ฟุตบอลโลก 2018 : ส่องผลงานนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้

คอมเมนต์
หลังจากฟุตบอลโลก 2018 ปิดฉากลงเรียบร้อย นี่คือผลงานของบรรดาผู้เล่นเรือใบสีฟ้าในทัวร์นาเมนต์นี้

  1. #1 เอแดร์สัน | บราซิล

     เป็นตัวสำรองของ อลิสสัน และไม่ได้ลงสนามแม้แต่วินาทีเดียว
  2. #2 ไคล์ วอล์คเกอร์ | อังกฤษ

    ได้รับบทบาทให้ยืนเป็นกองหลังทางฝั่งขวาของระบบ 3-5-2 ในทัพสิงโตคำรามที่ได้อันดับสี่ มีความเร็วที่ช่วยทีมได้ดีในหลายจังหวะ แต่ก็มีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้งทีเดียว เพราะไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขา
  3. #3 จอห์น สโตนส์ | อังกฤษ

    ทำได้สองประตู และเป็นทีเด็ดชั้นดีในจังหวะตั้งเตะ ยืนเป็นกองหลังตัวกลางของทีมชาติอังกฤษที่ไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ในภาพรวมถือว่าน่าพอใจทีเดียว
  4. #4 แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ | ฝรั่งเศส

    ได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมพบเดนมาร์ก ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มและแทบไม่มีผลอะไรแล้ว
  5. #5 แวงซองต์ กอมปานี | เบลเยียม

    ไม่ได้ลงเล่นในสองนัดแรกเนื่องจากปัญหาด้านความฟิต แต่หลังจากนั้นก็ได้ลงสนามทั้ง 5 เกม โดยรวมถือว่าน่าพอใจในระดับนึง
  6. #6 ดานิโล | บราซิล

    ได้ลงตัวจริงในเกมแรก หลังจากนั้นก็เจ็บยาว ไม่ได้ลงสนามอีกเลย
  7. #7 นิโคลัส โอตาเมนดี้ | อาร์เจนตินา

    เหมือนเช่นนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาแทบทุกคน ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นจุดอ่อนในเกมรับ และเสียไปถึง 10 ประตูจาก 4 เกม ในฟุตบอลโลกครั้งนี้
  8. #8 ราฮีม สเตอร์ลิง | อังกฤษ

    ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการตัดสินใจที่มีปัญหาและไม่ค่อยเฉียบคมหน้าปากประตู แม้มีความเร็วที่คอยปั่นป่วนเกมรับฝั่งตรงข้ามได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่มีประตูติดมือกลับมาเลยแม้แต่ลูกเดียว
  9. #9 ฟาเบียน เดลฟ์ | อังกฤษ

    ได้เป็นตัวจริงสองนัดที่พบเบลเยียมในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดม้ายและเกมชิงที่สาม ขณะที่เกมอื่นที่ได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นชิ้นเป็นอัน
  10. #10 เควิน เดอ บรอยน์ | เบลเยียม

    ทำผลงานได้ดีตามมาตรฐาน สร้างโอกาสสวยๆ หลายต่อหลายครั้งด้วยลูกจ่ายสุดท้ายที่เฉียบคม แต่ถูก เอนโกโล กองเต้ เล่นงานจนทำโชว์ฟอร์มไม่ออกในเกมพ่ายฝรั่งเศส 1-0 รอบรองชนะเลิศ
  11. #11 แฟร์นานดินโญ | บราซิล

    ในรอบแรกลงเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ ก่อนจะมาได้ลงตัวจริงแทน คาเซมิโร ที่ติดโทษแบนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เจอกับเบลเยียม แต่กลับเล่นได้อย่างย่ำแย่แถมทำเข้าประตูตัวเอง จนทีมชาติบราซิลแพ้ปีศาจแดงแห่งยุโรปกลับบ้านไปในรอบนี้
  12. #12 ดาบิด ซิลบา | สเปน

    ลืมพกฟอร์มอันยอดเยี่ยมจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นเครื่องไปรัสเซีย หายจากเกมในหลายต่อหลายนัด ทำให้ภาระในการสร้างสรรค์เกมรุกเป็นของ อิสโก้ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้สเปนต้องพ่ายแพ้รัสเซียไปในการยิงจุดโทษ รอบ 16 ทีมสุดท้าย
  13. #13 แบร์นาร์โด้ ซิลวา | โปรตุเกส

    ลงเล่นครบทุกนัดให้ทัพฝอยทอง แต่ถูกกลืนอยู่ภายใต้รัศมีของ คริสเตียโน โรนัลโด้ เหมือนเช่นแนวรุกคนอื่นๆ ของโปรตุเกส และจอดเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น
  14. #14 อิลคาย กุนโดกัน | เยอรมัน

    กองกลางจากทีมแชมป์เก่า มีเวลาในฟุตบอลโลกครั้งนี้เพียง 59 นาทีเท่านั้น และเป็น 59 นาทีที่แทบไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้ทีมเลย
  15. #15 เซร์คิโอ อเกวโร | อาร์เจนตินา

    ยิงได้ 2 ประตู ท่ามกลางผลงานอันย่ำแย่ของทีมชาติอาร์เจนตินา แต่ก็พาทัพฟ้าขาวไปได้ไกลเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนถูกฝรั่งเศสเขี่ยตกรอบด้วยสกอร์ 4-3
  16. #16 กาเบรียล เชซุส | บราซิล

    ยิงประตูไม่ได้ทั้ง 5 นัดที่ลงตัวจริงให้ทีมชาติบราซิล มีเสียงวิจารณ์หนาหูว่าผลงานสู้ โรแบร์โต ฟิร์มิโน ที่เป็นตัวสำรองไม่ได้ ทั้งที่เป็นหนึ่งในความคาดหวังของทัพแซมบ้าในครั้งนี้