thumbnail สวัสดี,
รายงานสด

ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

  • 15 มิถุนายน 2012
  • • 23:00
  • • ดอนบาสส์ อารีน่า, Donets'k
  • ผู้ตัดสิน: บ. คูเปร์ส
  • • ผู้ชม: 48000
0
จบ
2

ยูเครน 0 - 2 ฝรั่งเศส : เกมเกือบล่ม และกำแพงอันแข็งแกร่งของเจ้าภาพที่โดนทลาย

ยูเครน 0 - 2 ฝรั่งเศส : เกมเกือบล่ม และกำแพงอันแข็งแกร่งของเจ้าภาพที่โดนทลาย

Getty Images

พิษฝนเล่นงานหนัก เกมหยุดไปกว่าชั่วโมง ยูเครนแสดงให้เห็นความแข็งแกร่งของแนวรับตลอดครึ่งแรก แต่หลังจากเสียประตูแรก พวกเขาก็หลุดฟอร์มแบบกู่ไม่กลับ

เริ่มเกมโดยฝรั่งเศสเป็นฝ่ายเขี่ยลูก เกมส่วนใหญ่เล่นกันอยู่ในแดนกลาง และสายฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่ถึง 5 นาที กรรมการก็ตัดสินใจเป่าหยุดเกม -- เกมหยุดไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม และได้กลับมาเตะกันต่อตอนเที่ยงคืน

กลับมาเริ่มเกมใหม่โดยนับเวลาต่อจากก่อนที่เกมจะหยุดไป (4 นาที 20 วินาที) ฝูงชนกลับมาเต็มสนาม บรรยากาศกลับมาคึกคักอย่างที่ควรจะเป็น

ช่วง 10 นาทีแรก ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายได้บุกมากกว่า คาริม เบนเซมา มีโอกาสจะง้างไกยิง แต่ทาราส มิคาลิคยังไว พุ่งเข้าเสียบสกัดไว้ได้

นัดนี้ฝรั่งเศสได้บุกเยอะ แต่ค่อนข้างต่อบอลลำบาก เนื่องจากแนวรับของยูเครนขึ้นเพรสซิ่งสูง พวกเขาปั้นเกมบุกได้ไม่น่ากลัวเท่านัดที่เจอกับอังกฤษ

นาทีที่ 16 เฌเรมี่ เมเนซ เกือบสร้างเสียงเฮให้แฟนๆ ฝรั่งเศส เมื่อเขาหลุดไปยิงบอลไปก้นตาข่ายได้แล้ว แต่เสียงนกหวีดดังก้อง กรรมการเป่าให้เป็นลูกล้ำหน้า ซึ่งต้องชมแนวรับของยูเครนที่รักษาไลน์เอาได้อย่างดี

20 นาทีแรก แม้ว่ายูเครนจะแทบไม่มีโอกาสบุกขึ้นไปมากนัก แต่พวกเขาก็รักษาเกมรับเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ระลอกการบุกของฝรั่งเศสยังไม่อาจทำอันตรายพวกเขาได้

นาทีที่ 24 อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ลากบอลลุยมาทางฝั่งขวา เขาได้โอกาสสับไกเต็มข้อ แต่บอลติดไซส์ก้อยหลุดออกนอกกรอบไปนิดเดียว

ฝรั่งเศสบุกหนักอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 26 ฟร้องค์ ริเบรี ได้วิ่งหน้าตั้งตามบอลไป เขาเปิดลูกจากกราบซ้ายด้วยน้ำหนักและทิศทางที่แม่นยำอย่างเหลือเชื่อ บอลหลุดไปถึง เฌเรมี่ เมเนซ ก่อนจะปั่นบอลโค้งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือดตลอดเวลาที่เหลือ แนวรับของยูเครนยังไม่พลาดง่าย และฝรั่งเศสก็ยังน่ากลัวจากความขยันของ ฟร้องค์ ริเบรี และ ซามิร์ นาสรี แต่ยูเครนก็ทำเกมสวนได้อันตราย อังเดร เชฟเชงโก้ ยังมีสัญชาติญาณกองหน้าเต็มเปี่ยม และ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ที่บุกเมื่อไหร่ก็ป่วนแนวรับของฝรั่งเศสได้ตลอด ทำเอาฝรั่งเศสเองก็เกือบเสียประตูอยู่หลายครั้ง

หมดครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมเสมอกันไป 0 - 0 แต่เป็นเกมศูนย์ที่สนุก และได้ลุ้นกันตลอดเกม

ครึ่งเวลาหลัง ยูเครนปรับเกมเล็กน้อย เอา อังเดร โวโรนิน ออก แล้วส่ง มาร์โค เดวิช ลงแทน รูปเกมยังไม่ต่างจากครึ่งแรกนัก เพียงนาทีที่ 48 ฝรั่งเศสก็มีลุ้นก่อน คาริม เบนเซมา กระชากบอลหนีกองหลังของยูเครนไปถึงหน้าประตู ก่อนจะตัดสินใจยิงเร็ว แต่ อังเดร พยาตอฟ ล้มตัวขวางบอลไว้ได้ -- เป็นหนึ่งในซุปเปอร์เซฟหลายลูกของเขาในค่ำคืนนี้

นาทีที่ 53 ฝรั่งเศสบุกขึ้นไปสามคน เบนเซมาได้บอลที่กลางสนาม เขาตัดสินใจจ่ายออกขวาให้กับ เฌเรมี่ เมเนซ ลากบอลล่อหลอกกับแนวรับของยูเครนอยู่หนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะตวัดยิงด้วยซ้าย บอลมุดเข้าข้างเสาแรกแบบที่ พยาตอฟ ต้องยอม -- ฝรั่งเศสออกนำ 1 - 0

แฟนฝรั่งเศสยังเฮไม่ทันหมดเสียง นาทีที่ 56 แผงหลังของยูเครนออกอาการแกว่ง ทำให้ฝรั่งเศสก็ได้ประตูนำห่างไปอีกหนึ่งลูก จากจังหวะที่ เบนเซมา จ่ายบอลให้กับ โยฮัน กาบาย เขาจับบอลได้ไม่ถนัดนัก แต่ก็แต่งบอลมายิงผ่าน พยาตอฟ เข้าไปตุงตาข่าย -- ฝรั่งเศสนำห่างเป็น 2 - 0

ยูเครนพยายามทำเกมบ้าง ยาร์โมเลนโก ยังทำงานได้ดีอย่างเคย เขาโชว์ลีลาลากเลื้อยได้อย่างพริ้วไหว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสทำประตูถนัดนัก นาทีที่ 60 โอเล็ก บล็อคคิน ก็ตัดสินใจเปลี่ยนตัว ส่ง อาร์เต็ม มิเลฟสกี้ ที่มีจุดเด่นในเรื่องลูกกลางอากาศลงมาแทน เซอร์เค นาซาเรนโก้

ผ่านนาทีที่ 65 เกมของยูเครนกลายเป็นหนังคนละม้วนกับครึ่งแรกแล้ว พวกเขาปั่นป่วนจนเสียรูปเกม และฝรั่งเศสก็บุกอย่างไม่ปราณี

นาทีที่ 68 ฝรั่งเศสเปลี่ยนเอา โยฮัน กาบาย ที่เพิ่งทำประตูที่ 2 มาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แล้วเอา ยานน์ เอ็มวิลา ลงไปโชว์ฝีมือบ้าง ด้านยูเครนก็เปลี่ยนตัวอีกครั้ง เอา อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ลงแทน โอเล็กซานเดอร์ อลิเยฟ

นาทีที่ 73 ฝรั่งเศสตัดสินใจเปลี่ยนตัวอีกครั้ง เอา เฌเรมี่ เมเนซ ออก ให้ มาร์กแว็ง มาร์กแต็ง มาลงแทน  และเอา คาริม เบนเซมา ออก ส่ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ทำหน้าที่แทน

รูปเกมหลังจากนั้นไม่มีอะไรมากนัก ยูเครนพยายามบุกหวังเอาประตูคืนบ้าง โดยทำเกมจากฝั่งซ้ายเป็นส่วนใหญ่ แต่แผงหลังของฝรั่งเศสก็ยังไม่พลาด

เกมเดินมาถึงช่วงท้าย นักเตะของยูเครนดูจะยอมรับความจริงกันแล้ว รูปเกมโดยรวมดูเนือยไป ทั้งสองฝ่ายยังได้บุกกันอยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นอีก จนกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา -- ฝรั่งเศสเอาชนะยูเครนไปได้ 2 - 0