thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

พรีเมียร์ลีก

  • 12 มกราคม 2013
  • • 22:00
  • • Bet365 Stadium, Stoke-on-Trent, Staffordshire
  • ผู้ตัดสิน: A. Marriner
  • • ผู้ชม: 27348
0
จบ
4

สโต๊ค ซิติ้ 0 - 4 เชลซี วอลเตอร์สมอบโชคสามชั้น

สโต๊ค ซิติ้ 0 - 4 เชลซี วอลเตอร์สมอบโชคสามชั้น

Getty Images

จอน วอลเตอร์ส กลายเป็นฮีโร่ ในสายตาของแฟนบอลเดอะ บลูส์หลังเขาโขกเข้าประตูตัวเองถึงสองลูกรวมถึงยิงจุดโทษในช่วงท้ายเกมไม่เข้าอีกช่วยให้ทีมพ่ายไป 0-4

โทนี พูลิส ตัดสินใจใช้ระบบ 4-5-1 ด้วยการให้เคลวิน โจนส์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเดียวในแดนหน้า พร้อมให้ชาร์ลี อดัม ขยับขึ้นไปเล่นเป็นหน้าต่ำคอยสนับสนุนอดีตหัวหอกของซันเดอร์แลนด์

ด้านราฟาเอล เบนิเตซ ได้ปีเตอร์ เช็ค กลับมาเป็นนายด่านตัวจริงอีกครั้งหลังเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ รวมถึงให้โอกาส เดมบ้า บา ยืนเป็นหัวหอกแทน เฟร์นานโด ตอร์เรสที่เล่นได้ย่ำแย่ในเกมแคปิตอล วัน คัพกับสวอนซี นอกจากนี้ยังมีชื่อของจอห์น เทอร์รีที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาเป็นตัวสำรองอีกด้วย

นาทีที่ 8 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลังชาร์ลี อดัม ได้โอกาสเปิดจากด้านข้างและอิวาโนวิช สกัดมาเข้าทาง วอลเตอร์ส ซัดไปติดอีกทีแต่บอลมาเข้าทางเคลวิน โจนส์ได้โอกาสหลุดไปซัดเหน่งๆ แต่บอลกลับไหลออกเสาสองไปอย่างน่าเสียดาย

สโต๊คยังทำเกมบุกได้อย่างต่อเนื่อง แต่นาทีที่ 25 กลับเป็นเชลซีที่มาได้โอกาสที่ชัดเจนกว่าจากจังหวะสอดขึ้นไปยิงในกรอบเขตโทษโล่งๆ ของแฟรงค์ แลมพาร์ด แต่บอลยังไปติดขาของอัสเมียร์ เบโกวิช

นาทีที่ 34 เชลซีน่ามาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่แลมพาร์ด วางบอลยาวมาให้เดมบ้า บาหลุดเดี่ยวไปซัดด้วยซ้ายแต่ก็ยังไปติดขาของเบโกวิชเช่นเดิม

นาทีที่ 41 ทั้งสองฝ่ายยังผลัดเกมรุกผลัดกันรับอย่างสนุก แต่ไม่ค่อยมีโอกาสที่ชัดเจนสักเท่าไหร่ และเป็นเกล็น วีแลน ที่ได้โอกาสส่องไกลบ้างแต่บอลก็ยังไปตรงตัว ปีเตอร์ เช็ค

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กลายเป็นเชลซีที่มาได้ประตูออกนำอย่างโชคช่วยจากจังหวะที่อาซาร์ ได้บอลทางกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนที่จะไหลให้อัซปิลิกวยต้า เปิดเข้าไปตรงกลางและเป็นวอลเตอร์ส ที่พยายามวิ่งเข้ามาสกัดกลายเป็นเข้าประตูตัวเอง ทำให้ทีมเยือนออกนำ 1-0 ก่อนที่อังเดร์ มาร์ริเนอร์จะเป่านกหวีดหมดครึ่งแรกทันที



เริ่มครึ่งหลังมาได้หกนาที บาได้บอลหลุดไปถึงสุดเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดกลับเข้ามาให้แอชลีย์ โคลวิ่งมายิงด้วยซ้ายแต่เบโกวิชยังล้มตัวปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 53 สโต๊คเกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่วอลเตอร์ ไหลให้ เอ็นซ็องซีแต่งหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลกำลังมุดใต้คานอยู่แล้วแต่ปีเตอร์ เช็คยังวิ่งมาทุบออกหลังได้ทัน

นาทีที่ 62 เป็นเชลซีที่มามีโชคอีกครั้ง จากจังหวะที่ทีมได้ลูกเตะมุม ฮวน มาต้าเปิดเข้ามาและเป็นวอลเตอร์สอีกครั้งที่พยายามจะโขกสกัดแต่บอลกลับทะลักเข้าประตูตัวเอง ช่วยให้ทีมเยือนออกนำไป 2-0

นาทีต่อมา สถานการณ์ของสโต๊คยิ่งแย่ลงมาอีก หลังมาเสียจุดโทษในจังหวะที่ชอว์ครอสส์ พุ่งเข้ามาเสียบใส่มาต้าในกรอบเขตโทษ ก่อนที่แลมพาร์ดจะตัดสินใจซัดด้วยขวาเข้าไปตรงกลางเต็มข้อช่วยให้ทีมออกนำเป็น 3-0

นาทีที่ 68 แลมพาร์ดเกือบมาบวกประตูที่สองของตัวเอง หลังได้โอกาสซัดต่อจากลูกโหม่งของบาหน้ากรอบหกหลาโล่งๆ แต่เบโกวิชยังพุ่งมาทุบออกไปได้

ห้านาทีต่อมาเป็นเชลซีที่มาได้ประตูที่สี่ จากจังหวะที่อาซาร์ได้บอลตรงกลางสนาม ก่อนพาบอลขึ้นมาหน้ากรอบเขคโทษและตัดสินใจซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลติดไซด์เสียบสามเหลี่ยมเข้าไป ให้ทีมเยือนออกนำเป็น 4-0

นาทีสุดท้าย สโต๊คมาได้จุดโทษบ้าง หลังจากที่วอลเตอร์ส โดนจอห์น เทอร์รีทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ และเป็นวอลเตอร์สที่ลุกขึ้นมาสังหารเอง แต่บอลกลับพุ่งเช็ดคานออกไป

ช่วงเวลาที่เหลือเชลซี เน้นการครองบอลเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่เสียงนกหวีดยาวจะดังขึ้น จบเกม สิงโตน้ำเงินครามบุกมาถล่มสโต๊คถึงบริทานเนีย 4-0 พร้อมขยับขึ้นไปเป็นอันดับสามอีกครั้ง หลังสเปอร์สที่ได้โอกาสเล่นก่อนทำได้แค่เสมอกับคิวพีอาร์ 0-0 ส่วนช่างปั้นหม้อยังรั้งอันดับ 10 ต่อไปด้วยการมี 29 คะแนนเท่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง