EXCLUSIVE : ปธ.นกใหญ่ยังไม่ชัวร์อนาคต “ปงโกลล์-โค้ชเดนนิส”

แชร์ปิด คอมเมนต์
นายใหญ่ถิ่นเขาพลอง สเตเดียม เปิดใจถึงความสำเร็จเกินคาดในซีซั่นนี้ ส่วนฤดูกาลหน้าอนาคตของ ‘ปงโกลล์-เดนนิส’ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมนกใหญ่แห่งภาคกลางตอนบน จะกลับมาโบยบินบนลีกสูงสุดเมืองไทย อีกครั้ง หลังจากลงต่อสู้ ในศึก เอ็ม-150 แชมเปียนชิพ ฤดูกาล 2017 กระทั่งมาประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ในนัดรองสุดท้าย

1 ปีเต็มในลีกล่าง คือช่วงเวลา ชัยนาท ฮอร์นบิล เลือกที่จะ ”ถอยหลังเพื่อก้าวไปข้างหน้า” อย่างมั่นคง ตามคอนเซปท์ “REBORN” ที่หมายถึงการเกิดใหม่ของนกใหญ่พิฆาต

การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่เห็นได้ชัด คือเรื่องของโครงสร้างทีม เริ่มจากหันใช้บริการโค้ชชาวต่างชาติ อย่าง เดนนิส อมาโต (คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร) จากเดิมที่ยึดมั่นใช้งานโค้ชคนไทยมาโดยตลอด, การถ่ายเลือดนักเตะใหม่ขึ้นมา ทดแทนนักเตะอายุมากบางส่วนที่ถูกปล่อยออกจากทีม รวมถึงแข้งต่างชาติที่เปลี่ยนยกชุด เลือกเก็บตัวเก่าไว้ใช้เพียงรายเดียว

พวกเขาอาจจะเริ่มบินอย่างช้าๆ แต่สามารถรักษาระดับ จนปีกทั้งสองข้างเริ่มแข็งแรง ก่อนมาเร่งความเร็วแซง แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เข้าป้ายด้วยตำแหน่งแชมป์เอ็ม-150 แชมเปียนชิพ ไปได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น… 

โกล ประเทศไทย จะมาพูดคุยกับ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ประธานสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล อีกหนึ่งเบื้องหลังคนสำคัญ ถึงความสำเร็จในปีนี้ รวมถึงอนาคตของทีม บนไทยลีกในฤดูกาลหน้า

อนุชา นาคาศัย, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์

เกือบถอดใจ

ตุลาคม 2016 กลายเป็นเดือนที่ยากลำบากของ ชัยนาท ฮอร์นบิล หลังมีคำสั่งยุติการแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศ ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศออกมา ขณะที่ผ่านการแข่งขันไปแล้ว 31 นัด เท่ากับว่า นกใหญ่พิฆาต ที่อยู่อันดับ 17 ของตาราง ต้องร่วงตกชั้นไปโดยปริยาย

คำตัดสินในวันนั้น เกือบทำให้ “นกใหญ่พิฆาต” ถอดใจและยุบสโมสร แต่ท้ายที่สุด ชัยนาท ฮอร์นบิล ก็เลือกกลับมาสู้ต่ออีกครั้ง… 1 ปีต่อมา ในเดือนเดียวกัน พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกพระรอง พร้อมสิทธิ์เลื่อนชั้น คืนกลับสู่ โตโยต้า ไทยลีก ซีซั่นหน้า

IN PICTURE : นกใหญ่พิฆาตผงาดแชมป์บินกลับสู่ไทยลีก

“ผลงานในปีนี้ เกินกว่าเป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้” เสี่ยแฮงค์ กล่าวเริ่ม

“การที่เราถูกลดชั้นลงไป ขวัญกำลังใจต่างๆ ย่อมท้อถอยเป็นธรรมดา แต่ในเมื่อแฟนบอลยังคงให้การสนับสนุน ก็เลยเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เรากลับมาตั้งใจลุยกันต่อ เพื่อให้สโมสรแห่งนี้ ยืนหยัดอยู่บนลีกอาชีพของไทยต่อไป ไม่ว่าจะดิวิชั่นไหนก็ตาม” 

“เป้าหมายแรก เราคิดว่าฤดูกาลนี้ จะพยายามรักษาอันดับเพื่อเกาะหัวตาราง แต่ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องแชมป์หรอกนะ จนมาถึงจุดหมายปลายทาง เราสามารถเลื่อนชั้นได้สำเร็จ พร้อมกับโบนัสที่ได้เป็นแชมป์ลีก จึงถือว่าปีนี้เป็นฤดูกาลที่เราประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งเลย”

“ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากการร่วมมือกันของหลายๆฝ่าย ทั้ง ผู้จัดการทีม (อนิรุทธิ์ นาคาสัย), สตาฟฟ์โค้ช โค้ช, นักฟุตบอล รวมถึงกลุ่มวังขนาย ที่เข้ามาร่วมบริหารทีม ตามคอนเซปท์ REBORN ที่เราจะสร้างเยาวชน และหาผู้เล่นอายุน้อยหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีม”

“ซึ่งเราก็ทำได้ตามคอนเซปท์ที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ปีนี้ก็มีดาวรุ่งหลายๆคน ได้โอกาสขึ้นมาแจ้งเกิด และยังมีหลายๆคนที่เตรียมถูกดัน ขึ้นมาใช้งานในปีหน้าครับ อยากให้ติดตามกันต่อไปครับ”

อนาคต 2 คีย์แมน?

IN PICTURE : นกใหญ่พิฆาตผงาดแชมป์บินกลับสู่ไทยลีก

นอกจากองค์ประกอบข้างต้นที่ เสี่ยแฮงค์ ว่ามาแล้ว… 2 คีย์แมนชาวต่างชาติอย่าง ฟลอรองต์ ซิเนมา ปงโกลล์ กองหน้ามากประสบการณ์ กับ เดนนิส อมาโต กุนซือหนุ่มชาวเยอรมัน ก็เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้ นกใหญ่พิฆาต ติดปีกในซีซั่นนี้

แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีคำยืนยันถึงอนาคตในฤดูกาลหน้าของเขาทั้งคู่ ว่าจะยังอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่? โดย ประธานสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล เผยว่า

“เดี๋ยวต้องว่ากันหลังจบฤดูกาล เพราะว่าคงต้องพูดคุยกันในหลายๆส่วน ทั้งตัวผู้เล่น รวมถึงสตาฟฟ์โค้ช โค้ช ว่ามีใครอยู่หรือไป”

“อย่างกรณีของ เดนนิส อมาโต เขาเป็นโค้ชที่ บ.สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด ส่งมาช่วยงานสโมสรเรา ซึ่งโค้ชเดนนิส ได้เข้ามาทำให้ทีมที่ดูธรรมดาๆ อย่าง ชัยนาทฯ สามารถเป็นแชมป์ลีกได้ ก็ถือเป็นความสำเร็จของ บ.สปอร์ต ไทย-บาวาเรียฯ ด้วยเช่นกัน ที่มีโค้ชคุณภาพแบบนี้ แต่ก็รอพูดคุยกันหลังจบฤดูกาล”

“เช่นกันกับ ฟลอรองต์ ซิเนมา ปงโกลล์ เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเรา และเราคงต้องมีการมาพูดคุยกันถึงรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง หลังลีกจบ ว่าจะยังไงต่อไป” 

เราไม่เคยตกชั้น

IN PICTURE : นกใหญ่พิฆาตผงาดแชมป์บินกลับสู่ไทยลีก

การแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2018 จะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่สุดหิน หลังมีการประกาศจาก บ.ไทยลีก จำกัด แล้วว่าจะมีปรับโครงสร้างลีกให้เหลือ 16 ทีม ทำให้จะมีถึง 5 สโมสรที่ต้องตกชั้นจากลีกสูงสุดในปีหน้า โดยทาง เสี่ยแฮงค์ กล่าวเรื่องนี้ว่า 


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


“เรื่องการตกชั้น 5 ทีม ในฤดูกาลนี้ ผมว่าไม่ใช่แค่เรา แต่หลายๆทีมก็คงหนักใจในเรื่องนี้”

“จริงๆ เราไม่เคยรู้สึกว่าทีมเราเป็นผู้เคยตกชั้น เพราะครั้งนั้นลีกยังแข่งไม่จบ (ในฤดูกาล 2016) เราแค่ถูกลดชั้นลงมา แต่พอได้กลับขึ้นไปลีกสูกสุด ความรู้สึกเราเหมือนกับเป็น ทีมน้องใหม่ทีมหนึ่ง ที่ต้องฝ่าฝันและตั้งความหวังไว้ก่อนว่า เราจะอยู่รอดบนลีกสูงสุดไปให้ได้”

“แต่ผมเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เราสร้างกันมาในปีนี้ เราเดินมาถูกทุกทาง ผู้เล่นอายุน้อยเหล่านี้ เขาจะเติบโตขึ้นมาแกนหลักของเรา ในฤดูกาลข้างหน้าต่อไป ที่สำคัญสายเลือดใหม่เหล่านี้ จะเป็นผลดีต่อวงการฟุตบอลไทย ที่จะได้มีนักฟุตบอลที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

บทความต่อไป:
อีกราย! ซูบาซิชอำลาทีมชาติโครเอเชีย
บทความต่อไป:
อยู่ยาว! ซาฮาฝากอนาคตพาเลซต่อสัญญา 5 ปี
บทความต่อไป:
ดวลตราหมี-บาเลนเซีย! ส.บอล เผยโปรแกรมอุ่นเครื่องช้างศึก U16 ที่สเปน
บทความต่อไป:
ได้ใจแข้งสิงห์! ซาร์รียกเลิก 2 กฎเหล็กยุคคอนเต้
บทความต่อไป:
มือสามขอลา! เอเย่นต์คอนเฟิร์มมิโญเลต์คุยนาโปลี
ปิด