี แล้วสับไก แต่โดนไม่เต็ม ง่ายไปสำหรับบุฟฟอน

รอยส์ยังจี๊ดต่อเนื่อง คราวนี้ช่วยเพื่อนเซ็ทบอลจากริมเส้นเข้ามากลาง จังหวะนี้จบด้วยการยิงของลาห์ม ท่าเดียวกับนัดที่แล้ว แต่ว่าลูกนี้ไม่เข้ากรอบ

เยอรมันพยายามเดินเกมบุก จ่ายบอลขึ้นบอลกันเร็วกว่าเดิม แต่วันนี้พวกเขาจ่ายบอลกันไม่ง่ายเลย อิตาลีบีบพื้นที่กันยอดเยี่ยม เมื่อแย่งบอลได้ก็เซ็ตบอลกันจนเยอรมันอึดอัดไปเอง

นาทีที่ 54 เยอรมันจวนเจียนจะได้ประตูสุด ๆ โอซิลทะลุเข้าไปในเขตโทษ แล้วเปิดกลับจากสุดเส้น เคดิราได้บอลที่เส้น 6 หลา แต่แนวรับอิตาลีประกบแน่น จนไม่ทันได้ทำอะไร

นาทีที่ 57 อิตาลีขยับบ้าง ส่งอเลสซานโดร เดียมานติ อาวุธลับจากเกมที่แล้ว ลงมาแทนอันโตนิโอ คาสซาโน

ผ่านไปสองนาที มาริโอ บาโลเตลลีวันนี้ฮอตเกินประกบได้อยู่ เขาได้บอลบริเวณกราบขวา กระชากหลบกองหลังหนึ่งจังหวะก่อนจะยิงเต็มข้อ บอลพุ่งถากเสาออกไป ชนิดที่กองหลังเยอรมันคงใจไม่ดีกันเป็นแถว

นาทีที่ 60 โบนุชชีฟาวล์หนักหน้าเขตโทษ กรรมการแจกใบเหลืองให้ และมาร์โค รอยส์ ก็เกือบจะจัดให้หนึ่งประตู ด้วยฟรีคิกสุดสวย บอลลอยข้ามกำแพงโค้งข้ากรอบ แต่บุฟฟอนก็เซฟได้อย่างเวิสด์คลาส

นาทีที่ 67 อันเดรีย ปีร์โล ศูนย์บัญชาเกมอิตาลีเปิดบอลยาวจากแดนกลางไปให้ เดียมานติที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังเบิ้ลบอลเร็วต่อให้เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ สอดขึ้นมาจากแถวสองได้อย่างเหมาะเหม็ง แต่กองกลางรายนี้กลับยิงบอลออกไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาไม่กี่นาที บาโลเตลลีมีอาการบาดเจ็บ จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวกับอันโตนิโอ ดิ นาตาเล เสือเฒ่าของอูดิเนเซ

นาทีที่ 71 เยอรมันที่ตามอยู่สอง ต้องเปิดหน้าแลกด้วยการถอดเยโรม บัวเต็ง ใส่โธมัส มุลเลอร์ ดาวซัลโวฟุตบอลโลกลงมา

ถัดมาอีกเพียง 3 นาที มาร์คิซิโอ ได้โอกาสทองอีกครั้ง โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ลื่นล้ม ปล่อยให้กองกลางจากยูเวนตุสได้สับไกยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย อันโตนิโอ ดิ นาตาเล กองหน้าที่เปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองมองค้อนนิดๆ ว่าทำไมไม่ส่งให้

นาทีที่ 81 เยอรมันอาการป้อแป้สุดฤทธิ์ เจออิตาลีหยอกเล่นแทบจะตลอดช่วงท้ายเกม ดิ นาตาเล ได้บอลหลุดเดี่ยวจากกับดักล้ำหน้า เข้าไปล่อเป้ากับนอยเออร์โล่งๆ แต่เขายิงออกข้างไป

เยอรมันเร่งกันจนลนลาน แม้จะสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่จานลุยจิ บุฟฟอน ไม่มียุบเลยแม้แต่จังหวะเดียว แกร่งดังภูผาหิน

นาทีที่ 90 เยอรมันได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอล เมซุต โอซิล ไม่พลาด เยอรมันได้คืนมาเป็น 2-1 กับเวลาอีกสองนาทีครึ่งในช่วงทดเจ็บ

เวลาที่เหลือ แม้มานูเอล นอยเออร์ จะทิ้งเส้นขึ้นมาเล่นในสนามแล้ว ก็ไม่อาจทำอะไรอิตาลีได้ พวกเขาแพ้ไปด้วยสกอร์ 2-1