ฟุตบอลโลก 2018 : ส่องผลงานนักเตะเรอัล มาดริด

คอมเมนต์
หลังจากฟุตบอลโลก 2018 ปิดฉากลงเรียบร้อย นี่คือผลงานของบรรดาผู้เล่นราชันชุดขาวในฟุตบอลโลก 2018

  1. เคย์เลอร์ นาบาส | คอสตาริก้า

    ยังคงโชว์ฟอร์มได้เหนียวหนึบเหมือนเดิม แต่ด้วยศักยภาพทีม คอสตาริกาของเคย์เลอร์ นาบาส จึงหยุดอยู่แค่รอบแรก โดยเจ้าตัวมีอัตราการเซฟอยู่ที่ 66.7 เปอร์เซ็นต์
  2. ดานี การ์บาฆาล | สเปน

    มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ไม่ได้เล่นในนัดแรกที่เสมอโปรตุเกส ก่อนจะได้รับโอกาสในทั้งสามนัดหลังจากนั้น แต่ด้วยความที่ไม่ฟิตเต็มร้อยทำให้ไม่มีผลงานที่โดดเด่นอะไร และต้องตกรอบไปแบบช็อคโลกด้วยการดวลจุดโทษแพ้เจ้าภาพรัสเซีย
  3. ราฟาเอล วาราน | ฝรั่งเศส

    ถือได้ว่าเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่เล่นดีที่สุดคนหนึ่งในรายการนี้ เป็นตัวหลักให้ทีมตั้งแต่นัดแรกจนนัดสุดท้าย รวมถึงมี 1 ประตูในเกมชนะอุรุกวัย 2-0
  4. เซร์คิโอ รามอส | สเปน

    กัปตันทีมกระทิงดุเสียถึง 6 ประตู จาก 4 นัด รวมถึงมีจังหวะประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ค่อยดีหลายต่อหลายครั้ง พูดได้ว่าสอบตก หากวัดจากมาตรฐานของนักเตะรายนี้
  5. มาร์เซโล |

    โดดเด่นสมราคาแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกใน 2 นัดแรก โดนอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดพบเซอร์เบีย พลาดการลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเม็กซิโก ก่อนจะแพ้เบลเยียมไปในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
  6. นาโช เฟร์นันเดซ | สเปน

    มีประตูสุดสวยในเกมพบโปรตุเกสให้แฟนบอลจดจำ แต่ต้องกลายเป็นตัวสำรองเมื่อ ดานี การ์บาฆาล หายเจ็บกลับมา ก่อนจะได้โอกาสอีกครั้งในเกมพบรัสเซีย แต่ก็โดนเปลี่ยนตัวออก ก่อนจะตกรอบเพราะแพ้ดวลจุดโทษเจ้าภาพ
  7. คาเซมิโร | บราซิล

    บราซิลมีเกมรับที่เหนียวแน่นมาตลอด 4 เกมแรก แต่หลังจากขาดมิดฟิลด์ตัวตัดเกมของราชันชุดขาวไปในเกมเบลเยียมเพราะติดโทษแบน ตำแหน่งของเจ้าตัวที่ขาดหายไป ก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นจุดอ่อนของทีม แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่าเขามีความสำคัญแค่ไหนต่อทีม
  8. ลูคัส บาสเกวซ | สเปน

    มีโอกาสในสนามแค่ 83 นาที จาก 4 นัดของทีมชาติสเปน ไม่มีผลงานอะไรให้น่าจดจำ
  9. อิสโก้ | สเปน

    ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เกมของทัพกระทิงดุ และสามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้มากกว่าเพื่อนร่วมทีมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่มากพอที่จะพาสเปนเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ โดยพ่ายการดวลจุดโทษให้เจ้าภาพไปในรอบ 16 ทีม
  10. มาเตโอ โควาซิช | โครเอเชีย

    เป็นตัวสำรองลำดับต้นๆ ที่ถูกเลือกใช้งาน ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงหนึ่งนัดที่พบไอซ์แลนด์ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่ไม่ได้มีผลอะไรแล้ว และไม่มีอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม
  11. โทนี โครส | เยอรมัน

    ตกรอบแรกไปอย่างน่าผิดหวังกับทีมชาติเยอรมัน แต่ทุกคนน่าจะจดจำเขาได้ดีจากฟรีคิกใจเด็ดที่พาอินทรีเหล็กเอาชนะสวีเดนได้ในนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม เป็นชัยชนะนัดเดียวของแชมป์เก่าเมื่อปี 2014
  12. ลูก้า โมดริช | โครเอเชีย

    รางวัลลูกบอลทองคำและเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของทัวร์นาเมนต์ในสายตาสื่อแทบทุกสำนัก แม้ไม่อาจพาทีมไปถึงแชมป์โลกได้ก็ตาม
  13. มาร์โก อเซนซิโอ | สเปน

    ในรอบแรกได้ลงเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ได้รับโอกาสตัวจริงในเกมรอบ 16 ทีมกับเจ้าภาพรัสเซีย แต่ก็ไม่สามารถสร้างความแตกต่างอะไรได้เลย
  14. อัชรอฟ ฮากีมี | โมร็อคโค

    เหมือนมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันในนามทีมชาติ แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย เขายังมีโอกาสได้เล่นฟุตบอลโลกอีกหลายครั้ง
  15. คริสเตียโน โรนัลโด้ | โปรตุเกส

    ระเบิดฟอร์มสุดยอดในนัดพบสเปน ยิงอีกหนึ่งประตูในเกมพบอิหร่าน แต่ค่อนข้างเงียบเหงาในอีกสองนัด ก่อนจะตกรอบเพราะแพ้ทีมชาติอุรุกวัยในรอบ 16 ทีมสุดท้าย