Toyota Thai League Interview : อนุรุทธิ์ นาคาศัย - ทีมเล็ก/งบน้อย/ฝันใหญ่

แชร์ปิด คอมเมนต์
“เราไม่มีวันเป็นทีมใหญ่ได้ แต่เราอยากเป็นต้นแบบของทีมจังหวัดเล็กๆ ว่าจะต่อสู้และยืดหยัดในไทยลีกได้อย่างไร”

...สโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เดินทางเข้าสู่ไมล์สโตนฤดูกาลที่ 10 หากนับจากก้าวแรกในดิิวิชั่น 2 เมื่อปี 2009 

เส้นกราฟของทีมเติบโตขึ้นตามวัย จากทีมหน้าใหม่ในลีกรากหญ้า แปรสภาพมาเป็น ทีมที่ยืนระยะในไทยลีกได้หลายปี งบประมาณการลงทุน, ผู้เล่นชั้นนำ-ชื่อดัง มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆมันเป็นธรรมชาติของสโมสรที่ต้องเติบโตไปตามวัฏจักรของลีกกีฬา

พูดง่ายๆก็คือ นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมา นกใหญ่พิฆาต ยังไม่เคยตกชั้นหรือหล่นร่วงมายังจุดเดิมอีกเลย กระทั่งในฤดูกาล 2016 นี่คือขวบปีที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในเขาพลอง สเตเดียม ไปตลอดกาล “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ตกชั้นสู่ลีกรองเป็นครั้งแรก

สัจธรรมข้อหนึ่งของโลกฟุตบอล เมื่อทีมต้องตกชั้น คุณไม่มีทางกอดหรือยึดรั้งทุกสิ่งให้เป็นเหมือนเดิมได้ - ชัยนาท ฮอร์นบิล มองเห็น,เข้าใจ และอยู่กับความเป็นจริง 

11 เดือนต่อมา สโมสรแห่งนี้กลับมายังจุดที่เคยอยู่ ในศึก “โตโยต้า ไทยลีก” ด้วยแนวทางและรูปโฉมที่เปลี่ยนไป

เงินลงทุน 70 ล้านบาท ภายใต้ขุมกำลังที่มีแข้งดาวรุ่งและนักเตะโนเนมเกือบค่อนทีม ไม่แปลกหาก ชัยนาท ฮอร์นบิล จะถูกมองว่าเป็น 1 ใน 5 สโมสรที่ต้องตกชั้นหลังจบเกมนัดที่ 34 

แต่หลังจากผ่าน 14 เกมอันเข้มข้น ทีมที่มีงบประมาณน้อยสุด กลับทำให้คู่แข่งต้องทบทวนซะใหม่ หากคิดจะเอาชนะพวกเขาได้แบบง่ายดาย

“ถอยหลังเพื่อก้าวไปข้างหน้า” อาจคำพูดที่เรานิยามสโมสรแห่งนี้ได้ใกล้เคียงสุด แต่คงไม่มีใครที่จะบอกเล่าถึงเบื้องหลังที่ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” กำลังเป็นอยู่...ได้ดีกว่า อนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรที่ทุกคนในจังหวัดรู้จักกันในนาม “เฮียรุธ”

 

ชัยนาท ฮอร์นบิล

CHAPTER 1 : ล้มเพื่อลุก

“เราเรียนรู้อะไรจากปี 2016 เยอะมาก” ชายร่างเล็กผู้ขับเคลื่อนสโมสรแห่งนี้ ย้อนความหลังถึงจุดเปลี่ยน

“ขอเท้าความกลับในฤดูกาล 2015 ซีซั่นนั้นเราทำผลงานได้ดีมาก จบอันดับ 12 ของตาราง มีผู้เล่นดีๆหลายรายอยู่ในทีม เราจึงตัดสินใจจะยึดนักเตะชุดเดิมไว้เกือบหมด เสริมเข้ามาแค่ไม่กี่คน”

“แต่ช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ปี 2017 ผลงานของทีมน่าผิดหวังมาก เรามีแค่ 10 แต้มจาก 17 นัด นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมคิดว่า เราจะอยุู่กันแบบเดิมไม่ได้แล้ว”

นกใหญ่พิฆาต ผ่าตัดเปลี่ยนแปลงทีมและโครงสร้างสโมสร เริ่มจากการโละผู้เล่นเก่าบางรายออก แล้วเติมนักเตะใหม่เข้ามาอย่าง อนุวัติ น้อยชื่นพันธุ์, ฉัตรชัย คุ้มพญา, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, ฟลอร็องต์ ซินามา ปงโกลล์ ฯ 

แต่นั้นยังไม่เพียงพอ “เฮียรุธ” ที่ได้เข้ามาจัดการดูแลทีมเต็มตัว ทั้งในบทบาท ผู้บริหารและผู้จัดการทีม มองว่าปัญหาของสโมสร ไม่ได้อยู่แค่เพียงผู้เล่น… ด้วยเหตุนี้ ชัยนาท จึงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ระบบ วิธีการเล่น ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กร ที่เคยเป็นมาหลายปี

“นักฟุตบอลที่เคยเล่นที่นี้จะรู้ดีว่า เมื่อก่อนเราเลี้ยงนักเตะให้ได้รับความสบายมากที่สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮาส์ มีเงินให้ใช้เต็มที่ ความเป็นอยู่ ทุกอย่างดีหมด แต่แนวโน้มของสโมสร มันสวนทางกัน เราสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้น”

“ดังนั้นผมคิดว่า เราจะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตพวกเขา ใส่เรื่องระบบ วินัย และความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ เราเก็บได้ 20 คะแนนจาก 14 เกมที่ลงสนาม”

ทุกอย่างดูกำลังไปได้สวย ชัยนาท ฮอร์นบิล มีคะแนนห่างกับ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ทีมอันดับ 15 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีก 3 เกม...แต่ทุกอย่างก็พังลงในพริบตา เมื่อประกาศยุติการแข่งขันฯ จากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมา

ผลก็คือ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” เป็นหนึ่งในสามสโมสรร่วมกับ อาร์มี ยูไนเต็ด และ บีบีซียู เอฟซี ที่ต้องตกชั้นไปสู่ M-150 แชมเปียนชิพ ฤดูกาล 2017 

“เราเชื่อว่า ถ้าหากไม่มีการยุติลีกก่อน ชัยนาทฯ รอดตกชั้นแน่นอน ไม่ใช่ว่า เรากลัวเรื่องตกชั้นนะ ถ้าเราตกชั้นด้วยเรื่องของฟุตบอล เรายอมรับได้ แต่หากเราต้องตกชั้น เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ยังแข่งไม่จบ มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำฟุตบอล รวมถึงแฟนบอล”

“ยอมรับว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่ทั้งผม และพีแฮงค์ (อนุชา นาคาศัย) เครียด แต่เราจะมาจมอยู่กับความผิดหวังไม่ได้ สโมสรต้องเดินไปข้างหน้า เลยพลิกให้มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ เซ็ทซีโร ทีมใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผู้เล่น, ฐานเงินเดือนฯ เราโชคดีกว่าหลายสโมสร ที่มีโครงสร้างสิ่งอำนวยสะดวกที่ดีและพร้อมกว่าทีมอื่นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้จะเจอปัญหาอื่นๆ อย่างเรื่องงบประมาณเข้ามา”

 

ชัยนาท ฮอร์นบิล

CHAPTER 2 : ถอยเพื่อก้าว 

“สิ่งที่ตามมาจากการตกชั้น คือ งบการทำทีมเราลดลงไปมาก เชื่อไหมว่า งบของเราตอนอยู่ไทยลีก 2 ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของ พีทีีที ระยอง เลย” 

“เราตัดสินใจแล้วว่า ในเมื่อเงินเราไม่ได้มีมาก เราต้องยึดระบบมาก่อนผู้เล่น จากเดิมที่เราให้ความสำคัญกับการมีสตาร์ จากนี้ไป ชัยนาท จะเลือกนักฟุตบอลที่สามารถเล่นตามระบบได้เท่านั้น เราไม่สนว่านักฟุตบอลคนนั้น จะมีชื่อเสียงหรือไม่ จึงเป็นที่มาของคอนเซปท์ว่า “Reborn” ที่ผมนำเสนอไป”

ชัยนาท ฮอร์นบิล เข้าสู่ยุคเกิดใหม่ ด้วยการทำหลายสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการ “ถอยหลัง” ทั้ง งบทำทีมลดลง, ค่าเฉลี่ยอายุนักฟุตบอลน้อยลง แถมยังใช้วิธีที่หลายๆสโมสรเลิกทำไปนานแล้ว นั้นคือการเปิดคัดตัวนักฟุตบอล จากไทยลีก 2-4 รวมถึงการสเกาท์มองหาพวกดาวรุ่งโนเนมที่ถูกมองข้ามเข้ามาสู่ทีม

มันเป็นแผนที่เสี่ยง ที่ต้องมีทั้งความกล้าบ้าบิ่น และการทำงานที่หนักเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่บอร์ดบริหารไม่ได้ทำเรื่องนี้เพียงลำพัง “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ประสานงานไปยัง บ.สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย ผ่านทางผู้สนับสนุนหลักวังขนาย ให้เข้ามาวางระบบ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเยาวชน

เมื่อวันเวลาผ่านไป ดูเหมือนว่าการถอยหลังครั้งนี้ จะเป็นการถอยเพื่อทำให้ สโมสร ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้มั่นคงกว่าเดิม

“เราทำสองสิ่งควบคู่กัน หนึ่ง คือการทำโครงสร้างเยาวชนของเราให้แข็งแกร่ง, การมองหาผู้เล่นดาวรุ่งหน้าใหม่ๆ ที่มีใจกระหาย มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถเล่นตามแท็คติกโค้ช เพราะเราต้องการสร้างนักฟุตบอลรุ่นใหม่ที่ไม่ได้แค่ความสามารถ แต่ต้องมี วินัย และมีใจให้กับทีมด้วย”

“ส่วนที่สอง คือการเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลในลีกล่างๆ ได้เข้ามาทดสอบฝีเท้า เพื่อดูว่าใครมีศักยภาพพอที่จะเล่นเข้าระบบเราได้ ตอนที่ประกาศออกไป มีแต่คนหัวเราะเยาะเรา เพราะมันแทบไม่มีทีมในลีกบนๆ เขาทำวิธีนี้กันแล้ว” 

“ต้องเข้าใจก่อนว่า ทำไมเราถึงทำ ประการแรก เราไม่มีเงินลงทุนมากขนาดจะไปลองผิดลองถูกกับนักฟุตบอลคนหนึ่ง ในราคา 10 ล้านบาท แบบทีมใหญ่ อันดับสอง เราเชื่อมั่นว่า ช้างเผือกยังมีอยู่ บางคนอาจจะเป็นนักฟุตบอลธรรมดาที่ถูกมองข้าม แต่ถ้าเขามีวินัย และปรับตัวเข้ากับระบบเราได้ เราก็มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาเขาให้ดีกว่านี้ได้” 

“ยกตัวอย่าง สันติภาพ ราษฏร์นิยม ปีที่แล้วเขาเล่นในไทยลีก 3 ปีนี้เขาหิ้วรองเท้ามาคัดตัวกับเรา พอเราให้โอกาส เขาสามารถทำได้ ทุกวันนี้เขากลายเป็นนักเตะระดับไทยลีกไปแล้ว หรืออย่าง รัชนาท (อรัญไพโรจน์) พรเทพ จันทร์ไข่ พวกนี้เคยเล่นแต่ลีกภูมิภาค แต่เราเห็นบางอย่างในตัวเขา แล้วดึงศักยภาพนั้นออกมาได้ พวกเขาก็สามารถเล่นในลีกสูงสุดได้เช่นกัน”

“แม้ตอนนี้เราจะเป็นทีมระดับไทยลีกแล้ว แต่เราก็ยังมีการเปิดคัดตัวนักฟุตบอลอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้ประกาศออกสื่อเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งก็ยังมีนักฟุตบอลเข้ามาคัดอยู่เรื่อยๆ เราอยากเปิดพื้นที่และจุดประกายความหวัง แก่พวกนักฟุตบอลที่ไม่มีชื่อเสียง แต่มีความสามารถ ให้ได้เข้ามาทดสอบดู”

ชัยนาท ฮอร์นบิล

ขุมกำลังทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบ และโครงสร้างที่วางไว้ของสโมสรตามเยอรมัน สแตนดาร์ด ของ บ.สปอร์ต ไทยบาวาเรีย

แต่ในทุกๆการเริ่มต้น มักยากเสมอ… ชัยนาท ออกสตาร์ทฤดูกาล 2017 ไม่เป็นตามแบบแผนมากนัก พวกเขาตัดสินใจแยกทางกับ บียอร์น คลีม โดยมอบหมายให้ เดนนิส อมาโต โค้ชหนุ่มวัย 37 กระโดดลงจากตำแหน่งผู้อำนวยการด้านเทคนิค มารับเผือกร้อนชิ้นนี้แทน

อมาโต คือผู้ที่เปลี่ยนแปลง และพา ชัยนาทฯ เข้าใกล้ภาพระบบที่วาดหวังมากที่สุด กุนซือหนุ่มรายนี้ เริ่มต้นจากการฝึกซ้อมที่เข้มข้นขึ้น อัดเรื่องของแท็คติก, ระบบ และวินัยนักฟุตบอลเข้าไป จนพลิกสถานการณ์ทีมจากพื้นที่กลางตาราง สู่แชมป์ในบั้นปลาย 

“ช่วงแรกที่ เดนนิส เข้ามาทำทีม เราแพ้ 3 นัด โดนยิงไป 10 กว่าประตู กว่าจะปรับจูนทีมให้ลงตัวได้ก็ใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่ง เดนนิส ให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมมาก นักฟุตบอลทุกคนจะรู้กันว่า ถ้าใครซ้อมดี เดนนิส พร้อมส่งลงสนามเป็นตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นดาวรุ่งอายุน้อยแค่ไหนก็ตาม นั้นทำให้บรรยากาศการฝึกซ้อมของเรา เหมือนกับวันแข่งเลย ทุกคนต้องแข่งขันกัน”

“เดนนิส แทบไม่เคยใช้ 11 ตัวจริงซ้ำกัน ผลดีก็คือ เราไม่มีปัญหาเรื่องความฟิตเลย เพราะมีการหมุนเวียนนักเตะได้ตลอด นอกจากนี้ เขายังเป็นโค้ชที่พยายามปรับให้ นักฟุตบอลคนหนึ่ง สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ทีมเราจึงไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บหรือไม่มีผู้เล่นใช้งานเลย”

ชัยนาท ฮอร์นบิล

“หลังจากสะดุดในช่วงแรก ชัยนาท ชนะติดต่อกัน 8 เกม ไม่แพ้ใคร 18 นัด จากทีมที่อันดับไม่ได้อยู่ในข่ายเลื่อนชั้น ก็ค่อยๆขยับอันดับมาเรื่อยๆ”

ภาพลักษณ์, ชื่อเสียง, โปรไฟล์ อาจเป็นสิ่งที่ตบแต่งให้ดูสวยงามได้ แต่คุณไม่มีทางทำอย่างนั้นกับ ตัวเลขสถิติได้

เราค้นพบว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ในการรบที่ทำให้ ชัยนาท ฮอร์นบิล แตกต่างกับทีมเล็กงบน้อยอื่นๆ คือการนำเอาเรื่องของตัวเลขสถิติ เข้ามาวิเคราะห์ และใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพ….เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเข้าใจสถิิติ คุณจะเห็นความจริงบางอย่างของฟุตบอล?

“แน่นอนว่า เราใช้ข้อมูลสถิติ Instat ในการวิเคราะห์ทุกเกมๆ ทั้ง วิเคราะห์ทีมเรา, ทีมคู่แข่ง” 

“ข้อมูลพวกนี้จะทำให้เราเห็นว่า พัฒนาการของผู้เล่นเรา มีการครองบอลเท่าไหร สัมผัสเท่าไหร่ ในฤดูกาลที่แล้ว เรามีค่าเฉลี่ยสัมผัสต่อบอลเกมมากกว่า 400 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก สถิตินี้บอกได้ชัดเจนว่า เราต่อบอล ครองเกม ได้เหนือกว่าคู่แข่งเสมอ และทุกทีมที่เราเจอ พวกเขาจะมาเล่นตั้งรับ”

“นอกจากนี้ เรายังสามารถเอาสถิติไปวิเคราะห์ผู้เล่นบางคนของทีมอื่น ที่เราสนใจ เพื่อดูสถิติของเขา มันอาจจะเหนื่อยและต้องใช้กำลังเยอะ ในการดูและวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขพวกนี้ แต่เราเชื่อว่าตัวเลขมันไม่เคยโกหกใคร” 

 

ชัยนาท ฮอร์นบิล

CHAPTER 3 : น้อยแต่มาก

“นักสู้ภููธร” คือคอนเซปท์ประจำฤดูกาล 2018 ซีซั่นที่จะพิสูจน์ความเชื่อ, ความฝันที่ยิ่งใหญ่ ของสโมสรเล็กๆแห่งนี้ 

ชัยนาท ฮอร์นบิล ท้าทายฟุตบอลไทย ในยุคที่เงิน 50 ล้านบาท แลกมาได้เพียงนักฟุตบอลหนึ่งคน ด้วยการประกาศใช้งบลงทุนน้อยสุดในบรรดา 18 สโมสร 

ไม่มีทีมไหนในลีกสูงสุดไทยจ่ายน้อยกว่า 80 ล้านบาท ต่อปี บางสโมสรใช้ถึง 400 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องใช้หลักเศรษฐศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ ก็พอจะบอกได้ว่า “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ที่มีงบ 70 ล้านบาท ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะตกชั้นอย่างหลีกไม่ได้ 

“เราไม่ได้อยากเป็นทีมงบน้อยสุด แต่เรามีงบประมาณแค่นั้นจริงๆ ต้องเข้าใจก่อนว่า ชัยนาท เป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันก็ไม่ค่อยดีนัก ทำให้เราหาสปอนเซอร์ได้ยากมาก ก็ไม่เป็นไรครับ ถ้าต้องตกชั้นเพราะเราสู้ไม่ได้ เรายินดีน้อมรับไว้ แต่เราจะขอสู้ในแนวทางของเรา”

“หากเอานักฟุตบอลทีมเราไปเทียบกับสโมสรอื่น แน่นอนเราว่า ศักยภาพเราไม่มีทางสู้ใครได้เลย หากเราใช้ระบบที่ดี และจิตใจที่เป็นนักสู้ ใส่ลงไป เราก็ไม่กลัวที่ต้องเจอกับทีมใหญ่ที่งบประมาณมากกว่าเรา 4-5 เท่า”

“ 'นักสู้ภูธร' จึงเป็นคำที่บอกถึงตัวตนของเรา เราเป็นทีมท้องถิ่น แต่นักฟุตบอลทุกคนมีจิตวิญญาณความเป็น นักสู้ ซึ่ง นักสู้ที่ดี ต้องมาพร้อมกันทั้ง จิตใจและระบบความฟิตที่ดี จะเห็นว่า ชัยนาท ทำผลงานได้ดีในช่วงหลัง ก็มาจากความฟิตที่ดีขึ้นนั้นเอง”

18 คะแนนจาก 14 นัด คือแต้มที่พวกเขาเก็บได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ช, ข้อจำกัดเรื่องขุมกำลัง และเงินลงทุน 

ชัยนาท ฮอร์นบิล

“ชัยนาท ฮอร์นบิล” ทำน้อยแต่ได้มาก 14 เกมแรก พวกเขาบุกไปชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, บีจีเอฟซี รวมถึงเปิดบ้านชนะ การท่าเรือ เอฟซี ได้ 

หากนับเฉพาะแค่ช่วง 5 เกมหลังสุด (นัดที่ 10-14) นกใหญ่พิฆาต ชนะถึง 4 เกม เสมอ 1 ไม่แพ้ใคร ถึงเวลานี้ คงสามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่มีสโมสรไหนในลีก กล้าประมาทพวกเขาอีกแล้ว

“เวลาชนะทีมใหญ่ได้ มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ แต่ผมไม่ใช่คนที่จะมาชื่นชม หรือพูดถึงตัวเองเท่าไหร่ แค่ดีใจที่ในสายตาคนนอก ทั้งสื่อต่างๆ, คอมเมนเตเตอร์, คนบรรยาย เวลาพูดถึง ชัยนาทฯ เขาจะพูดกันว่า ทีมนี้ไม่ได้ชนะใครแบบฟลุ๊คๆ ชนะด้วยรูปแบบ และการเล่นฟุตบอลที่สวยงาม”

“แต่กว่าจะผ่านแต่ละเกม ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นเลย ยิ่งเราไม่่มีเงิน เรายิ่งต้องใส่ใจมากขึ้น ทีมงานสตาฟ์โค้ชทำงานกันหนักมากจริงๆ เรามีการวางแผน เตรียมการเป็นสัปดาห์ มีการวางแผนงานทุกระยะ ตั้งแต่ระยะสั้น แผนเกมต่อเกม แผนทุกสัปดาห์ แผนทุกสองสัปดาห์ แผนทุกเดือน ไปจนถึงแผนระยะยาว แผนของแต่ละเลก ครอบคลุมจนจบฤดูกาล” 

“พอจบเกมก็เอาข้อมูลจากแต่ละนัด มาวิเคราะห์วางแผนต่อ ยิ่งเราเห็นข้อมูลต่างๆ ยิ่งเราเข้าใจมันมากขึ้น เราเป็นทีมงบน้อยก็จริง แต่เราทำงานกันหนักมาก ผลที่ออกมาในตอนนี้ ผมคิดว่าเรากำลังมาถูกทาง” เฮียรุธ ย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น 

 

CHAPTER 4 : De Toekomst 

“De Toekomst” หรือความหมายในภาษาอังกฤษว่า The Future คือแห่งอนุบาลลูกหนังชั้นนำของโลก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สโมสร อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมฟุตบอลที่เขย่าโลกด้วยการเพาะนักฟุตบอลดาวรุ่งให้ก้าวสู่การเป็นแข้งเวิลด์ คลาส

โมเดลของอาแย็กซ์ฯ ถูกยกย่องและได้รับการยอมรับในโลกฟุตบอล อนุรุทธิ์ นาคาศัย ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบในโมโดล คลับจากแดนกังหันลม และต้องการนำมาปรับใช้กับทีมลูกหนังบ้านเกิด ในยุคนี้

“เราต้องการสร้างทีมในรูปแบบคล้ายๆกับ อาแจ๊กซ์ ยุคก่อน ที่สามารถสร้างนักเตะเยาวชน สร้างคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถป้อนเข้าสู่ระบบ และตลาดนักฟุตบอลได้”

“เพราะการลงทุนในฟุตบอลทุกวันนี้มันน่ากลัว ทีมใหญ่ที่ทำกำไรได้จริง มีแค่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เมืองทองฯ ที่มีสปอนเซอร์เข้ามามากมาย นอกนั้นถ้าไม่มีองค์กรแม่หนุนหลัง หรือมีเอกชนมาลงทุน ต่างต้องดิ้นรนกันทั้งนั้น ในระยะยาวเราไม่มีทางรู้เลยว่า เมืองไทยประกันภัย จะหนุนหลัง การท่าเรือ อีกนานไหม ถ้าคุณแป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) ไม่ทำ ทีมจะเป็นอย่างไร”

“นั้นเป็นเรื่องที่ผมต้องตอบตัวเองให้ได้ ว่า เราจะทำ ชัยนาทฯ ไปในทิศทางใด ในความตั้งใจของผม ผมต้องการสร้างทีมนี้ ให้ยั่งยืนด้วยระบบเยาวชน, ระบบอคาเดมีและโครงสร้างที่เรามี แล้วกล้าผลักดัน กล้าให้โอกาสนักฟุตบอลรุ่นใหม่อยุ่เสมอ”

ชัยนาท ฮอร์นบิล ในวันนี้ จึงกลายเป็นสโมสรที่ไม่โอดครวญถึงความหลัง หรืออดีตที่เคยผ่านมาตลอด 9 ซีซั่น...แต่วันนี้พวกเขาทำให้เห็นแล้วว่า นี่คือสโมสรที่อยู่, เรียนรู้ และเข้าใจบริบทตัวเองดีในปัจจุบัน 

ชัยนาท ฮอร์นบิล

แม้ความฝันที่อยากจะเป็น “อาแย็กซ์เมืองไทย” อาจยังดูห่างไกลจากจุดที่ยืนอยู่ แต่หากมีชีวิตโดยไร้ซึ่งความฝันไปหล่อเลี้ยง… สโมสรแห่งนี้ก็คงแห้งเฉา และไร้จุดหมายในยุคทุนนิยม

“เราต้องรู้จักวาง Position (ตำแหน่ง) ของตัวเอง ชัยนาท ฮอร์นบิล ไม่มีทางเป็นทีมใหญ่ของประเทศ เพราะเราไม่มีทางหาเงินได้มากกว่านี้” 

อ่านบทความต่อด้านล่าง

“แต่เราจะเป็นแหล่งผลิตนักฟุตบอลรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อป้อนสู่ตลาดนักฟุตบอลอาชีพ นักเตะบางคนอาจจากเราไปในสักวันหนึ่ง แต่ถ้าเขาสามารถไปเติบโตที่อื่น ไปสู่ทีมชาติไทยได้ เราก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว” 

“เราอยากวาง position เหมือนแบบที่ อาแย็กซ์ เคยทำ เราอยากเป็นต้นแบบของทีมขนาดเล็ก ที่สามารถยืดหยัดและอยู่รอดได้ ด้วยการบริหารงบประมาณที่จำกัด และยึดมั่นในการสร้างเยาวชน อย่างในฤดูกาลนี้ มีดาวรุ่งหลายคนที่เราเริ่มผลักดันขึ้นมาได้ ก็ถือว่าเป็นนิมิตรอันดี"

“อย่างน้อยที่สุดทีมฟุตบอลภูธรเล็กๆแห่งนี้ ก็ได้ทำให้ ตัวเอง มีคุณค่ากับวงการฟุตบอลไทยบ้าง”

บทความต่อไป:
15 ปีที่จากมา! โซลาคืนเชลซีรับบทผู้ช่วยซาร์รี
บทความต่อไป:
ซื้อมาเรียกฟิต! ผีกร่อยดาโลต์ไม่พร้อมเปิดฤดูกาลใหม่
บทความต่อไป:
ข่าวร้ายหงส์! คล็อปป์ก้มหน้ารับ'อ็อกซ์'ส่อพักทั้งฤดูกาล
บทความต่อไป:
มุมน่ารัก! ฮุมเมลส์เผยตัวชอบไอดอลวงแบล็คพิงค์
บทความต่อไป:
สัญญา 5 ปี! อลิสสันบินตรวจร่างกายลิเวอร์พูล
ปิด

เราใช้ cookies เพื่อให้ประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุดแก่คุณ การเข้าใช้งานเว็บไซต์ของเราถือว่าคุณยอมรับการใช้ cookies ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา

แสดงเพิ่ม ตกลง