Top/Flop of the Day : เด่น - ดับ ประจำวันในเวิลด์คัพ 2018 (วันที่ 13)

แชร์ปิด คอมเมนต์
บอลโลกยังต้องการเมสซี, เกร์เรโรไว้ลายส่งท้ายเปรู ใครเด่น ใครดับ ในเกมฟุตบอลโลกเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

  1. #1 เด่น - เอ็นโกโล กองเต้

    มิดฟิลด์จอมอึดของทีมชาติฝรั่งเศสยังคงเป็นกำลังหลักในแดนกลางของทัพตราไก่ ด้วยการไล่ตัดบอลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสได้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ในเกมนี้ แม้ว่าพวกเขาจะทำประตูเดนมาร์กไม่ได้ตลอด 90 นาทีของการแข่งขันก็ตาม
  2. #2 ดับ - โตมาส์ เลอมาร์

    กองกลางจาก โมนาโก ได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ กับเกมที่ไม่มีความกดดันมากนักและคู่แข่งอย่างเดนมาร์กก็ไม่ได้ใส่เต็มร้อย แต่กลายเป็นเขาไม่สามารถสร้างเกมรุกให้ทีมได้เป็นชิ้นเป็นอันและประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้เลย

    โดยเฉพาะเมื่อ คิลิยัน เอ็มบัปเป ถูกเปลี่ยนตัวลงมาก็แสดงให้เห็นถึงคลาสที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าเขาทำโอกาสที่ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยื่นให้ในเกมนี้อย่างเสียเปล่า

  3. #3 เด่น - เปาโล เกร์เรโร

    หัวหอกกัปตันทีมเปรูกว่าจะได้ละเว้นโทษคดีใช้สารกระตุ้นเข้ามาลุยฟุตบอลโลกก็ต้องรออยู่นาน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเขาสามารถระเบิดฟอร์มในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
    จากลูกเปิดของเขากลายเป็นสกอร์แรกของเปรูในรอบ 36 ปี ก่อนจะยิงปิดกล่องให้ทีมบ้านเก็บ 3 แต้มก่อนจะกลับไปรับโทษแบนย้อนหลังตามกฎ
  4. #4 ดับ - เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์

    เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่ออสเตรเลียมีโอกาสเก็บ 3 แต้มแรกได้มากที่สุด แต่แล้วทัพซอคเกอรูส์ก็พลาดท่าจนได้ จริงอยู่ที่ลูกทีมของเขาเล่นกันไม่ได้ตามมาตรฐาน แต่เราก็ไม่ได้เห็นการแก้เกมที่ได้ผลของกุนซือชาวเนเธอร์แลนด์เลย นั่นทำให้เจ้าตัวต้องปิดฉากการกุมบังเหียนระยะสั้นด้วยการไม่ชนะใครเลยในทัวร์นาเมนต์นี้
  5. #5 เด่น - ลิโอเนล เมสซี

    กัปตันทีมฟ้าขาวใช้เวลาเพียง 14 นาทีกับการปลดล็อคประตูแรกของตัวเองในฟุตบอลโลกหนนี้ และเกือบจะมีประตูที่สองในช่วงครึ่งแรกจากลูกฟรีคิกโดนโกลปัดชนเสา อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงหนึ่งเกมรุกของทีมจะถูกอินทรีมรกตกดดันอยู่พักใหญ่

    ทว่าพอเข้าสู่ช่วงท้ายเกมที่อาร์เจนฯกลับมาบุกกดดัน เมสซีถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟื่องที่สร้างความปั่นป่วนใส่ไนจีเรีย ก่อนที่ทีมจะได้ประตูชัยจากมาร์กอส โรโฮ

  6. #6 ดับ - มักซิมิเลียโน เมซา

    แนวรุกวัย 26 ปีถูกส่งลงสนามช่วงครึ่งหลังแทนที่ของอังเคล ดิ มาเรีย นาทีที่ 72 ในยามที่อาร์เจนตินาต้องการประตูออกนำไนจีเรียเพื่อโอกาสเข้ารอบ

    ทว่าพอได้โอกาสเล่นทางริมเส้นซ้าย เขากลับไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้ แถมยังมีช็อตจ่ายบอลพลาด พาบอลเข้าบุกแต่โดนกองหลังสกัดทิ้ง ทำให้เขายังคงถูกตั้งคำถามต่อไปถึงโอกาสลงเล่นแต่พลิกโอกาสให้ทีมไม่ได้เลย

  7. #7 เด่น - มิลาน บาเดลจ์

    มิดฟิลด์จากฟิออเรนตินาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่ทีมตัดสินใจพัก อิวาน ราคิติช สามารถเล่นกับบอลและคอนโทรลเกมในแดนกลางร่วมกับ มาเตโอ โควิซิช และ ลูก้า โมดริช ได้ค่อนข้างลงตัว โดยเขาเป็นผู้ทำประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำไปก่อนในต้นครึ่งหลังก่อนที่เขาจะเป็นคนผ่านบอลให้ อิวาน เปริซิช หลุดเข้าไปทำประตูชัยให้กับทีม
  8. #8 ดับ - เดยัน ลอฟเรน

    ปราการหลังจากลิเวอร์พูลลงสนามมาเป็นตัวสำรองในช่วงที่ทีมกำลังนำและต้องการเพิ่มแนวรับเพื่อรักษาผลการแข่งขัน แต่เจ้าตัวกลับลงมาทำเสียจุดโทษแบบที่ไม่ควรเสียด้วยการเจตนาทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ

    โดยช่วงเวลาที่เหลือของเกมเขายังแสดงความไม่แน่นอนในการสกัดการโจมตีลูกกลางอากาศขอไอซ์แลนด์ซึ่งโชคดีว่าในเกมนี้ทางโครเอเชียเป็นฝ่ายชนะได้ในช่วงท้ายเกมไม่งั้นเขาคงต้องตกเป็นเป้าโจมตีแน่นอน