thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

  • 10 มิถุนายน 2012
  • • 23:00
  • • PGE Arena Gdańsk, Gdańsk
  • ผู้ตัดสิน: ว. คาสไซ
  • • ผู้ชม: 38869
1
จบ
1

สเปน 1 - 1 อิตาลี : ซูเปอร์แคลสสิคแมตช์

สเปน 1 - 1 อิตาลี : ซูเปอร์แคลสสิคแมตช์

Getty

เกมที่อัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นตลอด 90 นาทีระหว่างแชมป์เก่าสมัยที่แล้วกับยอดทีมแห่งเกมรับอันดับ 1 สะกดคนดูทั้งโลกให้ลืมหายใจได้ค่อนคืน และจบลงด้วยผลเสมอ และการแบ่งแต้มของสองชาติ

เกมยูโรฯ ระดับความมันอยู่ที่ 7 ดาวคู่นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเร้าใจอย่างที่สุด นัดเปิดสนามของกลุ่มซี เป็นเกมของอดีตแชมป์เก่าสมัยที่แล้วอย่างสเปน ต้องดวลกับยอดทีมแห่งแท็กติกอันดับ 1 ของโลกอย่างอิตาลี

ก่อนเริ่มเกมนี้สเปนไม่มีสองผู้เล่นแกนหลักคือดาบิด บียา และคาร์เลส ปูโยล ซึ่งต้องถอนตัวออกไปก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์เนื่องจากอาการบาดเจ็บ

จาก ปัญหาในแดนหน้า ทำให้แม้ว่าเฟร์นานโด ตอร์เรสจะโชว์ฟอร์มได้ไม่สม่ำเสมอเลยตลอดระยะ 18 เดือนที่ผ่านมา แต่บิเซนเต้ เดล บอสเก้ก็คงจะให้เป็นตัวเลือกหลักในแดนหน้า ถึงแม้จะมีเฟร์นานโด ยอเรนเต้จากแอตเลติก บิลเบาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็ตาม


ส่วนอิตาลียิ่งมีปัญหามากกว่าเสียอีก เมื่อกรณีล้มบอลทำให้โดเมนิโก คริสซิโตต้องถูกตัดออกจากทีม กองหน้าตัวหลักอย่างจูเซปเป รอสซีต้องถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บ ส่วนอันเดรีย บาร์ซาญีจะต้องนั่งดูเพื่อนเล่นในสองเกมแรกระหว่างพักฟื้นรักษาตัว

เกมที่อัดแน่นไปด้วยความคาดหวังเริ่มต้นที่สเปนบุกเข้าใส่อิตาลีตามความคาดหมาย ทัพ 'กระทิงแดงแสนดุ' ดาหน้าบุกเข้าใส่อิตาลีชนิดไม่ได้ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว นาทีที่ 11 ดาวิด ซิลบาได้โอกาสซัดจากกราบขวา แต่บอลเบาเกินไป เป็นแค่การทักทายกระจุ๋มกระจิ๋ม

ถัดมาอีก 11 นาทีเป็นอิตาลีได้ส่องบ้าง และเป็นคาสซาโนที่รับบอลทะลุช่องแบบ killing pass มาแต่เจ้าตัวยิงหักข้อมากไปหน่อย บอลกลิ้งถากเสาสองไปชนิดแฟนๆ 'อัซซูรี' เป่าปากทั้งโลก

นาทีที่ 24 อันเดรส อิเนียสต้า ลากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษ พยายามที่จะหาจังหวะยิงสวยๆ แต่ ดาเนียเล เด รอสซี ปราการหลังจำเป็นสกัดออกมาได้สำเร็จ อิตาลีเหงื่อตกกีบ

ผ่านครึ่งชั่วโมงมา 4 นาที เป็นอิตาลีได้สวนขึ้นมาบ้าง คาสซาโนรับบอลสุดงามจากแดนกลางโดยอันเดรีย ปีร์โลอีกครั้ง คราวนี้เป็นทางฝั่งซ้าย ก่อนกระชากบอลเข้ากลางแล้วซัดหักข้อชนิดข้อแทบหัก ร้อนถึงคาซิยาสที่ต้องออกมารับ และบอลกระฉอก ในขณะที่บาโลเตลลีซ้ำไม่ทัน แต่นาทีที่ 37 ศูนย์หน้า Why Always Me? มาริโอ บาโลเตลลีรับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม หลังเข้าสกัดพลาดไม่โดนบอลแต่เหยียบขาคู่แข่งไปเต็มๆ

ก่อนหมดเวลา 1 นาที ซาบี จอมทัพของสเปนแย่งบอลจากอันเดรีย ปีร์โลมาได้ก่อนจะหาจังหวะกระแทกบอลให้อิเนียสต้าซึ่งพยายามกระดกเร็ว แต่บอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีสุดท้ายในครึ่งแรก อิตาลีเกือบได้ประตูอย่างที่สุด โอกาสที่เหมาะเหม็งจากธิอาโก้ มอตต้า ที่ได้ขึ้นโขกโล่งๆ ในกรอบเขตโทษ แต่คาซิยาสยังไว เซฟไว้ได้ปลายมือ สาวก 'กระทิงดุ' ซี้ดซ้าดกันระงม

อย่างไรก็ตาม โอกาสของทั้งสองทีมยังเปิดกว้างเท่าๆ กันในครึ่งแรก แต่แล้วก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไป 0-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังด้วยแววตาที่มีความหวังของทั้งสองชาติ เกมสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นาทีที่ 49 ฟาเบรกาสได้จังหวะสวย บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ยิงเต็มข้อแต่บุฟฟอนปัดออกไปได้สบายๆ

นาทีที่ 56 อิตาลีขยับม้านั่งสำรองแล้ว เปลี่ยนมาริโอ บาโลเตลลีพร้อมความเกรียนออกนอกสนามไป แล้วเอาอันโตนิโอ ดิ นาตาเลลงมาช่วยทีมแทน ก่อนจะเป็นผลทันทีในอีก 6 นาทีต่อมา เมื่อเขารับบอลจากอันเดรีย ปิร์โล หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมืออิเกร์ คาซิยาส เข้าไป อิตาลีนำแล้ว 0-1

แฟนบอลอิตาลีเฮยังไม่ทันจะได้ลงไปนั่ง สเปนก็ตีเสมอได้ทันควันในนาทีที่ 64 ฟาเบรกาสรับบอลทะลุช่องจากลูกจ่ายของดาบิด ซิลบา ซัดผ่านมือบุฟฟอนเข้าไปตุงตาข่าย ชนิดหมดสิทธิรับ เกมเสมอกันแล้ว 1-1 สมกับเป็นเวิลด์คลาสแมตช์จริงๆ

นาทีที่ 72 เดล บอสเก้เปลี่ยนเอาฟาเบรกาสของบาร์เซโลนาออกสลับกับตอร์เรสจากเชลซี ก่อนลงไปโชว์สปีดจนเกือบได้เสียวทันทีหลังรับบอลทะลุช่องจากกลางสนามหลุดกับดักล้ำหน้าของอิตาลีไปดวลกับบุฟฟ่อนตัวต่อตัว แต่คราวนี้ไม่ง่ายเหมือนคราวที่ผ่านบิคตอร์ บัลเดสใน UCL

เกมยังสนุกอย่างต่อเนื่องไปถึงนาทีที่ 82 สเปนเกือบขึ้นนำสุดๆ ตอร์เรสได้โอกาสทองหลุดเดี่ยวเข้าไป ก่อนยกบอลข้ามบุฟฟอนที่วิ่งออกมาปิดมุม แต่บอลของหอกแก้มแดงแรงเกินไป ข้ามคานออกหลัง แฟนสเปนเอามือลูบหัวทั้งโลก

นาที 87 คาสซาโน ลากบอลยาวจากครึ่งสนามเข้าไปถึงกรอบเขตโทษ แต่หมดแรงเสียก่อน จึงยิงไม่เต็มข้อนัก และคาซิยาสไม่พลาด

จนแล้วจนรอด เกมของทั้งสองชาติที่ผลัดกันรุกและรับอย่างสนุกสนาน สร้างยูโรฯ ครั้งนี้ให้ตื่นเต้นและเร้าใจตลอด 90 นาทีจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ก่อนแบ่งแต้มกันไปชาติละ 1 คะแนน ไปลุ้นต่อในคู่ดึก